ไชโย ปีหมูมาแล้ว..

อุ๊ย!! ระเบิดก็มาด้วย

  ..เพื่อความปลอดภัยสุขภาวะท่านเอง อย่าไปเที่ยวเพ่นพ่านอยู่บ้านอ่านบล็อกดีกว่านะครับ ผมขอชวนเปิดสารบัญบล็อกแห่งปีด้วยเรื่องความรู้ในตัวคน เรามาระเบิดความรู้กันดีไหมครับ

  ทุกคนมีความรู้..คงไม่สงสัยนะครับ คงไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่มีความรู้ ตั้งแต่ยุคที่อยู่ในถ้ำแบกตะบองล่าสัตว์ เราก็พัฒนาความรู้จนมาอยู่ตึกระฟ้า จับเนื้อสัตว์ไปเก็บไว้ในกระป๋อง มนุษย์ไม่หยุดนิ่ง พากันสร้างเครื่องมือมาเสริมจุดแข็งให้ตนเองมีศักยภาพนอกเหนือไปจากสัตว์ทั่วไป

ช่วงนี้อากาศหนาวเย็น มนุษย์คิดค้นเสื้อกันหนาว ถุงมือถุงเท้า หมวก นอกจะช่วยบรรเทาหนาวแล้ว ยังทำให้มนุษย์มีศักยภาพเพิ่มขึ้นสามารถนำพาตัวเองไปค้นคว้าความรู้ในจุดที่อากาศเหยือกแข็งตามขั้วโลกได้  ทำไปทำมามนุษย์ได้เก่งกาจถึงกับไปเหยียบดวงจันทร์ และทำฝันให้เป็นจริงบุกเบิกไปยังดาวดวงอื่นในอนาคต

  คนป่ามีวิธีเอาหมูที่ล่ามาได้กลับบ้าน ถ้าเป็นท่านจะเอามาวิธีไหน

   ความรู้ในตัวคนที่เรียกว่าภูมิปัญญาในแต่ละยุคนั้น ยุคหิน ยุคโลหะ ยุคคอมพิวเตอร์  สิ่งนี้เป็นการรวมความรู้ในสังคมของมนุษย์ในแต่ละยุคนั้นๆ ศาสตร์บางเรื่องเรายังอึ้งกิมกี่มาเท่าทุกวันนี้  เช่น การสร้างปิรามิด สร้างปราสาทนครวัตนครธม เห็นแล้วต้องยกให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่ประหลาดใจไม่ทราบว่าชุดความรู้เหล่านั้นหายไปไหน เราตามได้จากการจารึกตามฝาผนัง แต่ก็นะจังงังอยู่ตรงนั้น ไม่สามารถที่จะสาวต่อไปถึงต้นตอความรู้ได้ ข้อสงสัยเรื่องเครื่องมือ พลังงาน การคำนวณ ชุดความรู้ที่สามารถสร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้นั้น  มันคงไม่ธรรมดาแน่นอน

  นักการศึกษาเห็นความสำคัญในเรื่องความรู้ในตัวคน ความรู้ที่เป็นฐานชีวิตและสังคม  พยายามให้ระบบการศึกษาช่วยกันสร้างพิมพ์เขียวความในชุมชนขึ้นมาเพื่อพัฒนาสืบทอดไปยังสิ่งที่ดีกว่า ผ่านหลักสูตรท้องถิ่น แต่ก็ได้รับความสนใจน้อยมาก มีบ้างที่บางโรงเรียนนำไปทดลองอย่างจริงจัง ชวนผู้รู้ผู้นำชุมชนมาเป็นครูท้องถิ่น ยกเอาวิถีท้องถิ่นขึ้นมาเป็นสาระการเรียนรู้ ทำท่าว่าจะไปได้ดีพอควร เพราะความรู้เหล่านี้ติดตัวเด็กไปตลอด มีความอดทน ความมานะพยายาม ยอมสู้กับสิ่งยาก ช่วยบรรเทาอาการเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อให้กับเด็กยุคทฤษฎีจ๋า
  ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ศึกษาต่อและเด็กที่ออกจากโรงเรียนไปหางานทำ อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์ภาคปฏิบัติบ้าง ไม่เดินออกจากโรงเรียนไปแบบงงงวยเหมือนถูกผีหลอก

   ช่วงนี้มีการพูดกันมากเรื่องการสร้างสังคมแห่งการเรียน จะเกิดขึ้นได้ทุกภาคส่วนของสังคมจะต้องตื่นตัวลุกขึ้นมาเป็นผู้เรียนร่วมกันทั้งแผง  ไม่ว่าใครอยู่ในสถานะใด ควรจะต้องใฝ่เรียนเพื่อความความรู้ในตัวตน  ให้มีศักยภาพมากพอที่จะอยู่ในสังคมที่ต้องใช้ความรู้ในเวลานี้

    แล้วเราละ วันนี้คนดีอยู่กับความรู้อะไร  ปีนี้สนใจจะเรียนเรื่องอะไรเป็นพิเศษ เรียนที่ไหน เรียนกับใคร ได้ผลลัพธ์อย่างใด เอาเรื่องดีๆมาบอกเล่าเก้าสิบกันบ้างนะครับ