ที่เหลือสามคนพอทำงานได้เต็มกำลัง อย่างไรก็ตามกลุ่มชาวบ้านเหล่า นี้ก็ยืนยันที่จะทำงานตามกำลังเงื่อนไขของตน

การประชุมครั้งแรกของปีนี้ เริ่มที่บ้านเหล่า เป็นการประชุมกลางคืน ที่เมื่อไปถึงบ้านป๋าฮุ่ง  สมาชิกกำลังส่งเสียงแซ่ด โต้กันตามวิสัยของบ้านนี้ ว่า หัวหน้าจะมา ไม่มา นัดกันอย่างไร ทำไมไม่โทรศัพท์เช็ค  ทำไมไม่นั่น ไม่นี่ หาผู้รับผิดชอบกันวุ่นวาย ฯลฯ   ทำให้หวนนึกถึงข้อเขียน ของคุณนวพร เรืองสกุล (หนังสือ เศรษฐศาสตร์มีคำตอบ )                  

             สังคมที่เรียนรู้มีลักษณะต่างจากสังคมที่ไม่สนับสนุนการเรียนรู้อย่างไร ในสังคมที่ไม่คิดจะเรียนรู้ หรือมีสมาชิกที่ไม่สนใจเรียนรู้ เมื่อทำผิดพลาด สมาชิกคนนั้นจะปกปิดความผิดพลาด ( ถ้าทำได้ ) ถ้าปกปิดไม่ได้ก็พยายามปักให้พ้นตนโดยวิธีการต่าง ๆ  เช่น กลบเกลื่อน โกหก ทำหลายหลักฐาน โยนความผิดไปให้คนอื่น  หรือโทษโน่นโทษนี่ เพราะเกรงจะถูกลงโทษในความผิดพลาด และสมาชิกอื่นในสังคมก็คิดไปในทำนองเดียวกัน... 

ดิฉันไม่อยากคิดว่า มันใช่ทั้งหมด   แต่มันมีส่วนทำให้เราได้ฉุกคิดว่า มันเป็นจุดอ่อนที่ปรากฏในสัมพันธภาพของชุมชน และมันก็มีฐานของการไม่ยอมรับ ซึ่งกันและกันประกอบอยู่ด้วยด้วย และความอดทนไม่ได้ที่จะรีบวิพากษ์วิจารณ์ตามวิสัย ครั้นจะดำเนินการประชุมเอง ก็ยังไม่สามารถทำได้ ก็เลยต้องได้ร้องเพลงรอ และรอ กันต่อไป เวลาที่นัดประชุมคือ ๑๘.๐๐ น. ดิฉันไปถึง ๑๘.๒๒ น.  แต่ได้เคยได้แจ้งกันแล้วว่าการประชุมไม่ต้องรอดิฉัน ให้ดำเนินการไปเลย 

ทักทายสวัสดีปีใหม่กันแล้วก็เริ่มการพูดคุยกัน ประเด็นใหญ่ อยู่ที่การเตรียมงานด้านพลังงานทดแทนที่จะเริ่มเคลื่อนในปี ๕๐  นี้ การเก็บข้อมูลการใช้ฟืน ถ่าน  หลังจากนั้นก็ได้ซักไซ้กันว่า การทำงานในไร่นา เป็นอย่างไรบ้าง ข้อมูลที่สะท้อนจากชาวบ้านก็น่าสะท้อนใจ กับการดิ้นรนท่ามกลางข้อจำกัดของแต่ละครัวเรือน                    

พ่อทองพูลเป็นนิ่วในไตทำงานหนักไม่ได้ ภรรยาเป็นเบาหวาน

พ่อพงษ์ศักดิ์ตั้งแต่ตกต้นแคแล้ว ตาก็มองไม่เห็น จะไปนาก็ไปไม่ได้

พ่อรำไพ  อายุมากแล้ว ไร่นาก็ทำเองไม่ไหว พยายามบอกลูกให้เขาทำให้ เขาก็ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง                  

 แม่ทน ถนัดเรื่องหมอยาสมุนไพร  ไร่นาไม่สนใจมากนัก ปล่อยให้ลูกทำ                  

ป๋าฮุ่ง อายุ ๗๐  แล้วบอกว่า มาปีนี้ผมตัดฟืนก็ไม่ไหวแล้ว นาก็ปล่อยให้ลูก ตัวเองมาปลูกผักรอบบ้านขาย ทำปุ๋ยหมัก ทำตามกำลัง                  

 แม่ประครอง พ่อบ้านไม่ค่อยสบาย อาศัยหมูที่เลี้ยงช่วยทำปุ๋ยหมัก                  

แม่บาง พ่อบ้านไปบวช ตัวแม่บางก็ปวดเข่า อายุมาก                   แม่กัณหา ต้องรีบหาเงินส่งหนี้สินจากธกส. จนแทบไม่มีดูแลไร่นาของตนเอง 

 

ที่เหลืออีกสามคนพอทำงานได้เต็มตามกำลัง  อย่างไรก็ตามกลุ่มชาวบ้านเหล่านี้ก็ยืนยันที่จะทำงานตามกำลังเงื่อนไขของตน รวมถึงการจะร่วมทดลองการทำนาแบบไม่ไถทุกคนในฤดูการทำนาที่จะมาถึงนี้และในขณะเดียวกันที่หมู่บ้านนี้ก็เป็นที่อยู่ของ                   

คนที่สามารถแสดงให้เห็นตัวอย่างของการทำสวนยางที่ดี

คนที่หายปวดหัวจากหนี้สินกลายเป็นคนที่พอเห็นแนวทางที่จะใช้หนี้                  

คนที่พูดว่า เงินที่ได้จากการขายผลผิตในนาสวนมันน้อย แต่มันได้ทุกวัน                  

คนที่พูดว่า ผมไม่ทิ้งไร่ทิ้งนาของผมหรอกครับ            

คนที่พูดว่า อย่าตัดต้นไม้ทิ้งนะ                 

คนที่พูดว่า ผมปลูกผัก ผมไม่ได้ขายหรอก เพื่อนบ้านแกงหน่อไม้ก็อาศัยผักที่บ้านผมนี่แหละ