หนังสือ Solitude : A Return to the Self (1988) เขียนโดย Anthony Storr จิตแพทย์สำนักจิตวิเคราะห์ชาวอังกฤษ เป็นเรื่องสำนึกรู้ของมนุษย์ ที่มองจากคนละขั้วกับหนังสือ Reinventing Organizations ที่ผมตีความลงในบล็อกชื่อ องค์กรในอนาคต เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว
Reinventing Organizations จับภาพใหญ่ (macro) คือว่าด้วยวิวัฒนาการของสำนึกรู้ของมนุษย์ เชื่อมโยงกับวิวัฒนาการของการจัดวิธีรวมตัวกันของมนุษย์ (organization) ส่วน Solitude จับภาพมนุษย์ในฐานะปัจเจก (micro) เน้นทำความเข้าใจ “ตัวตน” (self) ของมนุษย์ เน้นที่ความเข้าใจตนเอง และนำไปใช้เพื่อการสร้างสรรค์ยิ่งใหญ่
ชื่อหนังสือคือสันโดษ หรือวิเวก ตามด้วยตัวตน แต่เรื่องราวเน้นการทำความเข้าใจตัวตนมากกว่า โดยมองว่าวิเวกช่วยปูความพร้อมให้จิตหวนกลับไปพิจารณาด้านในของตนเองผ่านจินตนาการ (imagination)
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราเติบโตเป็นตัวตนมาได้เพราะได้มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้อื่น โดยที่ตัวตนของมนุษย์มีสองด้านคือ ตัวตนภายนอก (ที่แสดงออกเป็นพฤติกรรม) กับตัวตนภายในที่เราคุยกับตนเอง วิเวก ช่วยให้เรามีโอกาสคุยกับตัวเราเองได้ลึกขึ้น และผมมองว่ามนุษย์เราต้องฝึกคุยกับตัวเองให้ได้มิติที่ลึก และไปให้ถึงมิติ “เลยตัวตน” (transcendent หรือ beyond self)
มิติภายใน หรือสำนึกรู้ด้านใน มีพลังมาก และยิ่งทรงพลังหากผู้นั้นสามารถเชื่อมสิ่งที่มองผิวเผินเป็นสิ่งขัดแย้งหรือขั้วตรงกันข้าม เข้าเป็นหนึ่งเดียวกันได้ สำนึกรู้ความเป็นหนึ่งเดียว (sense of unity) นี้เป็นพลังลี้ลับ สู่การสร้างสรรค์ เขาเรียกสภาพจิตใจแบบนี้ว่า perfect harmony โดยปัจจัยกระตุ้นให้เกิดได้แก่ ธรรมชาติ ศิลปะ ศาสนา ความรักทางเพศ การคลอดบุตร ความรู้ งานสร้างสรรค์ การออกกำลังกายบางแบบ วิเวก ความเงียบ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์
เขาบอกว่า มนุษย์เป็นสัตว์ที่ไม่ครบ และใช้ชีวิตแสวงหาความครบถ้วน หรือความเป็นหนึ่งเดียวกัน (wholeness หรือ unity) เพื่อฝึกให้จิตมีพลังนี้ เขาแนะนำให้ทำกิจกรรม “active imagination” ทุกวัน โดยฝึกให้ใจรับรู้แต่ไม่ตัดสิน และเกิด “ความเป็นหนึ่งด้านใน” (unity within) ซึ่งเป็นสภาพจิตที่มีพลังลี้ลับ ที่เขาเรียกว่า mystical state
มนุษย์เราจึงมีได้สองสภาพจิต คือสภาพจิตในชีวิตประจำวันตามปกติ กับสภาพจิตยามสงบและมีพลังลี้ลับ ที่เขาบอกว่า เป็นสภาพกึ่งตื่นกึ่งหลับ
Abraham Maslow บอกว่า สภาพจิตเช่นนั้นเรียกว่า peak experience และเกิดง่ายกว่าในบุคคลที่บรรลุ self-actualization คือไม่มุ่งอยู่แค่ผลประโยชน์ของตนเอง
ชีวิตที่ดี คือชีวิตที่มี complete harmony ระหว่างโลกภายนอกกับโลกภายใน
บันทึกนี้ และบันทึกที่จะลงใน blog ThaiKM ในวันศุกร์ทุกศุกร์ต่อจากนี้ไปอีกหลายเดือน จะเป็นบันทึกจากการฝึกเขียนจาก critical reflection จากการอ่านหนังสือแบบอ่านเร็ว ใช้เฉพาะหัวข้อ และ keywords ในหนังสือ เป็นตัวกระตุ้น ไม่ได้อ่านสาระในหนังสือโดยละเอียด เพราะมีหนังสือให้อ่านจำนวนมาก
ขอขอบคุณ นพ. เนตร รามแก้ว ที่กรุณาส่งหนังสือมาให้จากเยอรมนี
วิจารณ์ พานิช
๑๓ พ.ค. ๖๔