โดยกระบวนการสร้างเกลียวความรู้ก็จะสามารถทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อเชื่อมกับการวิจัยในชุมชน ที่เกิดคลื่นความรู้ไปสู่ชุมชนอื่นในกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มและเครือข่าย

ผมขอถอดคิดเริ่มต้นมาจากบล็อก ของคุณจตุพร ว่า การวิจัยในชุมชนเป็นทางออกในการพัฒนาความรู้ของประเทศ อันเนื่องมาจากระบบการพัฒนาและใช้ความรู้อยู่ในสถาบันทางราชการ มักจะเป็นความรู้ที่ใช้ประโยชน์ได้น้อย มีขีดจำกัดที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขทรัพยากรด้านต่างๆ ไม่สามารถปรับใช้ได้โดยทั่วไป

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่การวิจัยในชุมชน นอกจากจะทำให้เกิดความรู้ที่เหมาะสมต่อการใช้ในพื้นที่แล้ว ก็ยังสามารถเชื่อมโยง สร้างความรู้ต่อยอดได้อีกอย่างนับไม่ถ้วน </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทั้งนี้ เนื่องมาจาก เมื่อดำเนินการกิจกรรมวิจัยในชุมชนนั้น ก็จะทำให้เกิดผลกระทบข้างเคียงอย่างเป็นธรรมชาติ กับการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่ต่อเนื่องกัน เมื่อมีผู้สังเกตและทดสอบซ้ำอีกก็จะทำให้เกิดการขยายตัว การพัฒนาการความรู้ในระดับชุมชน ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> DSC02113.JPGDSC02090.JPG</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">หรือจะเรียกว่า การพัฒนาคลื่นความรู้ก็ได้ครับ </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ลักษณะที่เกิดเช่นนี้ ถ้าเราสามารถกระตุ้นให้เกิดนักจัดการความรู้ในระดับชุมชน โดยกระบวนการสร้างเกลียวความรู้ก็จะสามารถทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อเชื่อมกับการวิจัยในชุมชน ที่เกิดคลื่นความรู้ไปสู่ชุมชนอื่นในกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มและเครือข่าย</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เทคนิคและวิธีการในการทำงานนั้น จำเป็นจะต้องให้ชุมชนเป็นฐานคิด ฐานทำงาน ฐานสรุปผล และประเมินผล ซึ่งอาจมีนักวิจัยเข้าร่วมทำงาน หรือให้คำปรึกษาอยู่ห่างๆ เพื่อจะได้ไม่เกิดการบิดเบือนข้อมูลไปตามหลักทางวิชาการมากเกินไป  </p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แต่น่าจะปล่อยให้เกิดผลการขยายตัวของความรู้ในระดับชุมชนอย่างเป็นธรรมชาติ ที่จะทำให้เกิดคลื่นความรู้ได้อย่างต่อเนื่องดังกล่าวแล้ว</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ฉะนั้น กระบวนการทำงานร่วมกับชุมชนจึงเป็นวิธีการที่ละเอียดอ่อน ถ้านักวิชาการเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากจนเกินไป จะทำให้เกิดอาการ ตายด้านทางความคิด รอรับฟังคำสั่ง  จากนักวิชาการเพียงฝ่ายเดียว แต่ถ้านักวิชาการถอยห่างเกินไป ก็อาจเกิดอาการชะงักงันทางความคิด เมื่อเจอปัญหาบางประการที่ใหญ่เกินกว่าชาวบ้านทั่วไปจะคิดออก</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ฉะนั้น การยืนระยะของนักวิชาการกับงานวิจัยในชุมชนนั้น จึงเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนและสำคัญอย่างยิ่งยวด มิฉะนั้นจะมีโอกาสเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้เกิดความเสียหายทั้งตัวงานวิจัย และระบบการพัฒนาการความรู้ของชุมชน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในประเด็นนี้ จึงอยากจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าใครมีประสบการณ์และความเห็นอย่างไร ที่จะทำให้การวิจัยในชุมชนเป็นฐานพัฒนาการความรู้ที่แท้จริง ทั้งในระดับชุมชน ระดับพื้นที่ และระดับประเทศ</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นอกจากนี้ ขอฝากความระลึกถึงมา แด่ กศน. ที่น่าจะให้ความสำคัญในบทบาทของตนเองต่อการวิจัยในชุมชน จึงจะทำให้บทบาทของ กศน.มีพลังขับเคลื่อน และมีข้อต่อรองกับผู้บริหาร เหนือวิทยาลัยการอาชีพ หรือวิทยาลัยชุมชน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่ง กศน. น่าจะเล่นบทบาทนี้ได้เป็นอย่างดี อันนี้ผมว่า ตามชื่อนะครับ เพราะคำว่า การศึกษานอกโรงเรียน นั้น แท้จริงแล้ว ก็คือการศึกษาเพื่อชีวิต เพราะชีวิตอยู่นอกโรงเรียน</p>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น การวิจัยในชุมชน และการศึกษาเพื่อชีวิต แทบจะเป็นเรื่องเดียวกันแบบแยกกันไม่ออก </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  ผมขอฝากถึง คน กศน.ช่วยพิจารณาถึงเรื่องนี้ด้วยครับ <p> </p>