ผมอ่าน จะสอน How หรือจะสอน Why โดย ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ หลายรอบ แล้วรู้สึกเหมือนบางอย่างค้างคาความคิด มีทั้งด้านที่เห็นด้วยมาก ๆ และด้านที่เห็นต่างไป

OLPC นั้นเป็นสิ่งที่ควรส่งเสริม แต่มีประเด็นที่ขอเห็นต่าง ... ด้วยความเคารพนะครับ

ประเด็นหลักคือผมเองมองว่า How และ Why อยู่คนละระนาบกัน จึงไม่ควรมาเปรียบเทียบว่าอะไรสำคัญกว่า

เหมือน น้ำ อาหาร อากาศ นั่นแหละครับ ให้ผมเลือกอย่างเดียว ผมก็ไม่ทำ เพราะผมจะเลือกทั้งหมด

วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี เป็นกระบวนการที่เปลี่ยน skill ไปเป็น de-skill เพื่อให้มีรากฐานที่เปลี่ยนไปจากเดิม จนสามารถถามว่า Why ในมุมมองใหม่ ๆ ได้

de-skill คือการสรุปทักษะเชิงรูปธรรมให้กลายเป็นทักษะเชิงนามธรรมมากขึ้น ยุบ-ย่อเวลาของการเรียนรู้ลงมาให้สั้นลง เป็นการดูดกลืนช่วงเวลายาวนานของทักษะที่สั่งสมในยุคก่อนหน้า (knowledge assimilation) ให้กลายเป็นแก่นนามธรรมที่สั้นลง ใช้เวลาน้อยลง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนรู้มีรากฐานเกี่ยวกับ How ที่แน่นพอสำหรับการก้าวต่อไป และสุกงอม พร้อมที่จะถามว่า Why ?

แต่ขีดแบ่งระหว่าง de-skill กับ no-skill นี่บางเบามากนะครับ

การศึกษาจำเป็นต้อง de-skill ก็จริง แต่หากไม่ระวัง อาจจะพลัดเข้าสู่เส้นทางของ no-skill ได้ง่ายโดยแทบไม่รู้ตัว

ขีดแบ่งที่ว่าอาจจะอยู่ที่ความสนุกในการเรียนรู้ก็ได้

ในคณิตศาสตร์ ความสนุก เกิดจาก how ได้ง่ายกว่า why เพราะ how เป็นรูปธรรมที่สื่อตรงถึงใจเด็กได้ง่ายกว่า why ที่เป็นนามธรรม

ในวัยเด็ก ผมเคยสนุกกับ How ทางคณิตศาสตร์ (ตัวอย่างอยู่ในบล็อกใบไม้ผลิ) แต่นั่นก็เป็นรากฐานที่ดีสำหรับการถาม Why

คณิตศาสตร์ที่ขาดความสนุก แม้มีประโยชน์ แต่นำไปสู่วิถีทางของ no-skill ได้ง่าย เพราะถามคำตอบจากเพื่อนเอาดื้อ ๆ อาจสนุกกว่า ถามคำตอบจากเทคโนโลยีเอาดื้อ ๆ อาจสะดวกกว่า

บางที สิ่งที่เร่งด่วนไม่แพ้ OLPC อาจเป็นการต้องมาตอบคำถามว่า การศึกษาคณิตศาสตร์ทุกวันนี้สูญเสียเสน่ห์ทางพุทธิปัญญาไปหมดสิ้นแล้วหรือไร ?

ทำไมนักเรียนสมัยนี้จึงต้องเข้านั่งดูวิดิโอกวดวิชาสอนให้จำวิธีทำข้อสอบคณิตศาสตร์ โดยไม่ไยดีกับคำถามทั้ง How และ Why ? แล้วบ่นว่าคณิตศาสตร์ไม่สนุก

ปรากฎการณ์นั่งตาลอยดูวิดิโอกวดวิชาเดี๋ยวนี้มีไปทั่ว ไม่ใช่ระดับจังหวัดนะครับ ระดับอำเภอก็เริ่มมีกันแพร่หลายแล้ว วันไหนลงไปถึงระดับตำบลก็คงได้หนาว

นั่นอาจจะน่ากลัวกว่าการไม่มี OLPC ใช้เสียอีกนะครับ