ผมเดินทางออกจากปทุมธานี จำได้ว่า เมื่อ ๑๕ วันก่อนผมไปจองตั๋วรถทัวร์แต่ไม่มี จึงเดาสุ่มมาปรากฎว่าได้รถ ป.2 ก็ไม่เป็นไร เพราะไม่ว่านั่งรถแบบไหนก็มีเรื่องให้ศึกษาเรียนรู้อยู่ตลอดเส้นทาง

มาถึงบ้านประมาณสี่ทุ่มกว่า ให้น้องมารับและกลับไปนอนบ้าน วันนี้ได้ไปคุยกับแม่ชี้ ซึ่งเป็นผู้หญิงในนามของผู้ใหญ่ที่ควรแก่การเคารพกราบไหว้ สนทนากับท่านหลายเรื่อง เรื่องหนึ่งที่ท่านถามผมคือ มีใครที่หมายตาไว้หรือยัง ก็ตอบไปตามเรื่องตามราวที่เป็นจริง ท่านแนะนำอะไรหลายอย่างกับผม และยกตัวอย่างเรื่องหนึ่ง คู่รักคู่หนึ่ง รักกันมาก จนขนาดเพื่อนอิสสาไปตามๆ กัน แต่ด้วยความที่งานที่เองจึงทำให้ทั้ง ๒ ต้องห่างกัน ฝ่ายหญิงทำงานอยู่สุราษฎร์ธานี ฝ่ายชายทำงานอยู่กรุงเทพฯ ในเบื้องต้นก็เดินทางไปมาด้วยดี แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีปากมีเสียง ขนาดมีลูกด้วยกันแล้ว ๑ คนก็ยังต้องมาร้างลาจากกัน ท่านบอกว่าอะไรๆ มันหาความแน่นอนไม่ได้ โดยท่านแนะว่า ถ้าเกิดวันหนึ่งต้องแต่งงานก็ควรจะอยู่ด้วยกัน เรื่องที่เล่าเป็นกรณีตัวอย่าง ที่เหลือให้พิจารณาเอาตามสติปัญญา

ท่านให้ข้อคิดอีกหลายเรื่อง เช่น เรื่องการสะสมที่พึ่งทางใจ ในภาษาชาวพุทธเชื่อว่านั้นคือบุญ ควรรีบทำตั้งแต่ยังหนุ่มสาว ดูแม่ชีตอนนี้เถิด เดินออกจากเตียงก็ไม่ค่อยจะได้ หน้ามืดตามัว ได้ยินเสียงคนบอกว่าพระมาบิณฑบาต อยากจะลุกไปใส่บาตร แต่ก็ได้เพียงอยากเท่านั้น แม้แต่เงินทองก็ยังต้องอาศัยเขา ข้าวปลาก็ต้องอาศัยเขา แม้ลูกจะเต็มใจทำให้เรา แต่จะให้เราอาศัยลูกนั้น ชีวิตความเป็นแม่ไม่อยากจะทำเช่นนั้น จะฟังธรรมก็ต้องฟังเบาๆ กลัวลูกจะตื่น เพราะลูกต้องไปทำงาน การนอนก็นอนไม่ค่อยจะหลับ จะนั่งสมาธิก็ไม่ไหว ฯลฯ

ดังนั้นข้อเตือนใจสำหรับผู้เห็นความสำคัญของผู้เรียกตนว่าพระพุทธเจ้า พึงสำเหนียกส่วนนี้ไว้เถิด จะทำอะไรก็ให้รีบทำ ชีวิตมีเพียงน้อยนิด ไม่ได้มากมายอะไรเลย

---------------------------

นอกจากการได้พูดคุยกับแม่ชีแล้ว ผมก็ได้พูดคุยกับญาติๆ ดูเหมือนทุกคนมีแต่ความทุกข์ทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ในข้อนี้ ทุกข์ทั้งหลายใครเล่าเป็นผู้สร้างหากไม่ใช่เรา