วันนี้ (28 ธันวาคม 2549) ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานคลีนิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ณ โรงเรียนนาบ่อคำวิทยาคม  ตำบลนาบ่อคำ อำเภอมืองกำแพงเพชร   มีการรับบริการทางการเกษตรจากทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตร  สำหรับผมและคุณสายัณห์ ได้รับมอบภาระกิจให้จัดกระบวนการเรียนรู้ สำหรับเกษตรกรที่เข้ารับบริการเสร็จแล้วและว่างๆ ไม่รู้จะไปที่ไหน  ในช่วงเวลาตั้งแต่ 10.30 - 12.00 น.

          จำนวนเกษตรกรก็ไน่นอน แล้วแต่ว่าเกษตรกรที่มารับบริการจะเข้ามา (มีเกษตรกรตีตั๋วเข้ามาประมาณ 60 คนครับ)  ห้องจัดการเรียนรู้ก็เป็นห้องประชุมที่ใหญ่มาก  แสงสว่างก็มาก เอาละซีจะทำกันอย่างไร  ควบคุมอะไรไม่ได้ซักอย่าง  ตามดูหน่อยนะครับว่าวันนี้เราจัดการกันอย่างไร

  1. เริ่มต้นจากเครื่องฉายโปรเจ็คเตอร์ครับ  ต้องเปลี่ยนไปขอยืมจากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด เพราะมีคุณสมบัติดีกว่า  แม้จะมีแสงสว่างในห้องโล่งๆ ก็เห็นภาพได้ชัดเจน  งานนี้ก็ได้ หน.วิโรจน์ หน.ฝ่ายยุทธศาสตร์ฯ ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว ยืมไว้ให้แล้ว
  2. ต่อมาก็เนื้อหาครับ จะเอาเนื้อหาอะไรกันดี   ก็เลยตกลงกันที่การเสนอวิธีคิด วิธีดำเนินอาชีพการเกษตรแบบพอเพียงที่นำไปสู่ความยั่งยืน  ไม่เน้นวิชาการความรู้ทางการเกษตร
  3. วิธีการล่ะจะทำกันอย่างไร      เราก็เลยใช้การฉายวีซีดี เลือกเนื้อหาที่สั้นๆ เป็นหลัก  สลับกับการพูดคุยและเล่าประสบการณ์ของเกษตรกรครับ
  4. ลำดับของการดำเนินในช่วง 1 ชั่วโมง 30 นาที  มีดังนี้ครับ
  •  เกริ่นนำด้วยการทักทาย และชักนำให้เห็นการว่าการทำการเกษตรนั้น ต้องมีการเรียนรู้และปรับตัว  และสิ่งดีๆ ในบ้านเราก็มีอยู่มาก สามารถเรียนรู้แล้วนำมาเป็นแนวทางการพัฒนาอาชีพได้
  • ฉายวีซีดี เรื่องกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนไม้เรียง จ.นครศรีธรรมราช (ใช้บ่อยครับ)
  • พูดคุยโดยคุณสายัณห์ ต่อเพื่อสรุปให้เห็นจากวีซีดี ว่าสิ่งสำคัญอยู่ที่วิธีคิดและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาของทุกๆ คน
  • ฉายวีซีดีเกี่ยวกับ "โรงสีข้าวชุมชนของตำบลมหาชัย" ซึ่งเป็นกิจกรรมวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการได้ดีในพื้นที่ของจังหวัดกำแพงเพชรเอง
  • จากนั้นก็เป็นการมาเล่าประสบการณ์ในการทำงานของกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนบ้านหนองกอง ตำบลนาบ่อคำ ถึงกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาพันธุ์ข้าวของกลุ่ม  เพื่อให้เห็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ดีๆ และมีอยู่ในชุมชน
  • หนังเรื่องสุดท้ายเป็นการฉายวีซีดีเกี่ยวกับการทำการเกษตรแบบยั่งยืน  ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการร่วมกันคิด ร่วมกันทำและเรียนรู้ของเกษตรกรทั้งชุมชน  เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนาอาชีพการเกษตรโดยเน้นให้คิดเองของชุมชน และการมีส่วนร่วมของชุมชนตั้งแต่เริ่มต้น......

          กระบวนการของเราก็ดำเนินไปด้วยดี แต่ก็ไม่รู้ว่าเกษตรกรที่เข้ามาร่วมฯ จะได้เรียนรู้มากน้อยแค่ไหน  เป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เร่งด่วน และเฉพาะหน้าค่อนข้างมาก  แต่หากจะทำให้ดีครั้งต่อไปคงต้อง

  • จัดห้อง/ผู้ที่จะเข้ามาเรียนรู้ ให้เหมาะสมกว่านี้
  • ควรประเมินผู้เรียนรู้ก่อนว่าต้องการเรียนรู้อะไรมากที่สุด
  • ประเมินหลังเรียนรู้ฯ

         เป็น 3 ประเด็นที่ปกติก็ทำกันอยู่แล้ว แต่วันนี้ไม่ได้ทำครับ อย่างที่ผมบันทึกไว้แล้วว่าค่อนข้างจะเร่งด่วนและเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าครับ  นี่หากไม่เปิดใจเรียนรู้ในการจัดการความรู้  ผมและพี่สายัณห์ ก็คงทำได้ไม่หลากลายเช่นนี้แน่นอนครับ ที่พอจะกล้อมแกล้มเอาตัวรอดไปได้ก็เพราะพวกเรามี "กระบี่อยู่ที่ใจแล้วครับ" ไม่ยึดติดรูปแบบ   รับได้ทุกกระบวนท่า

บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.

วีรยุทธ  สมป่าสัก