๑,๒๒๕ ที่ดิน หน่อกล้วย และน้ำท่วม


ค่ำแล้ว....แสงจากหลอดไฟในโรงเรียน สะท้อนท้องน้ำที่เวิ้งว้างไปทั่วบริเวณ เหมือนอย่างกับว่าผมยืนอยู่ในเรือลำน้อย ค่อยๆพายไปบนท้องนา ที่ยังไม่มีต้นข้าว ยังไงยังงั้นเลย...

        โควิด ทำให้โรงเรียนปิดเป็นกรณีพิเศษ ผมจึงมีเวลาทำอะไรได้มากมาย นั่งทบทวนว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง และกำลังจะทำอะไรต่อไป ตลอดจนคิดว่าอะไร..ที่ผมยังไม่ได้ทำ

        ความคิดอย่างหนึ่งที่อาจไม่เกี่ยวกันก็คือ..การที่มีลูกหลานที่เป็นคนดี แบบที่ดีจริงๆ มีส่วนทำให้พ่อแม่ ปู่ย่าตายายมีความสุข ไม่มากก็น้อย..

        ผมกำลังพูดถึงลูกชายคนโต...ที่เป็นครูด้วยกัน เขาอยู่บ้านพักครู ที่สร้างเสร็จต้อนรับโควิดรอบ ๒ จนต่อเนื่องมาสู่รอบ ๓ จึงมีเวลาดูแลโรงเรียนอย่างใกล้ชิด

        ปรึกษาหารือเรื่องงานกันได้ทุกเรื่อง แม้กระทั่งเรื่องจะติดต่อซื้อที่ดินให้ญาติผู้ใหญ่ที่อยู่อเมริกา อนาคตอาจจะได้กลับมาเมืองไทย ใช้ชีวิตอยู่ติดกับธรรมชาติ สูดอากาศที่บริสุทธิ์

        ประจวบเหมาะเหลือเกิน มีป้ายติดประกาศขาย ๑ ไร่ หลังบ้านพักครู..ราคาย่อมเยาแบบที่ญาติผู้ใหญ่รับได้ จึงจ่ายเงินและโอนกันเป็นที่เรียบร้อย

        ผมบอกลูก...เรื่องราวที่เหลือ พ่อคงไม่ยุ่งแล้ว เพราะเรื่องโรงเรียนก็ยุ่งอยู่พอสมควร จะทำอะไรกับที่ดินผืนนี้ ก็ติดต่อพูดคุยกันเอง เอาที่สบายใจก็แล้วกัน

        เท่าที่รู้ เพราะผมดูอยู่ห่างๆ เดือนกรกฎาคม..๒๕๖๔ จะต้องให้เจ้าหน้าที่มารังวัด จากนั้นจะไถที่ดินให้เรียบ ไม่มีหญ้าปกคลุม เสร็จแล้วจึงล้อมรั้ว สุดท้ายคือปลูกกล้วย...

        ถ้าบ้านพักครู..ไม่สร้างอยู่ตรงนั้น ผมก็คงเห็นผลงานที่คืบหน้า วันนี้อยากรู้ว่างานคืบหน้าไปถึงไหน จึงตัดสินใจเดินไปดู ก็พบว่ามีครบจบทุกเรื่องและเป็นไปตามเป้าหมาย

        ลูกชายได้ขออนุญาตเจ้าของที่ดินที่มีศักด์เป็น “ลุง” ขอปลูกกล้วยน้ำว้าเพียงอย่างเดียว ผมเดินนับหลุม ได้มากกว่า ๕๐ หลุม ในทุกหลุมเห็นมีก้อนถ่านและปูนขาว สงสัยจะเอาไว้ฆ่าเชื้อราในดิน

        เพื่อป้องกันภัยแล้ง หรือฝนทิ้งช่วง ลูกชายติดตั้งแท๊งค์น้ำและต่อสปริงเก้อร์ เดินท่อเดินสาย ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ รู้สึกมีความมุมานะ ในการศึกษาหาประสบการณ์ ตามแบบฉบับของครูหนุ่มเอกดนตรี ที่ไม่มีความรู้ด้านงานเกษตร

        ผมเห็นความรีบและร้อนลนของลูก คงเนื่องมาจากหน่อกล้วยได้สั่งซื้อและมาถึงเป็นที่เรียบร้อย มองบนฟ้าที่มืดทะมึน ฝนก็ทำท่าว่าจะตกหนักถึงหนักมาก

        ๑๕ นาที ที่ผมยืนอยู่ในที่ดิน เนื้อที่ ๑ ไร่ คิดในใจว่า มันก็กว้างใหญ่อยู่เหมือนกันนะ มีต้นมะค่าใหญ่อยู่ ๓ ต้น มีถนนคอนกรีตผ่านหน้าที่ดิน ห่างจากโรงเรียน ๓๐๐ เมตร

        หมดเวลา..ติดตามและชื่นชมผลงานของลูกชาย ในที่ดินหลังบ้านพักครู ไม่ได้ยืนดูลูกปลูกกล้วยน้ำว้า ต้องรีบกลับมาอยู่โยงที่โรงเรียนกว่า ๓ ชั่วโมง

        เฝ้ามองดูน้ำฝนที่ตกลงมาไม่ยอมหยุด ยืนดูน้ำฝนที่ไหลหลากเข้าท่วมถนนในโรงเรียน ไหลหลากและเชี่ยวกรากลงแปลงนาจนเอ่อท้นล้นลงไปสู่สระน้ำ

        ค่ำแล้ว....แสงจากหลอดไฟในโรงเรียน สะท้อนท้องน้ำที่เวิ้งว้างไปทั่วบริเวณ เหมือนอย่างกับว่าผมยืนอยู่ในเรือลำน้อย ค่อยๆพายไปบนท้องนา ที่ยังไม่มีต้นข้าว ยังไงยังงั้นเลย...

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔

         

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 691540เขียนเมื่อ 15 กรกฎาคม 2021 21:03 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 กรกฎาคม 2021 21:03 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (5)

คิดถึงตอนเกษียณว่าจะทำอะไรดีเลยนะท่าน ผอ. ;)…

ยอดเยี่ค่ะ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

เป็นงานที่ท้าทายและเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี