เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549 ผมไปร่วมเสวนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนของสำนักงานเกษตรอำเภอคลองขลุง และได้บันทึกเล่าไว้บ้างแล้วว่ามีอยู่กลุ่มหนึ่งที่สนใจต้องการเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงโคขุน (ลิงค์)

คุณสายัณห์ กำลังอธิบายให้คุณสมบูรณ์ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวการเลี้ยงโคขุนของตำบลนาบ่อคำ
วันนี้ผมได้รับการประสานงานทางโทรศัพท์จากคุณสมบูรณ์ เขียนน้อย เลขาฯ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังบัว อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ตัวแทนของกลุ่มโคขุนบ้านเกาะลำไย หมู่ที่ 5 บ้านเกาะลำไย (ที่สนใจอยากไป ลปรร.เรื่องการเลี้ยงโคขุน) จะขอไปดูงาน เพื่อศึกษาการเลี้ยงโคขุนของกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ในวันที่ 29 ธันวาคม 2549 นี้
ผมก็เลยได้ทำหน้าที่เป็นคนกลางประสานงานระหว่างกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนบ้านเกาะลำไย กับคุณเชิงชาย เรือนคำบล นักส่งเสริมการเกษตร คุณอำนวยของเราที่อยู่ตำบลนาบ่อคำให้ได้ทราบ และเตรียมอำนวยการให้ทั้ง 2 กลุ่ม (เลี้ยงโคขุน) ได้พบปะและ ลปรร.กันเอง
จะเห็นได้ว่าในการทำหน้าที่คุณอำนวยในงานส่งเสริมการเกษตรนั้น
- หากเข้าใจและเปลี่ยนวิธีคิด/วิธีการทำงาน ไม่ยึดติดเฉพาะการทำงานรูปแบบเดิมๆ และรอสั่งการเท่านั้น
- ไม่ยึดติดว่านักวิชาการจะต้องเป็นผู้รู้ เป็นผู้ถ่ายทอด-ผู้บอก เปลี่ยนมาทำหน้าที่ดำเนินและจัดกระบวนการ ลปรร.
- เป็นแมวมองเพื่อค้นหาผู้รู้หรือเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการทำกิจกรรมนั้นๆ มาเล่าหรือแลกเปลี่ยนกัน
- ใช้ทุกโอกาสเท่าที่มี เพื่อให้เกิดการ ลปรร.
- ฯลฯ
ผมคิดว่าKM เป็นเครื่องมือที่ดีมากในการสนับสนุนการทำงานของเรา บทบาทหนึ่งที่ผมทำในวันนี้ก็คือทำหน้าที่เหมือนโปรโมเตอร์ประกบคู่มวยครับ ทำให้ 2 กลุ่ม(กลุ่มเลี้ยงโคขุนตำบลวังบัว อ.คลองขลุง และกลุ่มผู้เลี้ยงโค ต.นาบ่อคำ อ.เมืองกำแพงเพชร) ได้ ลปรร.กันแบบ "เพื่อนช่วยเพื่อน" ไงครับ
บันทีกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก
สนับสนุนความคิดและการทำงานของคุณสิงห์ป่าสักค่ะ
แวะเข้ามาเยี่ยมครับ..เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ใครจะทำหน้าที่เป็นคุณอำนวยในเรื่องใดๆนั้นต้อง “อิน” หรือ “กลมกลืน” ไปกับสิ่งนั้นด้วยครับ จึงจะดู “เนียน” ทั้งคุณอำนวย, คุณกิจ ครับ
เรียน ดร.วัลลา
ขอบพระคุณ ดร.วัลลา มากครับที่แวะมาเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจ
เรียน คุณ JACK