ที่ผ่านมาชุมชนได้สูญเสียทรัพยากรทั้งเวลา ทรัยพ์สินเงินทอง จากการมีกรณีพิพาทเล็ก ๆ น้อยน้อย ๆ ของชาวบ้านเอง ซึ่งน่าจะจบได้ในชุมชน เพราะสมัยก่อน กรณีเหล่านี้จะมีการไกล่เกลี่ยและจบอยู่ในชุมชน โดยผู้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยมี อยู่ สองกลุ่ม คือ กลุ่มคนที่คนในชุมฃนเคารพนับถือ (ผู้นำตามธรรมชาติ) และกลุ่มของกลุ่มคนที่เป็นตัวแทนภาครัฐคือ กำนันและผู้ใหญ่บ้าน

            "ศูนย์ยุติธรรมชุมชน  กระทรวงยุติธรรม  ประจำตำบลร่อนทอง  อ.สติก จ. บุรีรัมย์"   ป้ายใหญ่เติมหน้าเติมตา  ด้วยความสงสัยไม่เคยมีศูนย์อย่างว่านี้   เพราะว่าเมื่อมีกรณีพิพาทในปัจจุบันมักวิ่งโร่ไปหาตำรวจ   หรือไม่ก็ทนายความ   เอ..มันเกิดอะไรขึ้นหรือลูกศรกระบวนการยุติธรรมมันจะหันหัวกลับ

          ด้วยความอยากรู้และบังเอิญและได้ไปนั่งคุยกับ   อาจารย์สมศรี  ทองหล่อ   ท่านเป็นประธานศูนย์ยุติธรรมชุมชชน  ประจำตำบลร่อนทอง และท่าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลร่อนทอง หลังจากที่ได้คุยกันใช้เวลาร่วมชัวโมงอย่างถึงพริกถึงขิงก็พบว่า

  •  ที่ผ่านมาชุมชนได้สูญเสียทรัพยากรทั้ง เวลา  ทรัยพ์สิน เงินทอง  จากการมีกรณีพิพาทเล็ก ๆ  น้อย ๆ  ของชาวบ้านเอง  ซึ่งน่าจะจบได้ในชุมชน   เพราะสมัยก่อน กรณีเหล่านี้จะมีการไกล่เกลี่ยและจบอยู่ในชุมชน  โดยผู้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยมี  อยู่  สองกลุ่ม  คือ   กลุ่มคนที่คนในชุมฃนเคารพนับถือ (ผู้นำตามธรรมชาติ)   และกลุ่มของกลุ่มคนที่เป็นตัวแทนภาครัฐคือ  กำนันและผู้ใหญ่บ้าน
  • คนในชุมชน ใด้สูญเสีย ความรัก ความสามัคคี   ความไว้วางใจกัน  เพราะเมื่อเกิดกรณีพิพาท (ปัจจุบัน)ไม่มีบุคคลหรือหน่วยงานที่จะพยายามไกล่เกลี่ยในเบื้องตน   ส่วนมากก็ขึ้นรถไปเจอกันที่โรงพัก   นอกจากจะไม่ได้แก้ปัญหาความขัดแย้งกับคู่กรณีแล้วยังขยายความขัดแย้งไปในญาติพี่น้อง  เพื่อนพ้อง  ซึ่งมองไปแล้วความขัดแย้งเหล่านี้เป็นเหตุปัจจัยปัญหาสังคมในชุมชนและความยากจนของชาวบ้านที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล  บางคนต้องขายไร่ขายนาเพราะเรื่องเล็ก ๆ  น้อย  (น่าจะรวมถึงจนความรู้ด้วย)

          โครงสร้างของคณะแกรรมการชุมชน  ประกอบด้วยประธานคณะกรรมการยุติธรรม  รองประธานคณะกรรมการยุติธรรม  และคณะกรรมการยุติธรรมที่เป็นตัวแทนของแต่ละหมู่บ้าน   คณะกรรมการเหล่านี้ล้วนได้มาจากการคัดเลือกทั้งส้น  และต้องเป็นผู้ที่สมัครใจด้วย

           ขั้นตอนของการพิจารณาของคณะกรรมการยุติธรรมชุมชน

          ขั้นที่  1  คณะกรรมการชุมชนจะเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่าย     มาเจรจาหาข้อยุติโดยใช้  การประสานผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย  รวมทั้งการใช้ความแกรงใจต่อคณะกรรมการยุติธรรม  ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่เคารพนับถือของคนในชุมชน

           ขั้นที่  2  ถ้าขั้นที่  1  ไม่อาจตกลงหาข้อยุติกันกได้  ทางคณะกรรมการยุติธรรมทางชุมชนก็จะทำหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดที่เป็นนักกฏหมายของกระทรวงยุติธรรม  หรือทนายเอื้ออาทรลงมาชี้แจงข้อกฏหมายกับคู่กรณีที่เกี่ยวกับกรณีพิพาทของทั้งสองผ่ายเพื่อหาข้อยุติให้ได้

           ขั้นที่  3  ถ้าขั้นที่สองยังไม่ยุติทางคณะกรรมการยุติธรรมชุมชนก็จะให้ทั้งสองผ่ายไปดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายกันเอง

         ระยะเวลา  4-5  เดือนที่มีการตั้งศูนย์ยุติธรรม่ของตำบลร่อนทองขึ้นมา   10  คดีที่เข้าสู่กระบวนการของศูนย์ยุติธรรมชุมชน  ปรากฏว่าทั้ง10  คดี  ยุติที่กระบวนการในขั้นที่  1  ทั้งหมด  

          ศูนย์ยุติธรรมชุมชนถ้าเกิดขึ้นในระดับชุมชนย่อย ๆ  ลงไปเช่นหมู่บ้าน แม้กระทั่งเกิดขึ้นกับในแต่ละคุ้มในหมู่บ้าน   ถ้าเป็นจริง  ตำรวจ   อัยการ   ทนายความ  น่าจะตกงานนะครับ