ฟังได้ที่ (๑) เป็น Penguin Talk เมื่อกว่าสามปีมาแล้ว บอกว่าต่อไปมนุษย์จะถูก hack โดย AI และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในสังคมมนุษย์เป็นระยะๆ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มนุษย์จึงต้อง re-inventing ตัวเองเป็นระยะๆ โดยข่าวดีคือมนุษย์มีความสามารถปรับตัวสูงมาก
ดูจากภาพ ผู้เข้าร่วมเป็นคนหนุ่มคนสาวหลากหลายเชื้อชาติผิวพรรณ เต็มห้องประชุม และเมื่อถึงตอนเปิดให้ถาม มีคำถามคมๆ มากมาย
หัวข้อของการพูดเป็นเรื่องอนาคตของการศึกษา ที่ผมจับความได้ว่า ต้องมีทั้งเรียนรู้ภายนอก และเรียนรู้ภายใน Yuwal Harari บอกว่าตอนวัยรุ่น ตนเองไม่รู้จักตนเอง ว่ามีธรรมชาติเป็น เกย์ ทำให้สับสนมาก ต่อมาเมื่อเข้าใจตนเองก็มีสันติภายใน ตอนนี้เขานั่งสมาธิวันละ ๒ ชั่วโมง
การเสวนาเข้าไปที่ความหมายของ “งาน” (work) ความรู้สึกถูกเอาเปรียบ ไร้ค่า ในการทำงาน ที่ผมตีความว่า เป็นอาการของความบกพร่องของการพัฒนาตัวตน (identity development) ที่วงการศึกษาไทยต้องเอาใจใส่มาก และพ่อแม่ก็ต้องรู้วิธีเลี้ยงลูกให้มีการเติบโตพัฒนาตัวตนอย่างแจ่มชัด ให้รู้จักตัวเอง มีเป้าหมายคุณค่าในชีวิตของตน
เมื่อผู้ฟังถามว่า ตนอยากมีชีวิตที่มี impact ต่อสังคม Yuwal Harari แนะนำให้สร้าง impact โดยเข้าร่วมองค์กร เพื่อร่วมมือกับคนอื่น ในการสร้างสรรค์ ทำงานคนเดียวสร้าง impact ยาก
คนเราต้องโฟกัส โรงเรียนไม่ใช่ที่ให้ความรู้อีกต่อไป แต่เป็นที่ให้โอกาสพัฒนาทักษะใช้ความรู้ สร้างแวดวงสังคม ฝึกร่วมมือกับคนอื่น และสมรรถนะสำคัญอื่นๆ
ท่านแนะนำให้เสาะหาคำถามสำคัญ ให้คำถามนำชีวิต เป็นข้อแนะนำที่ผมชอบมาก ผมมีความเชื่อว่า คนที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตต้องเป็นนักตั้งคำถาม และเลือกคำถามสำคัญมาใช้เป็นประทีปนำทางชีวิต ซึ่งหมายความว่า ใช้ความไม่ชัดเจน ความซับซ้อน เป็นแรงดึงดูดกิจกรรมในชีวิต หรือสร้างแรงบันดาลใจ
มีวิศวกรตั้งคำถามบทบาทของวิศวกร ว่ามีอิทธิพลต่ออนาคตของโลกมาก ด้านการสร้างสรรค์ที่เป็นได้ทั้งประโยชน์ และด้านโทษ ต่อสังคม ท่านบอกว่า ใช่ วิศวกร เป็นอาชีพที่มีอิทธิพลต่ออนาคตของโลกมากที่สุด โดยเฉพาะ software engineer ท่านจึงเสนอว่า ในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ ควรเรียนปรัชญา (philosophy) และจริยธรรม (ethics) ด้วย เพื่อให้ชีวิตมีความอ่อนโยนลง ไม่หลงเน้นวัตถุนิยม หยาบกระด้าง
นำสู่การพัฒนาที่เป็นเส้นทางสู่ dystopia vs utopia ในอนาคต ที่ไม่มีใครรู้ว่าโลกจะก้าวไปทิศใด
มีคนถามเรื่อง UBI (Universal Basic Income) ที่ข้อจำกัดคือ ไม่ universal จริง ยังจำกัดอยู่แค่ National UBI ฟังแล้วรู้สึกว่า Yuwal Harari เชื่อในการเก็บภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ เอามาจุนเจือคนจน ให้มีรายได้เท่ากับเส้นความพอดีสำหรับสังคมนั้นๆ (๒) (๓) (๔)
การสนทนา ช่วยให้ผมรู้จัก Echo chamber เป็นครั้งแรก ว่าคนเราอยู่ในแวดวงของคนที่คิดเหมือนๆ กันโดยไม่รู้ตัว เป็นข้อจำกัดของการเรียนรู้
เป็น ๖๐ นาที่ที่ประเทืองปัญญายิ่ง โดย Yuwal Harari บอกว่า เขาพูดเรื่องอนาคต ทั้งที่เป็นอนาคตของแต่ละคน และอนาคตของมนุษยชาติ กว้างกว่าเรื่องการศึกษา
วิจารณ์ พานิช
๓๐ มี.ค. ๖๕