โดย...เด็กหญิงชลณี  ชมจันทร์

เปิดเทอมแล้วอะไรก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาแม้กระทั่งชุมนุมที่เคยเรียนมาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ก็ถูกเปลี่ยนแปลงจากที่เคยได้เรียนภาษาอังกฤษก็ได้เปลี่ยนมาเป็นวรรณกรรมตอนแรกที่ได้ก้าวเข้ามาในชุมนุมวรรณกรรมรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากจากที่เคยพูดแต่ภาษาอังกฤษฟุตฟิดฟอไฟก็ได้มาพูดภาษาชาติกำเนิดตัวเองนั้นก็คือ ภาษาอีสานนั้นเองวันแรกคุณครูที่สอนวรรณกรรมพาไปดูธรรมมาสเสาเดียวที่วัดกลางเม็กดำดิฉันรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะจะได้ออกไปศึกษานอกสถานที่พอไปถึงคุณครูบัวผินสั่งให้ทุกคนลงไปดูเสาธรรมมาสที่ไต้ถุนกุฏิดิฉันรู้สึกแปลกใจมากที่เพื่อนๆพี่ๆเกือบทุกคนดูรูปภาพที่เสาธรรมมาสออกว่าเป็นรูปอะไรขนาดเสานี้สร้างขึ้นเมื่อ ๖๐ ปีก่อนและสีที่ใช้ในการวาดก็เป็นสีที่ใช้จากธรรมชาติดูกี่ทีกี่ทีดิฉันก็ดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไรแต่คนอื่นเขากับดูออกได้ยินเข้าซุบซิบกันว่าเป็นรูปของกัณหาชาลีชูชกอะไรหลายอย่างแต่แทนที่ดิฉันจะมองเห็นว่าเป็นรูปอะไรกลับเห็นสิ่งทีทุกคนสนใจมากเป็นพิเศษสำหลับคนบ้าหวยดิฉันเห็นเต็มตาว่า ๒๑ ชัดๆดิฉันก็เลยชวนเพื่อนๆมาดูเขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะไปซื้อแต่พอวันหวยออกทุกคนต้องหน้าซีด หน้าหยิก หน้าบูดกันเลยถูกนะแต่ถูกกินหน่ะและวันที่ดีใจและประทับใจมากคือวันที่ได้ไปศึกษาไนวัดท่าชัยศรีสิ่งที่ดีใจที่สุดคือได้เปลี่ยนกลุ่มอาจารย์ทิพย์เปลี่ยนกลุ่มให้ ๒/๑ ทุกคนอยู่กลุ่มคำสอยเหมือนกันหมดทุกคนเลยดีใจมากได้เรียนกลับเพื่อนร่วมห้องด้วยทำอะไรก็สะดวกไม่ต้องกลัวว่าพวกพี่ๆจะว่าเราอย่างนั้นอย่างนี้วันนี้เปิดเทอม ๒ แล้ววันแรกไม่ได้เรียนแต่ได้บำเพ็ญประโยชน์คือการปัดเก็บกวาดสถานที่ที่สวนป่าด้านหลังสำหรับเตรียมต้อนรับเทอมใหม่ของชุมนุมวรรณกรรมศุกร์ต่อมาอาจารย์ให้ทำป้ายคำสอยแขวนไว้ตามต้นไม้แต่ดิฉันไม่ได้นำไม้มาก็เลยไปเอากับเพื่อนที่เขาเอามาหลายแผ่นและเขียนคำสอยลงไปว่า “สอย..สอย  หากอยู่ในวัยเรียนกะหย่าคิดมีฮักให้เรียนไปคักๆค่อยมีฮักนอกการเรียน..นี้กะสอย ให้รู้ว่าถ้าเรียนอยู่ก็อย่าคิดมีความรักให้เรียนจบมีงานทำเสียก่อนค่อยมีความรัก ศุกร์นี้เป็นอะไรที่น่าเบื่อซะจริ๊งๆได้มานั่งแต่งกลอนตั้งสองชั่วโมงแต่ก็ต้องแต่งเพราะอาจารย์สั่งแต่พอแต่งเสร็จแล้วโอ้โห รู้สึกว่าการแต่งกลอนมันไม่ยากอย่างที่คิดเลยอาจารย์เลยให้แต่ละกลุ่มออกไปอ่านให้เพื่อนฟัง  ดิฉันรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นตัวแทนของกลุ่มออกไปอ่าน  แต่พออ่านเสร็จแล้วก็โล่งใจมากแต่ที่หนูสนุกมากๆ  ที่สุดคือ  การต่อกลอนสด  สนุกมากแต่หนูวิ่งไม่ทันเขาซักทีมีอยู่ครั้งหนึ่งที่หนูว่าจะออกไปเขียนแต่กระดาษมันหมด  แล้วเลยได้พลิกด้าน  กะว่าพลิกด้านเสร็จจะเขียน  แต่เพื่อนอีกคนหนึ่งกลับมาแย่งปากกาไป  เป็นอะไรที่เสียใจที่สุดเพราะตั้งใจจะออกไปเขียนแต่ถูกแย่งไป  หนูยิ่งเป็นคนบ่น้ำตาตื้นอยู่แล้ว  หนูกำลังจะร้องไห้แต่เพื่อนห้ามไว้เลยไม่ร้อง  หนูพยายามจะไม่ร้องแล้วนะแต่น้ำตามันไหลออกมาโดยไม่ได้บอกหนูเล้ย...หนูเพิ่งรู้ว่าการที่ได้ก้าวเข้ามาสู่วรรณกรรมมันไม่ใช่สิ่งที่น่าเบื่อเลยวรรณกรรมคือสิ่งที่หนูคุ้นเคยเพราะหนูเป็นลูกคนอีสานคุ้นเคยดี  และหนูเพิ่งรู้ว่าคำสอยที่ใครๆ ว่าลามก  แต่ก็ลามก มีความหมายนะจ๊ะ