เมื่อสัปดาห์ที่แล้ววันเสาร์ที่ 23 ธ.ค. 2549 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปสอนนักศึกษา ปวส.ที่โรงเรียนพาณิชย์แห่งหนึ่งและก่อนหน้านั้นได้บอกนักศึกษาว่าเดี่ยวอาจารย์จะสอนภาวะผู้นำนะ จากที่เราได้เรียนรู้มาก่อนที่จะสอนต้องอ่านหนังสือเพิ่มเติมก่อนที่จะไปสอนคือจะต้องเตรียมตัวก่อนเลยเข้า google ค้นหาข้อมูลจากที่ค้นๆไปเรื่อยๆนั้นได้ไปอ่านเจอเรื่องนึงน่าสนใจมากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับมนุษยสัมพันธ์ในการทำงาน มีตอนนึงเขียนไว้ว่าเราจะต้องมีการจูงใจด้วยวัฒนธรรมองค์กร

คือองค์กรทุกแห่งจะจูงใจพนักงานของตนไปในทางที่จะทำให้พนักงานปฏิบัติ หน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ วัฒนธรรมองค์กรนั้นย่อมหมายรวมถึง พฤติกรรม ค่านิยม และความเชื่อของบุคคลในองค์กร ซึ่งในเรื่องนี้นั้น เขาได้หยิบยก ประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกามาเป็นแบบในการศึกษา โดยญี่ปุ่นนั้นเป็น ประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการบริหาร เนื่องจากค่านิยมและความเชื่อ ของคนญี่ปุ่นที่มีต่อ ประเทศ ชาติ สังคม องค์การ และ หมู่คณะ คนญี่ปุ่นมีความเชื่อที่ว่าประเทศเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พนักงานก็เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร โดยพนักงานทุกคนจะ มีความรู้สึกเป็นเจ้าของหรือ ส่วน หนึ่งขององค์การอย่างแน่นแฟ้น หากองค์กรล้ม พนักงานก็จะ หมดที่พึ่ง ทุกคนจะอยู่กับ องค์กรตลอดชีวิต ดังนั้นพนักงานญี่ปุ่นหรือบุคคลากรในองค์กรญี่ปุ่นจะมีความ จงรัก ภักดีต่อองค์กรเป็นอย่างมาก ซึ่งจะต่างกับอเมริกาคือ คนอเมริกันจะเป็นคนที่รักเสรีภาพ ไม่ผูกพันตนเองกับองค์กร ชอบพึ่งตนเอง ย้ายงานบ่อย อย่างไรก็ดี คนอเมริกัน มีจริยธรรม ในการทำงานและไม่ดูถูกงาน สำหรับคนไทยแล้วมีความเป็นปัจเจกนิยมคล้ายกับอเมริกา แต่ข้อแตกต่างที่สำคัญคือคนอเมริกันจะทำงานเป็นทีมได้ดีกว่าคนไทยคนไทยมักมีความฉลาดและมีความสามารถเฉพาะตัว เวลาทำงานจึงมักขาดความร่วมมือ ประสานงาน 

จึงทำให้เกิดความคิดที่ว่าเราก็เป็นอย่างที่เค้าเขียนไว้เหมือนกันคือคนไทยมีความสามารถแต่ขาดความร่วมมือกันเพราะฉะนั้นแล้ววัฒนธรรมองค์กรมีความสำคัญมากอย่างหนึ่งต่อการทำงาน เราจะมีวิธีใดที่จะแก้ไขได้บ้างเดี๋ยวมาต่อกันตอนหน้านะคะ