บันทึกชุด สอนเสวนาสู่การเรียนรู้เชิงรุก นี้ เขียนเพื่อชี้แนวทางจัดการเรียนรู้แบบที่เรียกว่า active learning (ที่ในบันทึกชุดนี้ใช้คำว่า การเรียนรู้เชิงรุก) แนวทางหนึ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อฝึกนักเรียนให้เรียนรู้จากการปฏิบัติตามด้วยการคิดที่เรียกว่า การใคร่ครวญสะท้อนคิด (reflection) ที่นำไปสู่การฝึกทักษะการเรียนรู้ที่นักเรียนกำกับการเรียนรู้ของตนเอง (self-directed learning) เป็น ผ่านกระบวนการ สานเสวนา (dialogue) ระหว่างนักเรียนกับครู และระหว่างนักเรียนกับเพื่อนนักเรียนด้วยกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่สนุกเร้าใจ (student engagement) กระตุ้นสมองให้เจริญงอกงาม และสร้างพัฒนาการรอบด้านตามแนวทางของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เป็นบันทึกที่เขียนขี้นจากการตีความหนังสือและรายงานวิจัยของศาสตราจารย์ Robin Alexander นักวิจัยผู้ยิ่งใหญ่ด้านการศึกษาของอังกฤษ สังกัดมหาวิทยาลัย Warwick และมหาวิทยาลัย Cambridge คือหนังสือ A Dialogic Teaching Companion (2020) (๑) และรายงานวิจัย Developing dialogic teaching : genesis, process, trial (2018) (๒) บันทึกนี้ใช้คำไทยว่า “สอนเสวนา” ในความหมายของ dialogic teaching
บันทึกนี้ตีความจากหนังสือ A Dialogic Teaching Companion (2020) บทที่ ๗ หัวข้อ Indicators
ดัชนีบอกความเป็นการสอนสานเสวนาที่ดี มีการวิวัฒนาการเรื่อยมาเกือบ ๒๐ ปี จากมีจำนวนถึง ๕๑ ข้อ ลงมาเหลือ ๑๕ ข้อในหนังสือ A Dialogic Teaching Companion ดังต่อไปนี้
- ให้เกียรติแก่นักเรียนทุกคน ในเรื่องสถานการณ์ ความต้องการ และสิทธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนจากชุมชนหรือครอบครัวด้อยโอกาส หรือมีปัจจัยด้านสังคมหรือด้านสุขภาพที่ทำให้แสดงออกต่อหน้าคนอื่นได้ยาก
- เห็นพ้องและเคารพต่อข้อพึงปฏิบัติในการพูด ฟัง และอภิปราย
- มีความพร้อมที่จะเอาใจใส่ทั้งต่อการพูดเอง และต่อความสัมพันธ์ของการพูดกับการอ่านและเขียน
- มีชุดแนวทางปฏิบัติด้านการสอน รูปแบบของปฏิสัมพันธ์ และรูปแบบการพูดของทั้งนักเรียนและของครู
- ปฏิสัมพันธ์ที่ส่งเสริมให้นักเรียนคิด และคิดหลากหลายแบบ
- คำถามที่เชื้อเชิญให้เกิดการคิดและเสวนาต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงให้ได้ถาม ไม่ใช่เพียงเพื่อให้ได้ทบทวนเรื่องราว ผมตีความว่า เป็นคำถามที่ทำให้เกิดกิจกรรมต่อเนื่องไปข้างหน้า ไม่เพียงเพื่อทบทวนกิจกรรมที่เกิดแล้ว
- คำตอบที่ไม่ใช่แค่ตอบแล้วจบ แต่ได้รับการตรวจสอบ และใช้ดำเนินการเสวนาต่อ
- คำป้อนกลับ (feedback) ที่ช่วยให้เกิดการคิดไปข้างหน้า (feed forward) และเสนอโดยทั้งนักเรียนและครู
- การเคลื่อนกิจกรรมเสวนาที่กระตุ้นและขยายบทบาทของนักเรียน
- การพูดแลกเปลี่ยนความคิดที่เกี่ยวพันต่อเนื่อง และทำให้เกิดคำถามที่ลึกขึ้น
- การอภิปรายที่แนวความคิดได้รับการแชร์ รับฟัง และตรวจสอบ อย่างอิสระ
- การโต้แย้งที่มีการทดสอบและยืนยันหลักฐานและข้อเสนอ
- มีการจัดรูปแบบห้องเรียน จัดกลุ่มนักเรียน เวลา และความเร็วของการเรียน อย่างมีสมดุลระหว่างกิจกรรมทั้งชั้น กลุ่มย่อย และเรียนคนเดียว
- วัฒนธรรมห้องเรียนที่พลวัตการเสวนาสะท้อนการทำงานเป็นกลุ่ม ต่างตอบแทน และสนับสนุนซึ่งกันและกัน รวมทั้งมีสาระและการดำเนินการที่ร่วมกันตรวจสอบอย่างละเอียด มีการสั่งสมความรู้และข้อมูล อย่างมีเป้าหมายชัดเจน
- มีจุดยืนหรือท่าทีของการสานเสวนาที่เน้นการเรียนรู้ ความรู้ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ พอๆ กันกับเป้าหมายจำเพาะของกิจกรรมที่กำหนด
จาก ๑๕ ตัวชี้วัด หนังสือเสนอว่า หากจะหาชุดตัวชี้วัดที่สั้นที่สุด ก็จะเหลือ ๒ ตัวชี้วัดคือ
- การสอนที่ทำให้นักเรียนต้องคิด ไม่ใช่แค่พูดตามที่จำมาจากคนอื่นหรือที่อื่น
- คำตอบที่นำไปสู่คำถามต่อเนื่อง
วิจารณ์ พานิช
๒๐ เมษายน ๒๕๖๔
ขอบคุณครับ อาจารย์หมอ
เหมือนผมจะสอนแบบนี้ ;)…