บันทึกนี้เกิดแรงบันดาลใจอยากจะเขียนตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2549 ตอน ลปรร.อยู่ที่ห้องชุมชนคุณอำนวยที่งาน NKM III  เพราะหลังจากฟังสมาชิกที่เข้าร่วมเล่าแลกเปลี่ยน  และหลายท่านสะท้อนถึงความหนักใจในบทบาทที่ได้รับจากหน่วยงานให้ทำหน้าที่คุณอำนวยและรู้สึกว่ามันยาก (ผมสรุปเอาเองได้เช่นนี้จากบางท่านนะครับไม่ใช่ทั้งหมด)

          บันทึกนี้หลายท่านที่ทำหน้าที่คุณอำนวยมาบ้างแล้ว คงจะคิดตรงกับผมนะครับว่า การทำหน้าที่คุณอำนวยการจัดการความรู้ในหน่วยงานนั้น หากจะพัฒนางานและปฏิบัติได้ดีและมีความต่อเนื่องด้วยเครื่องมือคือKMแล้ว  นอกจากการทำหน้าที่คุณอำนวยตามบทบาทที่หน่วยงานหรือองค์กรมอบให้ทำแล้ว การทำหน้าที่คุณอำนวยจะมีพลังมากขึ้นหาก"ใจเป็นคุณอำนวย" ด้วย  ไม่ได้เป็นคุณอำนวยแต่ตัว เป็นอย่างไรหรือครับ...

  • มีความคิดเห็นที่ถูกต้อง ที่จะต้องพัฒนาการทำงานขององค์กรให้ดียิ่งๆ ขึ้น และมองเห็นKMว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ที่จะช่วยให้การทำงานดีขึ้น
  • เห็นกิจกรรมหรืองานที่ทำแล้วปิ้งครับ อยากร่วมทำ ร่วมแจม ร่วมพัฒนา เรียกว่ามีความเอื้ออาทรมากขึ้น
  • จะมองเห็นภาพรวมขององค์กร หรือเป้าหมายขององค์กรเป็นหลักใหญ่ก่อน  เพื่อส่วนรวมไม่ได้มองเหตุผลเพื่อตนเองก่อน
  • ไม่ต้องรอสั่งครับ พร้อมลุยหากมีโอกาส
  • ปรับตัวได้ดี และพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอครับ
  • ฯลฯ  ช่วยต่อเติมหน่อยครับ

          เมื่อเรามีใจที่เป็นคุณอำนวยแล้วการนำการจัดการความรู้มาสนับสนุนการทำงานของเราก็จะมีพลัง และสามารถประยุกต์ได้อย่างไม่สิ้นสุด  ไม่ได้ทำเพราะถูกสั่งให้ทำเท่านั้น  แต่จะมีความตระหนักขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ เห็นช่องทางที่จะพัฒนาหรือปรับการทำงานอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด 

          นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ที่อยากจะนำมา ลปรร. ทุกอย่างสำเร็จได้หากใจสั่งมานะครับ

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ

วีรยุทธ  สมป่าสัก  5  ม.ค.  50