การแสดงพฤติกรรมของมนุษย์มีมากมายหลายรูปแบบ พฤติกรรมบางอย่างเรามองว่าเป็นปัญหาสังคม แต่ในอีกสังคมหนึ่งพฤติกรรมเหล่านั้นกลับถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมที่น่ายกย่องช่วยเสริมสร้างสร้างสรรค์จรรโลงสังคมให้เข้มแข็งขึ้น แล้วพฤติกรรมอย่างไรเราจึงจะเรียกว่าเป็นปัญหาที่เราจะต้องช่วยกันแก้ นี่แหละที่ต้องมานั่งหาคำตอบเพื่อตอบคำถามว่า "พฤติกรรมอย่างไรถึงเรียกว่าเป็นปัญหา"

          ในขณะที่นั่งทบทวนเพื่อหาคำตอบก็นึกถึงคำว่า ปทัฎฐาน สมองคิดทบทวนหาคำตอบไปเรื่อย จนกระทั่งมาหยุดกึ๊ก!!... “พฤติกรรมเหล่านั้นได้ไปก้าวล่วงสิทธิคนอื่นไหม? สิทธิตามกรอบสังคม (ปทัฎฐาน, กฏ, ระเบียบ, กฎหมาย, จารีตประเพณีวัฒนธรรม) หากสังคมที่มีกรอบไม่เหมือนกัน การให้ค่าว่าอะไรคือพฤติกรรมก้าวร้าวน่าจะแตกต่างกัน ความก้าวร้าวบางแห่งเรียกกล้าแสดงออก” นี่คือคำพูดที่ได้สนทนากับคุณพี่ ชายขอบ เมื่อก่อนกาลนานมาแล้ว

          เมื่อคนอยู่รวมกันจนกลายเป็นชุมชนหรือสังคมหนึ่ง ๆ ขึ้นมา หนึ่งคนหาใช่มีเพียงหนึ่งพฤติกรรมไม่ แต่ในหนึ่งคนกลับมีพฤติกรรมที่หลากหลายมากมายในแต่ละวัน พฤติกรรมที่หลากหลายของหลาย ๆ คน หรือเพียงคนหนึ่งคนเดียวก็สามารถสร้างความวุ่นวายให้กับสังคมได้ร้อยแปดพันประการ เราจึงต้องสร้างกรอบของสังคมขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนดำเนินชีวิตภายใต้กรอบนั้น อันจะช่วยลดความขัดแย้งความวุ่นวายในสังคมให้ลดน้อยลง ในขณะเดียวกันแต่ละชุมชนแต่ละพื้นที่ย่อมมีกรอบไม่เหมือนกัน เพราะพฤติกรรมบางอย่างอาจจะได้รับการยกย่องสรรเสริญจากสังคมหนึ่งแต่ในขณะเดียวกันเมื่อไปแสดงออกในอีกสังคมหนึ่งกลับเป็นพฤติกรรมที่โหดร้ายป่าเถื่อนไป การตัดสิน การให้ค่าว่าพฤติกรรมอย่างไรจึงเป็นพฤติกรรมปัญหา จึงค่อนข้างตัดสินยากเอาการ

          ดังนั้น หากเราลองวาดเส้นตรงขึ้นมาดูจุดตัด ที่เรียกว่าอะไรก้าวร้าวไม่ก้าวร้าวนั้นเรียกว่า “Cut Point” จุดตัดที่ว่าและใช้ได้กับทุกสังคมมองว่าสิ่งนั้นคืออะไร...นี่คือคำตอบที่ซ่อนคำถามเพื่อรอการค้นหากันต่อไป ยังคงโยงใยกันเป็นลูกโซ่