เมื่อวันขึ้นปีใหม่ ผมได้ถือโอกาสส่ง สคส.เรื่อง ความรู้ที่เป็นพิษ เพื่อให้สมาชิกทั้งหลายได้มีโอกาสพินิจพิจารณาว่าสิ่งใดควรทำ ไม่ควรทำ และได้อ้างอิงถึงหลักกาลามสูตร ว่า เป็นวิธีการที่จะพิจารณาได้ว่าสิ่งใดควรทำ ไม่ควรทำ และได้รับคำถามจากครูบาสุทธินันท์ ว่า “กาลามสูตร” แปลว่าอะไร ?

ผมก็จำได้ไม่ทั้งหมด แต่จำได้เฉพาะส่วนที่ผมใช้งานอยู่ทุกวัน จึงได้ไปสืบค้นในอินเตอร์เน็ต และนำข้อมูลดังกล่าวมาวางไว้ที่นี้ เพื่อความสะดวกสำหรับสมาชิกที่ต้องการทบทวนว่า กาลามสูตร คืออะไร

ซึ่งผมขอนำข้อมูลดังกล่าวมาเสนอไว้ ณ ที่นี้

กาลามสูตร แปลว่า พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล เรียกว่า เกสปุตตสูตร ก็มี กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อ ไม่ให้เชื่องมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดี ก่อนเชื่อ มี ๑๐ ประการคือ

. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา

๒. อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา

๓. อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ

๔. อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา

๕. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา

๖. อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา

๗. อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล

๘. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน

๙. อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้

๑๐.อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้สรรเสริญ ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรเข้าถึงธรรมเหล่านั้นอยู่

จากข้อมูลดังกล่าว หวังว่า ชาว blogger ทั้งหลาย สามารถจะนำหลักการไปอธิบายให้ผู้อื่นฟังได้ว่า สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด สำหรับคนที่จะเข้ามาถามหรือเข้ามาก่อกวนโดยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่

เราก็จะใช้หลักการของ กาลามสูตร นี้ ในการพิจารณาว่า สิ่งใดเป็นอย่างไร

และขออวยให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุขในวันขึ้นปีใหม่เทอญ....

เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้