ความเห็น 1177198

งานของครู

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณหมอเล็ก  : )

ขอบคุณสุดหัวใจเลยนะคะ ที่คุณหมอเล็ก"เข้าใจ"และ"รู้เท่าทันการสื่อสาร"ของพี่แอมป์อย่างแท้จริง  แถมยังให้กำลังใจกันสุดชีวิตอีกด้วย      

"ความหวังที่จะเห็น" ทุกข้อที่กล่าวมานี้  พี่แอมป์หวังตั้งแต่ยังเด็ก  พี่อยากเห็นคนใจดี  อยากอยู่ใกล้ๆคนจิตใจดี  พี่คิดเอาตามประสาเด็กว่าได้อยู่ใกล้ๆคนเช่นที่ว่านี้แล้วเราคงจะมีความสุขมาก 

ต่อเมื่อแก่ๆนี้   พี่ก็ได้เห็นว่าการพยายาม "ทำให้คนอื่นเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น"  นั้นช่างหนักหนาสาหัสนัก  แต่พี่ก็ไม่เคยท้อ  เพราะคิดเอาง่ายๆว่าถ้าสร้างที่คนอื่นไม่ได้  ก็สร้างที่ตัวเองก่อน

พี่สนุกที่จะฝึกตัวเองไปทุกวันแบบผิดๆถูกๆล้มลุกคลุกคลาน   เหตุที่สนุกเพราะไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ  ไม่ต้องฝืนใจทำให้ตัวเอง  เป็นคน "แบบที่เราไม่อยากเป็น"  เราอยากเป็นแบบใดเราก็ทำตัวแบบนั้น  ซึ่งก็ล้มลุกคลุกคลานอย่างที่ว่า  แต่มิได้ทุกข์ทรมานแต่อย่างใด

พี่เทียบเอากับความรู้สึกในช่วงที่ต้องทำงานในสายงานที่ฝืนความรู้สึกตัวเองนะคะ  พี่ชอบความรักมากกว่าชัยชนะ และชอบจริงใจและความบริสุทธิ์ใจมากกว่าวิธีคิดแบบหวังผล  พี่จึงดิ้นรนวิ่งหาสิ่งที่ตรงกับหัวใจตัวเอง  ซึ่งนั่นก็นานพอดู  แต่พี่ก็คิดว่าคุ้มค่าที่หามาจนแก่ และหากันจนเจอ : )  

พี่แอมป์จึงคิดว่าการได้เป็นครูนี้ดีจัง  เพราะความเป็นครูจะเอื้อให้เราทำสิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่ต้องรู้สึกขัดแย้งกับอะไรเลย  แล้วเราก็ช่วยฝึกลูกๆของผู้อื่นให้เป็นแบบที่เราคิดว่าดีได้ด้วย  เราไม่ต้องหวังผลประโยชน์เป็นตัวเงิน  เราไม่ต้องกลัวขาดทุน  เราไม่ต้องดีดลูกคิดรางแก้วไว้ในใจว่าเราจะได้กำไรจากการนี้เท่าไหร่  เพราะหน้าที่เราคือ"ให้"อย่างเดียว  แล้วก็จบเท่านั้น  จบที่สุขใจที่ได้ทำให้  ทำให้เแล้วเราก็กลับบ้านนอนสบายใจ 

อ่า..อาจมีกลุ้มใจบ้างแต่ไม่เป็นไร : )   พรุ่งนี้เราค่อยกลับไปบ่นต่ออีกสักคาบสองคาบก็ได้  ตามจุดประสงค์จิตพิสัยแผนการจัดการเรียนรู้ที่แปดสิบเอ็ด  อิๆๆๆๆ

ความตั้งใจ(ยากๆ)สิบเอ็ดข้อย่อย และสองข้อใหญ่ที่คุณหมอเล็กกรุณาแจกแจงมาโดยละเอียด แบบที่พี่แอมป์เองก็ยังนึกไม่ถึงนั้น  เป็น"งาน"ที่ทำให้พี่แอมป์มีความสุขมากๆ(แม้ว่าจะเหนื่อยสุดชีวิต)ค่ะคุณหมอเล็ก พี่แอมป์ก็อธิบายไม่ถูกจริงๆว่าเพราะอะไร  อาจเป็นเพราะได้มีโอกาสพูดและทำในสิ่งที่เราคิดมังคะ  พอเราได้ทำอย่างใจคิดเราก็สบายอารมณ์ดีตลอดปีการศึกษา  และคงเป็นโชคดีของพี่แอมป์ด้วยที่ได้อยู่ในที่ๆมีเพื่อนร่วมงานใจดี   ยอมให้พี่แอมป์ฝึกทะลุ่มทะลุยจนนักศึกษาเวียนหัวตีลังกาไปทุกรุ่น  ประสบการณ์ตรงเหล่านี้มีความเข้มข้นในใจเราจนทำให้อยากเขียนเพื่อเล่าสู่กันฟังกับคนที่มีความสุขที่จะทำในสิ่งเดียวกัน  เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการทำงานมากเหมือนเรา   เพียงแต่ด้วยข้อจำกัดของพี่  ก็จะทำให้ผู้อ่านเสียเวลาในการอ่านแบบยืดยาว   : ) 

พี่แอมป์คิดว่าผู้ที่เป็นครูต้องกล้าฝึกคน และต้องกล้ายอมรับกับคนที่เราฝึก ว่าเรามิใช่มนุษย์ที่สมบูรณ์พร้อม  แต่เราพร้อมที่จะช่วยฝึกเขา  เรียนรู้ร่วมกันไปกับเขา  และฝึกทั้งเขาและเราให้เป็นมนุษย์ที่ดี  และเข้าใกล้ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

ตรงนี้แหละค่ะคุณหมอเล็ก ที่พี่แอมป์ชอบที่สุด ความเป็นครูเอื้อให้เราฝึกคนและฝึกตนพร้อมๆกันไปได้  โดยที่เราไม่ต้องพูดว่า "ไม่พอใจ..ยินดีคืนเงิน"  เพราะเราไม่ได้ทำเพื่อแลก  แต่เราทำเพื่อให้

เราไม่ได้เอาเงินเป็นเครื่องแลกเปลี่ยน  และไม่ได้เอา"ความพึงพอใจ"เป็นตัวชี้วัด   ระบบคุณค่า และมาตรฐานคุณค่าที่เราตั้งใจสร้าง จึงยังคงคุณค่ากลางที่ตั้งอยู่อย่างสมดุลได้  ไม่เอนเอียงเฉียงแฉลบไปตามอารมณ์และความพึงพอใจของท่านเจ้าของนโยบายสายฟ้าแลบท่านใดๆ

และเราสามารถบอกอย่างสบายอารมณ์ได้ว่า "ไม่พอใจ..ยินดีฝึกใหม่"  แปลว่าในการฝึกต้องแลกด้วยปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวตนเป็นๆของกันและกัน  เพื่อให้เกิดการเรียนรู้  เกิดคุณค่า  เกิดความเชื่อมั่น และมั่นใจในคุณค่าที่เกิดขึ้น"ในตัวตนของคนผู้นั้นอย่างแท้จริง"   อันนี้แหละจึงจะเป็นคุณค่าแท้  แบบที่เงินซื้อไม่ได้  ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว..พี่ชอบใจนัก

สุดท้ายนี้คอมเม้นต์ของพี่ก็ยาวเหยือยแบบจบไม่ลงปลงไม่ตกตามเคยค่ะ คุณหมอเล็ก  : )  แต่ก็เข้าข้างตัวเองเช่นเคยว่าทุกท่านที่กรุณาแวะมาคุยด้วยจะทำใจได้แล้วกับคอมเม้นต์ที่กลายเป็นจดหมาย(ทุกที)ของพี่

พี่แอมป์ประทับใจกับประโยคท้ายของคุณหมอเล็กมากนะคะ  ที่คุณหมอเล็กกล่าวอย่างมุ่งมั่นว่า  "ดิฉันเองก็ปวารณาตัวแล้วเช่นกัน"  : )  น่าชื่นใจแทนลูกศิษย์ที่จะได้เรียนกับคุณหมอเล็กที่สุดเลย

เพราะทุกข้อล้วนเป็นคุณสมบัติของผู้มีจิตใจดีทั้งสิ้น  ครูที่มุ่งมั่นจะ "จะฝึกตนผ่านข้อหนึ่งใหญ่(11ข้อย่อย)" ได้นั้น    ก็ย่อมจะทำให้ลูกศิษย์มั่นใจได้เป็นเบื้องต้น  ว่าจะเป็นผู้มี"จิตใจดีงาม"  และการได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้จากผู้มี"ใจงาม"นั้น  ถือเป็นกุศลแห่งชีวิตแล้ว

...แบบที่เราได้เรียนรู้จากผู้มี"ใจงาม"หลายๆท่านในสังคมออนไลน์แห่งนี้ ..

ที่สุดของสุดท้ายนี้  พี่แอมป์ก็อยากเรียนด้วยความจริงใจว่าทั้งหมดที่กล่าวเป็นความรู้สึกที่อยากบอกอยากเล่าสู่กันฟังกับคุณหมอเล็ก  โดยมิได้เจตนาจะอวดอ้างสรรพคุณใดๆ  และพี่ก็เชื่อแบบเข้าข้างตัวเอง(อย่างหน้าตาเฉย)อีกว่าคุณหมอเล็กเข้าใจ  แม้ว่าจะเมื่อยตาไปเล็กน้อย เมื่ออ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ 

และถ้าพี่แอมป์ทำให้คุณหมอเล็กเมื่อยตาจริงๆ  พี่ก็ต้องขออภัยมณีไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ    : )     : )     : )