ชีวิตที่พอเพียง 2975. ยุคพระศรีอาริย์ชิมลอง


ไม่นึกไม่ฝันว่าจะพบมันได้    บทความเรื่อง Why Free Money Could Be the Future of Work ในนิตยสาร Fortune กระตุ้นให้ผมเขียนบันทึกนี้ด้วยความพิศวง    ว่ามีการคิดอย่างนี้ได้ด้วย    คือการให้เงินฟรีๆ แก่คนที่ตกงานหรือมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด    เพื่อแก้ปัญหาคนตกงานจากการที่เครื่องจักรเข้าไปแย่งงาน    

 เขาเรียกหลักการนี้ว่า UBI – Universal Basic Income    คือยึดหลักว่าคนในสังคมต้องมีรายได้ขั้นต่ำ ในระดับหนึ่ง     ถ้าหาเองไม่ได้ รัฐต้องจ่ายให้    และมีการวิจัยทดลองในหลากหลายพื้นที่    เขายกตัวอย่างการวิจัย ของ Y Combinator เลือกประมาณ ๑๐๐ ครัวเรือนให้เป็นผู้รับเงินปีละ ๑๒,๐๐๐ ถึง ๑๘,๐๐๐ เหรียญ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ยกเว้นขอให้กรอกแบบสอบถามเป็นครั้งคราว     


มีการก่อตั้ง Economic Security Project เพื่อระดมทุน ทดลองวิจัยเรื่อง UBI   ที่เขาบอกว่าเป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ ที่จะต้องพัฒนาขึ้นในโลกยุคใหม่   


บทความบอกว่าการทดลองเรื่อง UBI กำลังดำเนินการในประเทศสหรัฐอเมริกา  สเปน  เนเธอร์แลนด์  เคนยา  ยูกันดา  อินเดีย  นครกลาสโกว์ของสหราชอาณาจักร  ฟินแลนด์  รัฐออนทาริโอของแคนาดา 


ที่อินเดียเริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 ดำเนินการโดย UNICEF ทดลองในชนบทของอินเดีย ๘ หมู่บ้าน    เลือกครอบครัวยากจน ๑,๑๐๐ ครัวเรือน    ให้เงินเพิ่มจากรายได้เฉลี่ย ร้อยละ ๒๐ - ๓๐  แล้วดูพฤติกรรมการ ใช้เงินนั้น  เทียบกับกลุ่มควบคุม    พบว่าคนที่ได้เงินแล้วมีผลให้ขี้เกียจทำงานมีน้อย    ส่วนใหญ่เอาเงินไปใช้ ปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของตน  หรือเอาไปลงทุนทำธุรกิจ    ที่สำคัญ การใช้เงินเพื่อการศึกษาในหมู่บ้านเพิ่มขึ้น  และผลลัพธ์การเรียนของนักเรียนดีขึ้น  


ที่จริงแนวคิดเรื่อง UBI มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986  มีการก่อตั้ง Basic Income Earth Network    และเขียน หนังสือ Basic Income : And How We Can Make It Happen     ตอนนั้นคนคิดว่าเป็นความคิดของนักปรัชญา และนักเศรษฐศาสตร์บ๊องๆ     แต่เวลานี้เริ่มคิดกันว่าเป็นแนวทางแห่งอนาคต 


บทความในนิตยสารฟอร์จูนยาวมาก และยกตัวอย่างมากมาย    น่าสนใจมาก   อ่านรายละเอียดเอาเองนะครับ


เพิ่มเติมวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐


นสพ. เดอะ เนชั่น ฉบับวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ลงข่าวหน้า ๑ เรื่อง Govt plans Bt 2,750 welfare per month for low-income citizens    โดยมีหลักการคือ รัฐช่วยเหลือคนที่อยู่ใต้เส้นแห่งความยากจน คือมีรายได้ต่ำกว่าปีละ ๓๐,๐๐๐ บาท    น่าจะยึดถือตามหลักการข้างบน    โดยผมมีความเห็นว่า การช่วยเหลือนี้จะก่อความเข้มแข็งหรืออ่อนแอให้แก่สังคมในภาพรวม น่าจะขึ้นกับวิธีการจัดการ และวิธีการสื่อสารสังคม    จึงน่าจะมีการวิจัยติดตามผล    ว่ามาตรการนี้ก่อผลกระทบต่อสังคมในด้านใดบ้าง ในระดับใด     



วิจารณ์ พานิช

๙ ก.ค. ๖๐  เพิ่มเติม ๒๖ ก.ค. ๖๐

 


 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เมืองไทย..ก็มีการแจกเงิน..ผู้มี รายได้น้อย..เดือนละ..สองพัน..น่า..จะเข้าข่าย..เดียวกัน..( ผลจะเป็นอย่างไร....ไม่รู้..)..เราถึงยุค..ภาษี อาน..แล้วยัง..จึงมีเงินแจก..