งานของครู คือ การทำงานส่งไม้ต่อมือกันไปเพื่อสร้างคน ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นในตัวศิษย์ มิได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว แต่เป็นผลสืบเนื่องจากการส่งไม้ต่อมือกัน ของเรือจ้างน้อยใหญ่ทุกท่านที่ออกแรงพายบึ้ดจ้ำบึ้ดอยู่ในกระแสธารแห่งชีวิต เพื่อส่งลูกศิษย์ที่รักของเราให้ถึงฝั่ง

 (3)

งานของครู

งานของครู คือ การทำงานส่งไม้ต่อมือกันไปเพื่อสร้างคน  ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นในตัวศิษย์ มิได้เกิดจากใครคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียว แต่เป็นผลสืบเนื่องจากการส่งไม้ต่อมือกัน ของเรือจ้างน้อยใหญ่ทุกท่านที่ออกแรงพายบึ้ดจ้ำบึ้ดอยู่ในกระแสธารแห่งชีวิต เพื่อส่งลูกศิษย์ที่รักของเราให้ถึงฝั่ง


งานที่ดิฉันอยากสร้าง  คือสร้างคนที่มีจิตใจดีงามโดยเนื้อแท้   

ดิฉันอยากเห็นคนดี ที่ทั้งพูด คิด เขียน และทำ เป็นเนื้อเดียวกัน 

การสร้างคนดีโดยเนื้อแท้นั้น เราเปิดหนังสือสอนอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องใช้วิธีฝึกคนผู้นั้นให้เผชิญกับสถานการณ์จริง เขาจะค่อยๆมองเห็นตัวตนเนื้อแท้ที่แท้จริงของตนเอง เมื่อได้เผชิญกับสถานการณ์จริงที่แตกต่างหลากหลายเหล่านั้น   ได้ลงมือทำจริง แก้ปัญหาโดยตนเองได้จริงๆ 

นอกจากจะได้มองเห็นว่าตนเป็นคนเช่นไรแล้ว   เขาอาจจะมองเห็นได้ว่าต้องฝึกฝน ปรับปรุงตนอย่างไร จึงจะบรรลุถึงความเป็นคนดีโดยเนื้อแท้

ถามว่าดิฉันตั้งใจฝึกอะไรบ้าง ก็ตอบได้ดังนี้

1. ตั้งใจฝึกให้เป็นคนนิสัยดี

อยากให้เด็กๆมีจิตใจดีโดยเนื้อแท้ มีมารยาทอันดี มีวุฒิภาวะ อยากฝึกให้เป็นคนน่ารัก มีทั้งความเป็นมิตร และความเป็นกัลยาณมิตร มีจิตใจอ่อนโยน เข้าใจคน รู้จักเห็นอกเห็นใจ มีความละเอียดอ่อน และเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น

ฝึกให้รู้จักกาละเทศะ รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักให้เกียรติผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว ไม่คิดเบียดเบียนผู้อื่น มีความจริงใจ ไม่ทำดีหวังผล ฝึกให้มีความอดทน มีความเพียรพยายาม มีความเสียสละ และมีน้ำใจงาม

ครั้นฝึกอย่างนี้มาได้สักพักหนึ่งก็เห็นว่านิสัยดีๆทั้งหลายข้างต้นนั้นยังไม่พอ เมื่อเด็กๆต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในสังคมจริงๆ ที่ไม่ค่อยเห็นความสำคัญของจิตใจที่ดีงามโดยเนื้อแท้ และเด็กอาจตกไปอยู่ในที่ที่มีการเบียดเบียนกันเป็นสามารถนั้น
 

ก็จำเป็นต้องพยายามฝึกให้มองเห็น รู้เท่าทัน รู้จักพาตัวให้รอดพ้นจากความไม่ดี แล้วก็เข้มแข็งพอที่จะทำความดีต่อไปได้ด้วย


2. ฝึกทักษะการรู้เท่าทันการสื่อสาร
 

การรู้เท่าทันการสื่อสาร ในมุมมองหนึ่งตามความเข้าใจของดิฉันหมายถึง การเข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของผู้ส่งสาร และสามารถตัดสินใจเลือกวิธีคิดและวิธีทำที่เหมาะแก่สถานการณ์ หรือภาวะนั้นๆ

การเข้าใจ และการรู้เท่าทัน ในที่นี้ หมายถึงการเข้าใจอย่างลึกซึ้ง แท้จริง

  •  มิใช่เพียงแค่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร หรือรู้ว่าแท้ๆแล้ว เขาต้องการอะไร
  • แต่รู้ลึกซึ้งไปถึงว่าด้วยเหตุใดปัจจัยใด ทำให้เขาถ่ายทอดส่งผ่านความหมาย (สื่อสาร : communicate)เช่นนั้น 
  • และการที่เขาถ่ายทอดความหมาย เช่นนั้น จะส่งผลกระทบต่อเนื่องอย่างไรต่อไป
  • ตัวเราจะมีวิธีคิดอย่างไร และจะมีวิธีทำอย่างไร (จะวางท่าทีอย่างไร จะลงมือทำอะไร อย่างไร) จึงจะเหมาะแก่สถานการณ์หรือภาวการณ์นั้น

นอกเหนือจากการฝึกให้เป็นคนจิตใจดี มีน้ำใจงามแล้ว ยังต้องฝึกให้เป็นคนฉลาดและรู้เท่าทันการสื่อสาร เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันในการทำความดีอีกด้วย

คนดีที่มีความฉลาดรู้เท่าทันนั้น จะสามารถคิด สร้าง หรือลงมือทำในสิ่งที่มีคุณค่า เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง ไม่เห็นแก่ตัว ไม่หลงผิดหรือพลาดท่าเสียรู้แก่ผู้อื่นโดยง่าย

การฝึกเด็กๆให้รู้เท่าทันการสื่อสาร คือการฝึกให้เด็กๆรู้เท่าทันกระบวนการสื่อสาร และรู้เท่าทันจุดมุ่งหมายแท้ๆของผู้ส่งสาร รวมถึงสามารถวางท่าทีต่อการสื่อสารครั้งนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อ ให้เข้าใจและรู้เท่าทันชีวิต โดยใช้กลวิธีการสอนและสถานการณ์อย่างง่ายในชั้นเรียน

ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยฝึกให้เด็กฉลาด รู้จักคิด มีน้ำใจ สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างเต็มความสามารถ(ในทางที่ถูก) และเพื่อให้นำความฉลาดรู้จักคิดนี้ ไปปรับใช้กับชีวิต(..ที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป..ในวันหน้า) 

ปรับจาก กระทู้ การรู้เท่าทันการสื่อสาร ( Communication  Literacy)ความเห็นเพิ่มเติมที่