เป็นวิตกจริตของคนทำงาน และรักงานที่ตนทำอยู่โดยทั่วไป ทั้งๆที่ความจริงแล้ว คนที่ทำงานอยู่นั้น มักจะมีคนเมาทดแทนเสมอ ตามช่องว่างที่มีอยู่ในระบบสังคม

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คำนี้เป็นคำที่ได้ยินบ่อยที่สุด เวลาถามถึงการทำงานที่ทุกคนกำลังขะมักเขม้นทำกันอย่างเอาจริงอยู่ในปัจจุบัน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยเฉพาะคนที่ทำงานที่ค่อนข้างยาก กำลังจะเปลี่ยนงาน หรือกำลังจะเกษียณอายุ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จะบ่นในลักษณะเป็นห่วงว่างานที่ตนทำอยู่จะเสียหายอย่างใหญ่หลวง ถ้าไม่มีตัวเองอยู่ในระบบการทำงาน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อันเนื่องจากแม้ในขณะที่ตนทำอยู่นั้นก็ยังหาคนทำ หรือหาคนช่วยยากอยู่แล้ว ทุกคนจะบ่นว่ายาก  ทำไม่ได้ ไม่น่าทำ ไม่อยากทำ  เลยคิดไปว่าเมื่อตนไม่อยู่แล้ว งานดังกล่าวก็คงจะหายไป</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สิ่งเหล่านี้ เป็นวิตกจริตของคนทำงาน และรักงานที่ตนทำอยู่โดยทั่วไป ทั้งๆที่ความจริงแล้ว คนที่ทำงานอยู่นั้น มักจะมีคนเมาทดแทนเสมอ ตามช่องว่างที่มีอยู่ในระบบสังคม</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เช่นเดียวกับการสูญหายไปของต้นไม้ใหญ่หนึ่งต้นก็จะเกิดช่องว่างชั่วคราว ไม่นานก็จะมีการปิดช่องว่างทั้งแบบชั่วคราวในระยะสั้นและแบบระยะยาว</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ระยะสั้นก็จะมีต้นไม้ต้นอื่นแผ่กิ่งก้านแทรกเข้ามาตามช่องว่างที่มีทรัพยากรที่จำเป็นเหลืออยู่ ในระยะยาวก็จะมีกล้าไม้รุ่นใหม่เจริญแทรกเข้ามาทดแทน แบบแข่งขันซึ่งกันและกัน จนสามารถเติมช่องว่างนี้ให้เต็ม เพียงแต่อาจต้องใช้เวลา และอาจมีโครงสร้างแตกต่างไปจากเดิมบ้าง ตามเงื่อนไขใหม่ที่เกิดขึ้นหรือมีอยู่ในช่วงการพัฒนาการ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ระบบสังคมก็เช่นกัน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังมีคำกล่าวว่า ถ้าไดโนเสาร์ไม่สูญพันธุ์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็อาจไม่ได้พัฒนามาจนเป็นมนุษย์ อย่างในปัจจุบัน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าเราลองไปอ่านความคิดไดโนเสาร์ที่มีความคิดแทนสังคมไดโนเสาร์ ในขณะที่ไดโนเสาร์กำลังจะสูญพันธุ์ ก็อาจจะมีความเป็นห่วงว่าโลกจะไม่มีสิ่งที่มีชีวิตที่มีการพัฒนาถึงขีดสูงสุดแล้ว อยู่อีกต่อไป </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยหารู้ไม่ว่า เมื่อพ้นยุคไดโนเสาร์มาอีกไม่กี่ร้อยล้านปี ก็มีการพัฒนาการของสัตว์ชนิดอื่นๆ ทั้งในดิน ในน้ำ บนบก ในอากาศ จนได้สัตว์ที่สามารถส่งตัวเองไปถึงดวงจันทร์ ดาวอังคาร และยังสามารถไปสำรวจสุริยจักรวาลได้อย่างกว้างไกล</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>เห็นไหมครับ นี่เป็นเพียงตัวอย่างง่ายๆของทางออกและการเปลี่ยนแปลงในระบบธรรมชาติ ที่เคยเป็นมาในโลกใบนี้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่อสิ่งหนึ่งหายไป หรือดับไป ก็จะมีสิ่งอื่นๆพร้อมที่จะพัฒนาเข้ามาแทนที่</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และน่าทึ่งที่สุดในโลกก็คือ การเกิดกาซออกซิเจนจำนวนมากขึ้นในบรรยากาศของโลก จนทำให้สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ที่ทนพิษของกาซออกซิเจนไม่ได้ ต้องตาย และสูญพันธุ์ไปเกือบหมด เหลือเพียงสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวทนพิษของออกซิเจนได้ จนเสพติดในการใช้ออกซิเจนในการหายใจ อย่างขาดไม่ได้  เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใช้ออกซิเจนในการหายใจอยู่ทุกวินาทีอยู่ในปัจจุบัน เรียกว่า ใช้สารพิษให้เป็นประโยชน์ซะเลย</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตัวอย่างอื่นๆเห็นและเข้าใจง่ายๆ ก็ยังมีอีกมากมายเช่น</p><p> ·       การพัฒนาและการสูญหายของสังคม และวัฒนธรรมต่างๆ ที่มีร่องรอยทางโบราณคดีต่างๆ อยู่ทั่วโลก</p><p>·       การพัฒนาทางการเมือง การปกครอง ที่มีการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยต่างๆ มาอย่างมากมาย</p><p>·       การค้นพบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาเทคโนโลยี มีการใช้ความรู้ใหม่ๆ ทดแทนความรู้เก่าๆที่ล้าสมัย ใช้งานไม่ได้อีกต่อไป  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ที่เขียนมา ผมไม่ได้หมายความว่าเราควรจะเลิกคิดทำอะไรต่อมิอะไรที่เรากำลังทำอยู่ แล้วให้ทุกคนรอว่าเดี๋ยวก็ดีเอง</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>  เพียงแต่อยากสะกิดให้ท่านเลิกคิดกังวลถึงความเปลี่ยนแปลงจนเกิดวิตกจริตมากจนเกินไป  </p><p> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในระบบปกติของธรรมชาตินั้น ทุกระบบมีขีดจำกัดในตัวของมันเอง แต่ทุกขีดจำกัดจะมีทางออกในตัวของมันเองเช่นกัน </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นอกจากนี้ ทุกระบบและทุกทางออก ยังมีทางเลือกที่มีศักยภาพแตกต่างกันมากมาย หลายวิธี ที่รอการค้นพบ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ขอให้เราได้มีโอกาส เวลา ได้มานั่งคิด ทบทวน เราก็จะสามารถหาทางออกที่ดีที่สุดได้เสมอ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แม้เราอาจจะไม่มีคำตอบในวันนี้ ก็อาจมีคำตอบที่อาจค้นพบได้ในวันหน้า</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">โดยส่วนตัว ผมจึงไม่ค่อยมองว่าอะไรคือทางตัน </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่ชอบมองว่าเป็นทางออกที่ยังมีอะไร อุดตัน อยู่ จะช่วยทำให้เราคิดได้ว่าเราจะนำ สิ่งที่อุดตัน อยู่ในแต่ละทางเลือก หรือทางออก ออกจากช่องที่อุดตันได้อย่างไร </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แทนการใช้คำว้า ผ่าทางตัน ซึ่งจะฟังดูเป็นเรื่องรุนแรงมากกว่า และฟังคล้ายๆเป็นการทำลายเปลี่ยนแปลง มากกว่าการพัฒนาแบบปกติ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นี่คือวิธีคิดที่ผมใช้มองการแก้ปัญหาอยู่ในชีวิตผม ตั้งแต่สมัยที่เป็นเด็กเลี้ยงควาย หนีมาเป็นเด็กวัด มาเรียนหนังสือ จนเอาตัวรอดได้มาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แบบไม่เคยกล้าคิด กล้าฝันมาก่อน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เรียกว่า เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง อย่างที่เขาว่าจริงๆครับ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สำคัญที่สุดก็คือ อยู่กับความเป็นจริง กล้าคิด กล้าทำ กล้านำไปในสิ่งที่คำนวณแล้วว่าเสี่ยงน้อยที่สุด เป็นใช้ได้ครับ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">และผมก็อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ ความฝันอันสูงสุด มาเป็นประทีปนำทางชีวิตของผม ตั้งแต่ได้ยินเพลงนี้เป็นครั้งแรก กว่า ๓๐ ปีมาแล้ว</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> ท่านสมาชิก มีความเห็นอย่างไรบ้างครับ โปรดชี้แนะด้วยครับ </p><p></p><p>ขอบคุณล่วงหน้าครับ </p>