ความเห็นใจเกษตรกร เป็นวัฏจักรที่ไม่รู้จบของอาชีพการเกษตร ที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จนกระทั่งทำให้พี่น้องเกษตรกรบางรายไม่กล้าตัดสินใจที่จะทำอะไร เนื่องจากทำแล้วก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จะมีกำไรหรือขาดทุน ซึ่งยากที่จะคาดเดาอนาคต อาชีพเกษตร จึงนับว่าเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงพอสมควร เช่นเดียวกันกับพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงหมู (สุกร) ในเวลานี้ที่ต้องประสบกับภาวะที่ขาดทุน เนื่องจากหมูราคาตกต่ำอีกระรอก จึงทำให้ต้องประสบกับภาวะที่ขาดทุน

         ครั้นเมื่อย้อนถามกลุ่มคนเหล่านั้นว่าเขาได้มีการวางแผนก่อนการเลี้ยงไหม บางคนก็ตอบว่าเขาวางแผนมาอย่างดี แต่บางคนก็ตอบว่าก็ต้องเลี้ยงเพราะหากไม่เลี้ยงไม่รู้จะไปทำอะไร ซึ่งเหล่านี้จึงล้วนแต่เป็นสิ่งที่น่าเห็นใจ

เลี้ยงหมูแบบไม่เสี่ยง ความคิดเริ่มผุดบังเกิด ซึ่งเป็นความคิดของผมนะครับที่ย้อนนึกไปถึงคำพูดของพ่ออั๋น นักเรียนชาวนาแห่งบ้านโนนสำราญ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศีรสะเกษ พันธมิตรทางวิชาการของผม ที่เล่าให้ฟังว่าการที่เราจะเลี้ยงหมูแบบไม่เสี่ยงนั้นต้องดเนินการดังนี้ครับ

1. อย่าเลี้ยงมากเกินไป เราต้องเลี้ยงควบคู่กับการปลูกพืชอย่างอื่นด้วย เพื่อเป็นการเกื้อกูลกัน เศษพืชผักก็นำมาเลี้ยงหมู ต้นไผ่ก็มาทำคอกหมู เป็นต้น

2. ต้องผลิตลูกหมูเอง การที่มีแม่พันธุ์เองจะทำให้เรามีหมูพันธุ์ดีตามต้องการ และได้ลูกหมูที่มีต้นทุนต่ำ

3. ต้องมีโรงสีด้วย การที่มีโรงสีจะทำให้เราไม่ต้องหาซื้อรำไกล และหากเป็นระยะยาวก็จะได้ต้นทนอาหารที่มีราคาถูก นอกจากนั้นเรายังสามารถสีข้าวขายได้ด้วย

4. ผลิตอาหารเอง หากเรามีความรู้ในเรื่องของอาหารเราสามารถผลิตอาหารใช้เองในฟาร์มของเรา สำหรับวัตถุดิบอันไหนที่เราทำได้ก็ผลิตเอง เช่น มันสำประหลัง ข้าวโพด หรือพวกถั่วต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนั้นการเลี้ยงหมูแบบนี้นอกจากไม่เสี่ยงแล้วยังเป็นการเกื้อกูลกันอีก กล่าวคือ ขี้หมูนำไปใส่กอไผ่ทำให้หน่อใหญ่ อวบ สวยงาม หรือไม่ก็นำไปผลิตแก๊สสำหรับการหุงต้มได้ในครัวเรือนได้ นี่จึงนับได้ว่าเป็นการจัดการความรู้แบบพึ่งตนเองครับ

เรียนรู้สู่การขยายผล จากแนวทางการดำเนินงานดังกล่าว นับว่าเป็นการจัดการความรู้ที่เป็นส่วนของความรู้เชิงลึก (Tacit Knowledge) ที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์ของพ่ออั๋น หากได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Share & Learn) กับสมาชิกในชุมชนของตนเองก็จะเป็นสิ่งที่ดี อีกทั้งจะได้ความรู้ที่ต่อยอดเพิ่มเติมขึ้น อันจะส่งผลต่อความยั่งยืนในอาชีพของชุมชน

ขอบคุณมากครับ

อุทัย  อันพิมพ์

26 ธันวาคม 2549