GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คืนนี้

ท่ามกลางเสียงดนตรีที่รุ่มร้อน และอ่อนหวานในบางคราว ความสวยงามของชุดไทย ความน่ารักของหนูน้อย และความเนืองแน่นของผู้คน

เสียงกระหึ่มหนักลึกแหละครึกโครม

เล้าชโลมเรือนใจให้หาญหัก

ความสวยงามยามราตรีที่ใครรัก

ถึงคราวจบหยุดพักสลายตัว

     คืนที่ผ่าน ผ่านไปผสานความคิด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อมีโอกาสเข้าไปในงานรื่นเริงของมนุษย์ เฝ้าไถ่ถามตัวเองว่า ฉันเป็นคนขวางโลกหรืออย่างไร ทำไม มักคิดสวนทางกับสิ่งที่กำลังเป็นไปเสมอ หากพิจารณาจากแนวคิดทางจิตวิทยา ฉันก็คือคนที่บกพร่องทางจิต อุปติสสะและโกลิตะ ก็คงจะเป็นคนเช่นนั้น แม้ฉันจะไม่ถึงเศษส่วนที่สิบหกของเม็ดฝุ่นปัญญาของทั้งสองท่านที่กล่าวอ้าง ฉันน่าจะยิ้มให้กับปรากฎการณ์ของโลกที่กำลังเป็นไป "จะนำพาอะไรนักหนากับโลกที่มีอันเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา ฉันก็ไม่แตกต่างจากบุคคลเหล่านั้นหรอกที่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป...บางครั้งฉันก็คิดได้ว่า ชีวิตฉันช่างไร้สาระเสียจริง "

    แสงไฟประดับประดาอยางสวยงาม ณ บริเวณลานส่วนหน้าของมหาวิทยาลัย มีทั้งที่วับแวม สว่างจ้า ริบหรี่ หลากสี บนเวที พิธีกรกำลังใช้ความสามารถในการเชิญชวน ชักชวน บอกให้ทราบ ถึงกิจกรรมที่มนุษย์ได้ร่วมกันจัดขึ้นในวันลอยกระทง ปีนี้ มหาวิทยาลัยได้จัดขึ้นในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๘ ถือเป็นการสืบสานประเพณี มีการประกวดหนูน้อยและนางสาวนพมาศ (หากจดทะเบียนสมรสแล้วน่าจะเรียกว่า "นาง") นอกจากนั้น มีหนังกลางแปลงให้ดูชม ผู้คนที่เข้ามาร่วมงานโดยมากจะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ข้าพเจ้าได้เดินเข้าไปท่ามกลางฝูงชน ไปยืนอยู่หน้าเวที สองมือกอดอกบ้าง ล้วงกระเป๋าบ้าง สลับกันไป ขณะนั้น เป็นการประกวดหนูน้อยนพมาศ ชุดไทยที่แต่งและสีสันบนใบหน้าของเด็กน้อยล้วนแต่เป็นไปตามความต้องการของผู้ส่งเข้าประกวด คิ้วสีดำ ปากสีแดง แก้มสีชมพู นี้คือแบบมาตรฐานในการแต่งที่เห็นจนชินตา....

   ประมาณ ๓๐ ชีวิต ตัวเล็กตัวน้อยที่เดินขึ้นมาทีละคน พร้อมกับท่าเดินที่นิ่มนวลซึ่งถูกฝึกหัดมาด้วยเวลาที่จำกัด บางคนถึงกับกระโดกกระเดก เพราะไม่ชินกับรองเท้าที่มีส้นสูงๆ ก้าวแต่ละก้าวที่เดินออกมาอย่างเชื่องช้า ซึ่งผิดกับความเป็นจริงของเด็กน้อย เมื่อสุดหน้าเวที ก็จะไหว้ด้วยความพยายามที่จะให้อ่อนน้อมที่สุด บางคนถอนสายบัวได้อย่างสวยงาม ตามแบบประเพณีไทย แต่บางคนจะดูไม่ธรรมชาติ และบางคนก็เฉกเช่นเดียวกับผู้ชายทั่วไป เมื่อทั้งหมดยืนพร้อมกันหน้าเวที ถึงเวลาขวัญใจสื่อมวลชน โดยญาติๆ ผู้ปกครอง เป็นผู้มอบดอกกุหลาบให้ หนูน้อยคนไหนมีดอกกุหลาบมากที่สุด คนนั้นจะได้เป็นขวัญใจสื่อมวลชน เป็นช่วงเวลาที่ใครมีเงินมากกว่า ต้องรีบไปซื้อดอกไม้มามอบให้ลูกฉัน หลานฉัน ศิษย์ฉัน และแล้วขวัญใจสื่อมวลชนก็ได้แก่.....ผู้มีดอกกุหลาบมากที่สุด ข้าพเจ้าดูไป พิจารณาไปก็คล้ายกับสังคมยุคปัจจุบัน ใครมีพวกมากกว่า ย่อมมีสิทธิ์หยิบฉวยสิ่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

  เมื่อผ่านช่วงนั้นไป ก็เป็นช่วงของผู้เข้ารอบ ๕ คนสุดท้าย ทั้ง ๕ คนเป็นไปตามความคาดหมายของผมที่คิดอยู่ในใจ จากเด็กทั้งหมดที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน พิธีกรเริ่มยืดเวลาเพื่อให้คณะกรรมการคัดเลือก "ผู้เข้าตา" สามคนสุดท้ายโดยการให้เด็กน้อยแต่ละคนแสดงความสามารถ ความสามารถที่แสดงมี ๒ อย่างคือ ๑) การร้องเพลง ๒) การรำ ปรากฎว่า เด็กสี่คนใช้ความสามารถในการรำ ดูเหมือน แต่ละคนได้ฝึกฝนมากโรงเรียนนาฏศิลป์มาเป็นอย่างดี เห็นเด็กคนหนึ่งรำถวายพระพร ข้าพเจ้าน้ำตาตกใน มิใช่เพราะเขาถวายพระพรเป็น แต่เพราะเขาร่ายรำได้อย่างคล่องแคล่ว อิสระ ด้วยความสามารถที่เขามีในตัวเขาเอง ไม่เหมือนคนบางคนในโลกนี้ อาศัยผู้อื่นยืนหยัดอยู่บนโลก คงไม่ใช่เฉพาะข้าพเจ้าที่ถูกใจ เพราะคนทั้งหลายที่ชมอยู่ต่างปรบมือให้เป็นคราวๆ นอกจากเด็กสี่คนดังกล่าว อีกคนหนึ่ง ใช้ความสามารถในการร้องเพลง จะให้ร้องได้สุดซึ้งตรึงใจเหมือนกับนักร้องอาชีพคงไม่ได้ การขึ้นต้นจึงไม่รู้จะขึ้นอย่างไร ต้องให้พิธีกรขึ้นต้นให้ เอาเหอะ แค่ไปยืนหน้าเวทีให้คนจำนวนมากชมก็น่าจะตื่นเต้นสุดเหวี่ยงแล้ว ให้ร้องเพลง ก็มีอันจำเนื้อร้องไม่ได้เป็นธรรมดา ก็มันตื่นเต้นนี่นา

   หลังจากทั้ง ๕ ชีวิตแสดงความสามารถเรียบร้อย ก็เป็นช่วงตัดสินผู้ชนะการประกวดหนูน้อยนพมาศ คณะกรรมการซึ่งอยู่ด้านล่าง มองไม่เห็น เพราะนั่งอยู่บนเก้าอี้ จึงส่งสารบอกให้พิธีกรจัดให้เด็กมายืนเรียบขอบเวที เพื่อจะมองเห็นได้ง่าย ผมเห็นว่า ระยะเวลาที่เด็กมายืนอยู่ขอบเวทีเป็นระยะเวลานานพอสมควร ผมเห็นเด็กยืนเรียงหน้ากระดาน แต่ละคนช่างน่ารักน่าเอ็นดู คิดไปไกลถึงว่า ถ้าผมมีลูก ผมน่าจะส่งเข้าประกวดบ้าง แต่ลูกผมคงตัวดำ หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่แน่ ดูพ่อของเขาเป็นตัวอย่างก็แล้วกัน ความอยากที่จะมีลูกกับเขาบ้างเกิดขึ้นอีกแล้ว ทั้งที่รู้ว่า มีลูกคือมีพันธะ ชีวิตควรมีอิสระมากกว่าการนำชีวิตเข้าไปยึดติดกับสิ่งใดๆ ผมยืนพิจารณาเด็กน้อยทั้งห้า เปรียบเทียบไปเปรียบเทียบมา และคิดในใจว่า ถ้าผมเป็นคณะกรรมการผมจะให้ใครเป็นอันดับหนึ่ง สอง และสาม คำนวนอยู่นาน ตัดสินใจไม่ได้และแล้วมาหยุดตรงที่ว่า เด็กตัวเล็กสองคนเบื้องหน้าซ้ายมือผม ระหว่างยืนอยู่นานนั้น ความอดทนเริ่มหมดลง จึงยืนพักขาบ้าง หันซ้ายหันขวาบ้าง เริ่มลืมคำที่ผู้ส่งเข้าประกวดกำชับไว้ (ผมคิดว่าอย่างนั้น) ท่าทางของความเป็นเด็กออกมาอย่างเด่นชัด แต่สิ่งที่ผมคิดว่าเขาน่าจะได้คือท่าทางในการร่ายรำของทั้งสอง  เด็กตัวใหญ่ (ในจำนวนเด็กทั้งหมด) คนกลางใส่ชุดราตรีขาวแวววาว อันนี้อยู่ในสายตาผม เพราะว่าเขาจะนิ่งมาก เหมาะสมกับกิริยาเชื่องช้า ยืดอกเชิดหน้สง่างาม เหมือนจะถูกฝึกมากจากผู้หญิงสมัยใหม่ หรือความเป็นคุณหญิงคนนายสมัยก่อน เด็กคนที่สีถัดจากนั้น เป็นคนเดียวที่แสดงความสามารถในการร้องเพลง คนนี้ผมคิดว่าเขาน่าจะได้อันดับที่ ๕ ส่วนเด็กคนที่ ๕ ถัดจากนั้น ผมเปรียบเทียบระหว่างคนที่สามสวมชุดขาวกับคนที่ ๕ ชุดสีม่วง (ผมชอบสีขาวมากกว่าสีม่วง) (ไม่มีภาพเก็บไว้ ขาวนั้นไม่ใช่ขาวแม่ชี เป็นสีขาวสวย ม่วงก็เป็นม่วงสวย) คนที่ยืนสงบนิ่ง คลื่นตัวเล็กน้อย และนิ่มนวลจริงโดยธรรมชาติ คือคนที่ ๕ ส่วนคนที่ ๓ ดูเหมือนเขาจะเข้มแข็งจริงๆ เหมาะกับบุคลิกนางงาม แต่ผมมองว่า ไม่ใช่บุคลิกของเด็กไทย บุคลิกของหนูน้อยนพมาศควรจะพิจารณาที่ธรรมชาติความงามกิริยาของหนูน้อยมากกว่า อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติของความงามกิริยาที่มีอยู่คงไม่ได้อยู่ในเกณฑ์การประเมิน ดังนั้น น้องเค้าจึงไม่ได้ติดอันดับใด ผลสรุปคือ เกณฑ์การประเมินขึ้นอยู่กับนิสัยใจคอของผู้คิดเกณฑ์ ถ้าผมมาสายนาฏศิลป์ ผมก็จะเน้นอะไรบางอย่างของผม ถ้าผมมาสายวิทยาการจัดการ ผมก็จะเน้นอะไรบางอย่างของผม อย่างไรก็ตาม เด็กน้อยทั้งหมดทำได้ดีที่สุดแล้วลูกเอ๋ย อย่าเสียใจที่ไม่ได้รับการคัดเลือก อย่าดีใจที่ได้รับการคัดเลือก สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงภาพที่ปรากฎเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วผ่านไป เหมือนกับงานประเพณีลอยกระทงในคืนนี้แหละ

    เมื่อทราบผลการประกวด ผมก็เดินฝ่าฝูงชนออกมาเข้าสโมสร เพื่อนถามว่า เอ้าไม่ดูนางนพมาศตัวใหญ่หรือ ผมบอกว่า ไม่ชอบ เพื่อนถามอีกว่ ทำไมล่ะ ผมก็ตอบว่า เพราะเขาแสดงภาพได้เก่งกว่าเด็ก

    ถึงสโมสรมาฟังเพื่อนร้องเพลงคาราโอเกะ ก็นั่งคิดไปว่า เด็กคนที่ ๕ ลูกใครกัน "ดูวัวให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่" หากมีลูกสักคน ผมจะเลี้ยงเขาให้ได้อย่างนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ปรัชญาความคิด
หมายเลขบันทึก: 7021
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)