GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

อาม้ากับลูกหลานเหลนในวันขึ้นปีใหม่

ใครเกิดทีหลังก็ไหว้คนเกิดก่อน แล้วค่อยมานั่งนับญาติกันทีหลัง

       อาม้า แม่ของ beeman เกิดปีมะโรง ปีนี้ปีหมู อายุก็เข้าปีที่ ๙๑ แล้ว อาม้า

  • มีลูก ชาย ๖ คน หญิง ๓ คน (ที่ทันเห็นกันและมีทายาทสืบสกุล)
  • มีหลาน ชาย ๑๐ หญิง ๖
  • มีเหลน ชาย ๓ หญิง ๕

      ปีนี้มีลูก หลาน เหลน มาเยี่ยมในวันขึ้นปีใหม่ ครบ ๓ Generation

 

ลูกหลานอาม้า ๒ Generation

ภาพที่ ๑

     ในภาพที่ ๑ มีแปลกอยู่คนหนึ่ง ไม่ใช่ลูกอาม้า (คนที่ ๓ จากซ้าย) แต่เป็นเพื่อนของพี่ชายคนโต (ไม่อยู่ในภาพ) ชื่อพี่สุทัย..แกอยู่ Los Angeles มาเที่ยวเมืองไทย ก็เลยมาอาศัยอยู่บ้านพี่ชายคนโตชั่วคราว อายุก็คงประมาณ ๖๓ ปีแล้ว..ผมรู้จักพี่สุทัยตั้งแต่จำความได้..


 

 

ภาพที่ ๒

     ภาพที่ ๒ นี้ เป็นพี่ชายคนที่ ๓ ของผม ถ่ายคู่กับพี่สุทัย


 

ภาพที่ ๓

    ภาพที่ ๓ นี้ มีพี่ชายคนที่ ๕ กับพี่สาวคนสุดท้อง พี่สุทัยอยู่ตรงกลาง


 

 

ภาพที่ ๔

   ภาพที่ ๔ นี้เป็นหลานสาวคนโต (ของอาม้า)  ลูกของพี่สาวคนโต ชื่อสุนีย์ (ซ้าย)  ถ่ายคู่กับลูกสาวคนเดียวชื่อ มะเหมี่ยว....

  หลานสุนีย์นี้ อายุมากกว่าผม (ต้องเรียกผมเป็น อากู๋)...ตอนผมจบปริญญาตรี เขาจบปริญญาโท..และเข้ารับพระราชทานปริญญาพร้อมกัน (อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน) 

  ตอนหลานสุนีย์รับพระราชทานปริญญา มะเหมี่ยว ก็ไปรับด้วย เพราะว่ายังอยู่ในครรภ์นั่นเอง


 

ภาพที่ ๕

    ภาพที่ ๕ คนซ้ายคือ "มะเหมี่ยว" อายุมากกว่าคนขวาคือ "ฝ้าย" อยู่ ๘ ปี แต่ฝ้ายซึ่งเป็นลูกสาวของพี่ชายคนที่ ๕ มีศักดิ์เป็นน้า...

   หลานกับน้าคู่นี้ มีส่วนที่ใบหน้าที่คล้ายกัน..คือส่วนใต้จมูกลงมา..(เหมือนไหมเอ่ย)

   เพื่อไม่ให้เคอะเขินเวลาพบกัน พอถึงรุ่นที่เลย Generation ที่ ๒ ไป แล้ว เราให้นับตามอายุ ใครเกิดทีหลังก็ไหว้คนเกิดก่อน..ครับ..แล้วค่อยมานั่งนับญาติกันทีหลัง

BeeMan

BeeMan

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 70936
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 9
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (9)

  • ครอบครัวเชื้อสายจีน เป็นครอบครัวใหญ่ เวลามีเทศกาลสำคัญที่มาพบเจอกัน มักจะไล่เรียงลำดับญาติกันค่อนข้างโกลาหล
  • ครอบครัวของดิฉันก็เป็นเช่นนี้.....สมัยเด็ก ๆ งงมาก ทำไมญาติเยอะขนาดนี้ แถมแบ่งแยกสายทางป๊า (พ่อ) กับแม่ก็ไม่เหมือนกัน เป็นน้าเหมือนกันแต่ต้องเรียกว่าอาเจ่ก(น้องพ่อ) กับอากู๋(น้องแม่)
  • แถมยังต้องมีแยกลำดับเรียก หยี่เจ่ก....ซาเจ่ก....โซ่ยเจ่ก หรือ โซ่ยกู๋
  • แถมถ้าเป็นน้าผู้หญิง (อาเจ่กอากู๋เป็นผู้ชาย) ยังต้องเรียกต่างไป เป็นอาโก (น้องพ่อ) กับอาอี๊ (น้องแม่)
  • นี่ยังไม่พอ...ยังมีอากิ๋ม...อาซิ่ม....อาอึ้ม...อาแปะ...อาเหล่าโก...อาเหล่าเจ่ก...
  • อาเหล่ากง....อาเหล่าม่า...อาไหล่กง...อาไหล่ม่า.....เย๊อะ..แย๊ะ...
  • อ่านบันทึกนี้ของท่าน beeman แล้ว....สุขใจเหมือนได้อยู่ร่วมครอบครัวเดียวกันเลยค่ะ....อาม้าของอาจารย์ยังดูแข็งแรงมากเลยนะคะ...
  • อาจารย์คะขอโทษนะคะ   ไม่ทราบว่าอาจารย์เป็นคนจีน... อะไรคะ  ?
  • ตูนมีเชื้อ...ไหหลำ... ผสมกับ ...แคระ... (อากง = ตา เป็นไหหลำ  ส่วน  อากุ๊ง = ปู่ เป็นแคระ ส่วนย่ากับยายเป็นไทยแท้)  --- ตูนเลยได้เป็นลูกครึ่งตามสมัยนิยมค่ะ
  • เรียก แม่ ว่า  "หม่าม้า"  (เรียกสั้นๆ ว่า ม้า) แล้วเรียก ย่า ว่า "อาม่า" (เรียกสั้นๆ ว่า ม่า) ค่ะ
  • ตอนอาม่ายังอยู่พอจะฟังภาษาจีนรู้เรื่องบ้างแต่พูดไม่ได้ค่ะ  แต่เดี๋ยวนี้รูปสึกเสียดายที่ส่งคืนท่านไปหมดแล้ว
  • ส่วนท่านอาจารย์มาลินีโชคดีที่ได้มาทั้งพูดและเขียนค่ะ
  • สำเนาถูกต้อง
  • หลายรุ่นเลยครับ
  • ขอบคุณมากครับ
  • ขอบคุณ คุณปวีณา ที่เข้ามาช่วยเติมเต็ม และ ลปรร. ได้ความรู้เพิ่มขึ้นครับ
  • เขียนจน ไล่ไม่ถูกเลยทีเดียว ญาติเยอะจริงๆ

เรียนคุณตูน

  • ไล่ไปไล่มา...ผมน่าจะเป็นคนแต้จิ๋วครับ

เรียนคุณขจิต

  • คุณขจิตมีกี่รุ่นครับ
ขอเพิ่มเติมความรู้ค่ะ    คุณตูนคะ  แคะค่ะไม่ใช่ แคระ  มาจากคำว่า  客  ที่แปลว่า ผู้มาเยือน  บางทีก็เรียก  客家  ( ฮากกา) 
  • คุณนุชหายไปตั้งนานครับ....
  • beeman คิดถึงมากเลย
  • มีคำถามครับ...สงสัยว่า คนจีนในประเทศไทย มีกี่พวก (เมือง) ครับ...
  • ลองนับๆ ดู ก็มี ฮกเกี้ยน, แต้จิว, ไหหลำ, แคะ, ฯลฯ
         ใช่ค่ะๆ คุณนุชที่พิษณุโลกมีสมาคมจีน สมาคมฮากกา และสมาคมไหหลำค่ะไม่ทราบว่ามีสมาคมอื่นหรือไม่นะคะ