พฤติกรรมก้าวร้าวเป็นปัญหาสังคมที่ขยายความรุนแรงเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ แล้วขนาดไหนถึงเรียกว่าปัญหาสังคม เราคงไม่สามารถวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ว่ามากน้อยขนาดไหนถึงเรียกว่าเป็น “ปัญหาสังคม” แต่ให้เราวิเคราะห์ว่าปัญหานั้นไปกระทบกระเทือนกับความเป็นอยู่ของคนส่วนรวมมากน้อยแค่ไหน โดยการดูจากข่าวหรือเรื่องราวเหล่านั้นได้มีการลงเป็นบทความ นิตยสารถี่ขนาดไหน หากในแต่ละปีออกมาถี่มากก็ให้สันนิฐานได้เลยว่านั่นแหละเป็น “ปัญหาสังคม” ในขณะที่มีการตั้งคำถามต่อไปว่า “ปัญหาเหล่านี้จำเป็นมากไหมที่สังคมต้องช่วยกันแก้ไข”

           พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติใช่หรือไม่ ดิฉันมีคำตอบนี้ไว้ในบันทึก ปัญหาสังคม : พฤติกรรมก้าวร้าว(1)  เพราะพฤติกรรมก้าวร้าวเป็นปัญหาสังคมอันเกิดขึ้นจากปัจจัยปรุงแต่งชนิดต่าง ๆ มากระทบกระเทือนจิตใจอันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ ความคิด เกิดอคติ ทำให้พฤติกรรมที่เคยเป็นปกติหันเหเปลี่ยนทิศทางไป หากกฎของธรรมชาติในการดำเนินชีวิตบอกเราว่า การที่มนุษย์จะอยู่รอดในสังคมปัจจุบันจะต้องทำตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติให้ได้ ยิ่งมนุษย์มีความฉลาดมากขึ้นเท่าไรกระบวนการในการอยู่รอดของมนุษย์ก็ยิ่งสับสนวุ่นวายมากขึ้นไปด้วย นั่นก็คือเราอยู่ในสภาวะที่กำลังเกิดปัญหาสังคมขึ้น

          พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง ไม่สามารถจะคลี่คลายลงได้ด้วยตัวของมันเองหรือจะดีขึ้นได้โดยอัตโนมัติตามกฎธรรมชาติที่ว่า เกิด แก่ เจ็บ ตายดับสลายหายไปเป็นเรื่องปกติโลก หากมองในแง่ปล่อยวางให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎธรรมชาติแล้วแต่เวรแต่กรรม ปัญหาดังกล่าวก็จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวหาได้ตายแน่นิ่งไปจากสังคมไม่ยังมีตัวตายตัวแทนที่เป็นเสมือนการทิ้งก้อนหินลงบนพื้นน้ำ เมื่อคนทิ้งตาย...น้ำก็กระเพื่อมเคลื่อนย้ายขยายวงกว้างขึ้นเป็นทอด ๆ เพราะปัญหาเหล่านี้เกิดจากมนุษย์ยิ่งมนุษย์มีมากขึ้นเท่าไร กิเลส ตัณหา ความเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ก็เพิ่มมากขึ้ ความสับสนวุ่นวายก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น และหากเรายังนิ่งดูดายเฉยเมยไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้ก็จะขยายวงกว้างขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามเหตุปัจจัยที่เอื้ออำนวย การแก้ปัญหาใด ๆ ก็ตามเราต้องยอมรับด้วยว่าปัญหาทุกปัญหาใช่ว่าจะแก้ไขได้หมด แต่บางปัญหาหากใช้มาตรการหรือวิธีการที่ถูกจุดหรือใช้ยาที่ถูกกับโรคก็จะช่วยยับยั้งหรือลดความกดดัน ความตึงเครียดของปัญหานั้นให้น้อยลงได้

          การช่วยกันแก้ไขปัญาค้นหาวิธีการจัดการที่ดี เพื่อตัดทอนวงจรพฤติกรรมก้าวร้าวออกไปจากสังคมเป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมควรหันมาให้ความร่วมมือร่วมใจแก้ไขปัญหา อาจจะดีกว่าการนั่งงอมืองอเท้าให้ปัญหานั้นเข้ามาครอบงำฝังตัวแน่นอยู่ในสังคมจนสลัดไม่หลุดและมีแนวโน้มจะแผ่ขยายเป็นวงกว้างรุนแรงไปเรื่อย ๆ เพียงเพราะเชื่อว่าปัญหามันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ วันหนึ่งปัญหามันก็ดับสลายไปตามธรรมชาติเอง การคิดเช่นนี้เป็นการคิดที่ไม่ยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นและไม่เกิดผลดี เพราะบางปัญหาหากปล่อยไว้อาจเลวร้ายเกินกว่าที่จะแก้ไขได้