เธอร้องไห้กับอาตมา  

เธอร้องไห้กับอาตมา ปริ่มว่าดวงใจแห่งรักจักขาดหาย

เมื่อพบว่าตนเองต้องอยู่อย่างเดียวดาย หนาวกาย หัวใจเศร้า โหย

เธอร่ำไห้ขณะเมามายและรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างยิ่ง

หัวใจเธอร่ำเรียกร้อง พร่ำบ่นและโอดครวญ ให้คนรักกลับมาดูแลหัวใจ

“..เขาไม่กลับมาดูแลน้องเลย  ไม่ถามหา..

น้องต้องอยู่คนเดียวตลอด  น้องเหงา..  

เอาละสิ

เราเองก็กำลังเหงา

ไม่มีใครมาดูแลและเห็นใจ

ทำไม จึงเศร้าจัง...             

เพราะเธอมีชีวิต         

             ตารา สาระ                     

            มีน. ๒๕๓๙  

น้องสาว...

เธอไม่ควรร้องไห้เพียงแค่นั้น

เธอควรร้องไห้-ให้มากกว่านี้

เผื่อบางทีเธออาจจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง  

สาวน้อยผู้น่าสงสาร ทำไมเธอนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว

ดูนํ้าตาเธอซิ  ..นํ้าตาแห่งความอัดอั้น รันทด  หรือกดกลั้น..  

น้องสาว...ร้องไห้ไปเถิดคนดี

ให้นํ้าตามันไหลพราก

ให้มันไหลพรากไปจากดวงตา พ้นไปจากพวงแก้มที่เคยสดใส

และพ้นไปจากดวงใจอันทดท้อ    

น้องสาว...

ความทุกข์ของเธอ คือนํ้าตาของเธอ

นํ้าตาของเธอ เป็นเช่นเดียวกับความทุกข์ของเธอ

เพียงแค่ซึมไหลอาบแก้มแล้วเหือดแห้งไปเท่านั้น

สุดท้าย ก็ไม่มี..

น้องสาว...

เธอเช็ดนํ้าตาที่อาบหน้า และริ้วรอยที่ถูกขีดผ่านในดวงใจเสียเถอะ ............

น้องสาว...

เธอเห็นไหม ?

นํ้าตาของเธอ  ไหลออกมาอีกแล้ว...

   

                                      เพื่อเธอ : ถ้อยคำแด่น้องสาว                                      

                                    วรกิจ  วรเปโม                             

                                   16.20 น./อัง.18 เมษ. 43  

สั จจะที่แท้ คือความรู้สึกรื่นรมย์กับการใช่ชีวิตของเธออย่างรู้พร้อมและเท่าทัน

ความอยากให้มีให้เป็น ไม่อยากให้มีให้เป็นของเธอทั้งหมดนั้น

คือตัณหาและภาพลวง

เธอไม่อาจจะจัดการกับปัญหาชีวิตครอบครัวได้ทั้งหมด

แต่อาจสามารถจักจัดการกับปัญหาชีวิตตนเองได้ทั้งหมด

ข้อสำคัญอยู่ที่  การเรียนรู้ของตัวเธอเอง

ปัญหาชีวิตตนเองกับปัญหาชีวิตครอบครัวเป็นสิ่งเดียวกัน

แต่ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้และการจัดการที่ตนเอง

เธอต้องมองเห็นสัจจะให้เป็น หรือโดยความเป็นสัจจะ

และมองเห็นมายาให้เป็น หรือโดยความเป็นมายา

เธอไม่อาจปฏิเสธสัจจะได้

แต่เธออาจปฏิเสธมายาได้

ทั้งนี้เพราะทั้งสัจจะและมายา คือชีวิตของเธอ        

เธออยู่ในความเป็นหนึ่งเดียวของสัจจะทั้งที่เป็นสมมติสัจจะและปรมัตถสัจจะ

ตอนนี้เธอกำลังเป็นอยู่ และกำลังหลงอยู่แต่กับสมมติสัจจะ

ฉะนั้น เธอต้องเรียนรู้ให้เห็นปรมัตถสัจจะด้วย ,  

เธออยู่กับมายาภาพใช่ไหม ?

แต่เธอคิดว่าเป็นสัจจะภาวะ

แท้แล้วภาวะทั้งหมดนั้น ล้วนกอดรัดอยู่ด้วยกันทั้งสิ้น

เมื่อเธอเห็นความจริงลวง เธอก็ต้องมองให้เห็นความจริงแท้

สัจจะและมายา ทั้งหมดนั้น เชื่อมโยงอยู่กับหัวใจเธอ

นี่เป็นเพียงถ้อยคำ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

ความเป็นจริงทั้งหมดอยู่ที่เธอ.

     

ปลอบขวัญยโสธรา            

        แด่..เพ็ญ  ภัคตะ                           

        อิสิตารา        

ดูกร ภคินิ สงบเศร้า     สักเดี๋ยว

ฟังพี่เพียงสักเสี้ยว        คำถ้อย

เก็บพักใจโดดเดี่ยว       เสียก่อน

อย่าเพิ่งอ้อนคำร้อย      พร่ำเพ้อโศกครวญ       

    มนินทร์จอมใจ,เจ้า  จงรำลึก

คือใจในใจตรึก              ตื่นรู้

ขณะหนึ่ง เพียงสำนึก     ตระหนัก

เรียนรู้รักต้องสู้              เจ็บเศร้าจงจำ       

   ชีวิตหนึ่งสั้นเพียงน้อย   ซบโลก

ฉนจึงส้อยเศร้าโศก         เคืองข้อน

ชีวิตแผ่วเพียงลมโบก        ขณะหนึ่ง

ขณะหนึ่ง ตรองซึ้งซึ้งผ่อนร้อน      อกรู้อยู่เย็น                   

   เพียงนิราศรักคู่เคล้า     ครองชีวิต

ไฉนเธอจึงโศกคิด           ใจน้อย

เพียงรักหนึ่งในจิต            เพียงพราก

ฝากขมเพื่อหวานอ้อย        อิ่มแอ้มแนบนาน          

  อนุโมทนาท่านให้           พบธรรม

ดีกว่าโศกระกำ                หม่นเศร้า

ทางชีวิตคือธรรมสัม-        มาพุทธพ่อ

เติมต่อวิญญาณเจ้า          แจ่มจ้าสงบงาม      

   ดูกร ภคินิ ฟังพี่เจ้า       พร่ำบอก

โศกหนึ่งเพียงครู่หรอก       อกช้ำ

แต่เพียงครู่นั้นกลอก         กลับง่าย

เดี๋ยวรักเดี๋ยวพรากย้ำ       ยอกย้อนเยี่ยมเยือน      

   โอ้ว่ารักนั้นเจ้า            พึงจำ

เพียงแค่คิด ใจถลำ         ค่ำเช้า

แต่ก็เพียงจับคลำ          เพียงครู่

อดสู ยิ้มแย้มเย้า          เมื่อเจ้าคิดเองฯ