หลังจากงาน แห่ตา ยาย เลี้ยงฉลองศาลประจำหมู่บ้านเรียบร้อยแล้ว วันนี้ตอนเช้าก็มาร่วมทำบุญตักบาตรร่วมกัน ช่วงนี้ มีงานต่างๆมากมายในหมู่บ้าน ตั้งแต่งานเลี้ยงฉลองปีใหม่ งานแต่ง งานทำบุญบ้าน งานศพ .....เวลาเราอยู่ในชุมชน เราจะได้ฟังเสียงเพลงจากลำโพง ที่ดังมาจากหมู่บ้านทั้งสี่ทิศ ความสุข ที่ญาติมิตรกลับมาเจอกัน หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปตามแหล่งงาน โดยเฉพาะ มุ่งเข้า กรุงเทพฯ.... ศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่าเอง ตั้งอยู่ในชุมชน เราทำตัวเหมือนลูกบ้านครอบครัวคนหนึ่ง มีงานบุญงานวัด เราก็ไปร่วมมิได้ขาด ชาวบ้านประชุมในงานส่วนรวม ในทุกกองทุน ของรัฐ ตั้งแต่ ทุนคนยากจน กองทุนยา กองทุนเกษตร กองทุนเงินล้าน กองทุนสัจจะ ฯลฯ ที่ศูนย์ฯเองก็เป็น ที่กลางๆที่บริการให้ชาวชุมชนได้มาพูดคุยกัน นอกจากนั้น ก็จะมีงานค่ายอบรมเยาวชนในชุมชนและต่างชุมชน มาเรียนรู้ ศิลปะ และธรรมชาติศึกษา ที่นี่เราอยู่ใกล้ป่าใหญ่ซึ่งเป็นป่าของชุมชน ร้อยกว่าไร่ ชาวบ้านที่นี่กับนักศึกษาสิงคโปร์ที่มาออกค่ายร่วมกันสร้าง เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ( ปี 2545 ) จำนวน 16 จุด ที่จะมีการให้ความรู้ ทั้งในด้านระบบนิเวศน์และทางด้านวัฒนธรรม สังคม ความเชื่อ เรื่องเล่าสืบกันมา ถ้าด้านระบบนิเวศน์ก็เป็นเรื่องของความหมาย ความสัมพันธ์ของ เถาวัลย์ จอมปลวก ต้นไม้ พืชพันธ์ต่างๆ ส่วนทางด้านความเชื่อ ก็เช่น จุดกระสือยายปลั๋ง จุดทางเกวียนเก่า จุดตาปราสาท จุดศาลตา ยาย เป็นต้น แต่การเรียนรู้ต้องมีสิ่งเร้า ต้องมีความประทับใจ .....ความรู้ที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดความประทับใจ และจินตนาการ ในการเรียนรู้ มักจะมาจาก เรื่องเล่า ความเชื่อ .............. เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เด็กๆที่เดิน จุดศึกษาธรรมชาติทุกจุด จะออกมาเล่าเรื่อง หรือถ่ายทอดด้วยการวาดรูป ...ที่ตนประทับใจให้ฟัง ให้ชม .....ดูเหมือน ชีวิตนี้ก็จะไม่ลืมข้อมูลเหล่านี้ .................... จึงคิดว่า ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กๆ ได้เกิดขึ้นแล้ว บนฐานที่มีรากจากชุมชน......