อย่าปล่อยให้ UKM เป็นโรคแผ่นเสียงตกร่อง แทรกซ้อนด้วยโรคหลง KM

KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ  : 242. เปลี่ยนเจ้าของ UKM ดีไหม

         ผมเขียนบันทึกนี้แบบลองปรารภ     ลองเสนอแนะ    ไม่ทราบว่าจะก่อผลดีหรือไม่   

         ข้อเสนอแนะนี้มาจากการสังเกตว่า      สาระของการประชุมใน UKM Meeting แต่ละครั้งมันมีเวลาสำหรับ ลปรร. สาระของงานน้อยมาก     มีเวลาสำหรับคุยเทคนิค KM มากกว่า      กำหนดการของ UKM 9 ที่ขอนแก่นก็เอียงไปทางเดียวกัน     สภาพเช่นนี้ในปีแรก น่าจะถูกต้อง     พอเข้าปีที่ ๒ น่าจะถูกต้องน้อยลง      สำหรับในปีที่ ๓ น่าจะยิ่งไม่ถูกต้อง

        UKM ในปีที่ ๓ น่าจะเน้นเรื่องงาน     ลืม KM ไปเสีย     หรือยังไม่ลืมก็เอายัดใส่ไว้เป็น KM Inside   

       ปีที่ ๑ บ้า KM,  ปีที่ ๒ บ้า งานกับ KM อย่างละครึ่ง,  ปีที่ ๓ บ้างาน เอา KM ยัดเข้าข้างใน    หรือ งาน : KM = 80 : 20

        ผมจึงคิดว่าเราน่าจะเปลี่ยนเจ้าของ UKM     ในการประชุมเครือข่าย UKM แต่ละครั้ง ต้องยกให้เจ้าของสาระเป็นผู้จัด     อย่าให้พวกบ้า KM จัด     ให้พวกบ้างานจัด    เราก็จะได้การประชุมที่ สาระ : KM = 80 : 20    อย่าง UKM 9 เน้นเรื่องวิจัย ก็ยกให้ฝ่ายวิจัยของ มข. เป็นผู้จัด     ไม่ทราบว่าอย่างนี้จะดีไหม

         นี่เป็นข้อเสนอของพวกบ้า KM (คือผมเป็นคนบ้า KM) นะครับ     แต่เราต้องช่วยกันระแวดระวัง ไม่ปล่อยให้ UKM Network หลงทาง     และที่สำคัญไม่หลงตัวเอง     KM ไม่ใช่เป้าหมายนะครับ    เป้าหมายที่แท้จริงคือการพัฒนางาน     ซึ่งเป้าหมายของ UKM 9 คือการพัฒนางานวิจัยของมหาวิทยาลัยสมาชิก UKM     โดยเอากลเม็ดเด็ดพราย หรือเคล็ดลับในการจัดการงานวิจัยมา ลปรร. กัน     ดังนั้นคนที่มาประชุมจากแต่ละมหาวิทยาลัย ควรเป็นผู้บริหารงานวิจัย และหัวหน้าทีมวิจัยขนาดใหญ่ ในสัดส่วน 80% ครับ

         ผมขออภัยทีม มข. เจ้าภาพ โดยเฉพาะ อ. หมอ JJ ผู้แข็งขัน     ที่เสนอเรื่องนี้แบบทะลุกลางปล้อง    ผมเพิ่งนึกเรื่องนี้ออกเพราะได้พักยาวปีใหม่ครับ    ก่อนหน้านี้ก็รู้สึกสังหรณ์ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติใน UKM     แต่นึกไม่ออกว่าคืออะไร     ตอนนี้นึกออกแล้วว่าเป็นโรคแผ่นเสียงตกร่องครับ

วิจารณ์ พานิช
๒ มค. ๕๐