ผมจำไม่ได้ว่าผมเคยได้ยินคำว่า กศน. มานานเท่าไหร่แล้ว เพราะไม่ได้ใส่ใจมากนัก และส่วนใหญ่ก็ได้ยินว่า ถ้าใครอยากจะเรียนลัด ให้ไปเข้า กศนฺ. ผมก็เลยประมาณเอาว่า กศน. เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการศึกษาของคนที่พลาดโอกาสปกติ จะได้มีทางเรียนตามคนอื่นได้ทัน

แต่ทำไมเรียกว่า กศน. ล่ะ ทำไมไม่เรียกว่า โรงเรียนทางเลือก หรือ โรงเรียนลัด หรือ โรงเรียนด่วน ที่คล้ายกับทางลัด หรือทางด่วน หรือทางเลือกในการเดินทาง ผมว่าสื่อความหมายมากกว่า 

แต่เมื่อใช้คำว่า การศึกษานอกโรงเรียน แล้วทำไมยังมีโรงเรียนอีกละครับ ผมก็เลยแซวเล่นๆว่า เป็นการศึกษานอกโรงเรียนหนึ่ง แต่ไปอยู่ในอีกโรงเรียนหนึ่งละมั้ง

 

ผมคิดว่าการศึกษานอกโรงเรียนน่าจะทำงานด้านการศึกษาตลอดชีวิตที่เป็นส่วนที่อยู่นอกโรงเรียนจริงๆ 

 

คำว่าการศึกษาตลอดชีวิตนี้ เป็นคำที่พูดกันอย่างทั่วไปและพบบ่อยมาก แต่มีสักกี่คนที่จะลึกซึ้งในเนื้อหาว่าการศึกษาตลอดชีวิตคืออะไร ทำอย่างไร เพื่อใคร ใครเป็นคนทำ และมีตัวอย่างดีๆ ที่ไหนบ้าง 

 

จริงๆ แล้ว คำนี้เป็นคำที่ใช้กันมานาน (ในทางปฏิบัตินะครับ) แต่พึ่งมาใช้ในเชิงแนวคิดและหลักการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้เอง อันเนื่องมาจากความหลงผิดว่าการศึกษามีอยู่เฉพาะในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้ว เป็นเรื่องที่กลับกันเลยครับ เพราะชีวิตของคนทุกคนมีการเรียนรู้และมีการศึกษาอยู่ตลอดเวลาทุกนาทีที่สามารถเปิดช่องให้ความรู้ สอดแทรกเข้าไปในระบบความคิด ความจำ ความเข้าใจ ความรู้ และภูมิปัญญาได้อย่างต่อเนื่อง 

 

ดังนั้น ระบบการศึกษาตลอดชีวิตจึงเป็นระบบที่มีประโยชน์ต่อทุกๆ คน ไม่จำกัดวัย เพศ หรือสถานะทางสังคมใดๆ ทั้งสิ้น ใครก็ตามที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็สามารถมีการศึกษาได้ 

 

แล้วจะทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิดระบบการศึกษาตลอดชีวิตได้ เมื่อมองย้อนกลับไปมาแล้วก็คือหลักการของการจัดการความรู้นี่เอง 

 

การจัดการความรู้ ทำให้เราตื่นตัว รับความรู้ต่างๆ เข้ามาผสมผสานกลมกลืนในระบบการพัฒนาชีวิต เศรษฐกิจ และสังคม โดยอาศัยประสบการณ์และข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่ทั้งในคน ระบบอินเตอร์เน็ต และระบบสิ่งแวดล้อม แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นมาประมวลเป็นความรู้เพื่อการใช้งานด้านต่างๆ เพื่อการดำรงชีวิตอย่างชาญฉลาด ภายใต้ระบบทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ทั้งทางสังคมและทางธรรมชาติ 

 

ดังนั้น การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา ที่ไม่เห็นจำเป็นจะต้องมีอะไรแปลกประหลาด ตื่นเต้น

 

แต่ในทางหลักการแล้ว ทางระบบราชการ หรือ กศน. อาจจะสนับสนุนให้คนมีกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตได้ 2 เรื่องใหญ่ๆด้วยกันคือ

 
  1. ระบบการเผยแพร่ข้อมูลและความรู้
  2. ระบบการสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้
 

ทั้ง 2 ระบบนี้ สามารถหนุนช่วยกันเองที่จะทำให้มีการเปลี่ยนข้อมูลและความรู้เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ และทำให้เกิดปัญญาที่จะนำไปใช้ในการดำรงชีวิตหรือประกอบอาชีพ สามารถเปลี่ยนความรู้เป็นวิชาชีพ ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตทั้งของตนเอง ครอบครัว และสังคมดีขึ้นกว่าเดิม 

 

ผมว่าถ้า กศน. ทำตรงนี้สำเร็จ ไม่น่าจะมีใครกล้ามายุบ หรือมาวุ่นวาย เพราะตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ และชีวิตคนส่วนใหญ่ก็อยู่นอกโรงเรียน ดังนั้น กศน. จึงน่าจะใหญ่ที่สุดนะครับ

 แต่ทำไม กศน. จึงจะถูกยุบ หรือ จะปรับเป็นอย่างอื่นไปซะละครับ 

คน กศน. ลองวิเคราะห์ตัวเองแล้วอธิบายให้สังคมฟังได้ไหมครับ ว่าท่านทำถูกหรือดีแล้วในเรื่องอะไร และอะไรที่กำลังทำอยู่อย่างจริงจัง แต่ยังไม่สำเร็จ หรืออะไรที่ควรทำแต่ยังไม่ได้ทำ ด้วยสาเหตุใดก็ตาม ก็จะทำให้ท่านมีเพื่อนมากขึ้น แล้วใครจะทำอะไรให้ท่านลำบากใจก็ยากหน่อยล่ะครับ

 

แต่ถ้าท่านเพียงแต่เขียนว่าไม่เห็นด้วยเฉยๆ โดยไม่อธิบายในงานที่เป็นรูปธรรมและนามธรรม ผมว่าคงไม่มีใครเข้าใจท่านอย่างแท้จริง

 อย่างมากก็แค่เห็นใจแบบตื้นๆ ที่ไม่มีทางเป็นแนวร่วมของท่านได้เลยครับ จึงเรียนมาด้วยความเคารพครับ