GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สร้างภูมิคุ้มกันด้วยการหัวเราะบำบัด

สร้างภูมิคุ้มกันด้วยการหัวเราะบำบัด

       
           ว่ากันว่าการเปล่งเสียงต่างๆ เช่น เด็กร้องไห้เพราะขัดใจ หรือเจ็บปวด ผู้ใหญ่โดนมีดบาดมือแล้วร้องอุทานออกมาว่าโอ๊ย ! ล้วนเป็นการลดทอนความเจ็บปวด หรือผ่อนถ่ายความอัดอั้นตันใจ ซึ่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่ร่างกายใช้บำบัดตัวเอง

            วัตถุประสงค์ของเสียงบำบัดคือเพื่อความผ่อนคลายเป็นหลัก แต่เมื่อนำมาใช้กับการหัวเราะจึงเป็นการบำบัดโรค โดยประยุกต์รวมเข้ากับหลักเพ่งสมาธิ ความนิ่งสงบของชี่กง และโยคะมาประยุกต์เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นการบำบัดแบบองค์รวม นอกจากจะส่งผลดีต่อระบบการทำงานของร่างกาย ทั้งระบบหายใจ ระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบพักผ่อนและผิวพรรณ ระบบเจริญพันธุ์ ระบบการทำงานของต่อไร้ท่อ และสัญชาติญาณการอยู่รอดแล้ว เสียงหัวเราะยังมีประโยชน์มากมายอย่างที่คุณเองก็อาจคาดไม่ถึงดังนี้ค่ะ


• ลดอาการเจ็บปวด เมื่อเราหัวเราะร่างกายจะรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บปวดได้ เช่นเวลาฉีดยา คนที่ผ่อนคลายจะเจ็บน้อยกว่าคนเครียด เพราะความเครียดจะทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง นอกจากนี้การหัวเราะยังช่วยให้ร่างกายหลั่งสาร serotonin และ endorphin เพิ่มมากขึ้น

• แก้อาการซึมเศร้า เพราะการหัวเราะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสาร serotonin และ dopamine เพิ่มขึ้น

• เพิ่มภูมิคุ้มกัน การหัวเราะช่วยเพิ่ม IgA ในน้ำลาย ซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ภูมิแพ้

• บริหารกล้ามเนื้อ ระหว่างที่กำลังหัวเราะอยู่นั้น จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า 15 ชนิด และกล้ามเนื้อร่างกาย 12 ชนิด ทั้งยังมีรายงานทางการแพทย์ระบุว่า การดูตลกแล้วหัวเราะ ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายมากกว่าการดูวิวสวยๆ

• บริหารหัวใจให้แข็งแรง การหัวเราะ 15-20 นาทีอย่างต่อเนื่อง ทำให้หัวใจได้ออกกำลังกาย 3-5 นาที ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย ควรออกกำลังกายด้วยการหัวเราะบ่อยๆ

• ช่วยบริหารปอด การหัวเราะทำให้ diaphragm มีการเคลื่อนไหว ช่วยหมุนเวียนอากาศในปอด ผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจโดยตรงควรหัวเราะบ่อยๆ

• ชะลออาการของโรค การหัวเราะช่วยให้อาการของโรคไม่เลวร้ายลงกว่าเดิม เพิ่มโอกาสในการรักษาโรคมากขึ้น
ฝึกร่างกาย สั่งอวัยวะให้หัวเราะ

                แนวคิดของการหัวเราะบำบัด อิงตามหลักของศาสตร์ตะวันออกที่มองทุกอย่างเป็นองค์รวม โดยเน้นฝึกด้วยท่าหัวเราะหลายๆท่าต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมง เพราะในแต่ละท่าจะมีประโยชน์ต่างกัน คนที่ฝึกจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่า ท่าไหนส่งผลดีต่อปัญหาของเขาโดยตรง เสียงโอ อา อู เอ ที่นำมาประยุกต์ในกระบวนการหัวเราะบำบัดนั้น เป็นเสียงพื้นฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก โดยแต่ละเสียงมีท่าทางประกอบ และมีประโยชน์ในการบำบัดโรคดังนี้

• เสียง โอ/ท้องหัวเราะ เป็นการออกเสียงจากท้อง โดยยืนตัวตรง กางขาเล็กน้อย กางแขนออกไปด้านข้างของลำตัว งอแขนเล็กน้อย กำมือทั้งสองข้างโดยชูนิ้วหัวแม่มือขึ้น ตามองตรง สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ กักลมไว้ จากนั้นค่อยๆเปล่งเสียง "โอ โอะๆๆ...." เหมือนเสียงซานตาครอสหัวเราะ ขณะเดียวกันให้ค่อยๆปล่อยลมหายใจออก พร้อมๆกับขยับแขนขึ้นลง

ประโยชน์ของท่าท้องหัวเราะ เมื่อเปล่งเสียงโอ ทั้งลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก ตับ ไต และกระเพาะอาหารจะขยับขับเคลื่อนไปด้วย ท่านี้จะช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานดีขึ้น และช่วยบำบัดโรคลำไส้อักเสบ โรคกระเพาะอาหาร ท้องผูก ท้องเสียโดยเฉพาะ รวมถึงคนที่มีปัญหาโรคอ้วน ผอมแห้งแรงน้อย บูลิเมีย มีพุง หน้าท้องหย่อน และเบื่ออาหาร ท่านี้ก็ช่วยได้เหมือนกัน

ตามหลักจิตวิทยา การยกนิ้วหัวแม่มือประกอบการทำท่านี้ ยังทำให้รู้สึกดีกับตัวเอง และคนรอบข้างด้วย เพราะมีนัยยะว่า "ดีมาก" เป็นการชมตัวเอง และคนอื่น ซึ่งในชีวิตประจำวันเราไม่ค่อยได้รับคำชมบ่อยนัก นอกจากคำตำหนิ

• เสียงอา/อกหัวเราะ เป็นการเปล่งเสียงจากอก ให้ยืนตรง กางขาเล็กน้อย กางแขนออกไปข้างลำตัว กางแขนออกไปข้างลำตัวเหมือนนกกระพือปีก หงายมือขึ้น และปล่อยมือตามสบาย ตามองตรง สูดลมหายใจลึกๆ กักลมไว้ ค่อยๆเปล่งเสียง "อา อะๆๆ..." ดังๆเหมือนเสียงเจ้าพ่อหัวเราะ ขณะเดียวกันให้ปล่อยลมหายใจออก พร้อมๆกับกระพือแขนขึ้นลง

ประโยชน์ของท่าอกหัวเราะ เมื่อเปล่งเสียงอา จะกระตุ้นให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก หัวใจ ปอด และไหล่ขยับเขยื้อนไปด้วย ท่านี้จะช่วยให้อวัยวะบริเวณหน้าอกทั้งหมดทำงานได้ดีขึ้น และช่วยบำบัดโรคความดัน โรคหัวใจ โรคปอด อาการเจ็บแน่นหน้าอก เส้นเลือดหัวใจตีบ โรคขาดเลือด โดยเฉพาะช่วยให้การเต้นของหัวใจทำงานดีขึ้น ส่งผลให้การสูบฉีดและการไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น

คนที่มีปัญหาเรื่องซึมเศร้า ขี้อาย ขาดความมั่นใจ ควรทำท่านี้บ่อยๆค่ะ เพราะในทางจิตวิทยาระบุว่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจ การปรับตัว และการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ดี

• เสียงอู/คอหัวเราะ เป็นการเปล่งเสียงออกจากลำคอ เริ่มด้วยการยืนตรง กางขาเล็กน้อย แขนแนบลำตัว ยกขึ้นตั้งฉากชี้ไปข้างหน้า งอนิ้วนางและนิ้วก้อยเข้าหาตัวเอง ยกนิ้วหัวแม่มือขึ้น และชี้นิ้วชี้และนิ้วกลางไปข้างหน้าในลักษณะชิดติดกัน เหมือนท่ายิงปืน ตามองตรง จากนั้นสูดลมหายใจลึกๆ กักลมไว้ แล้วค่อยๆเปล่งเสียง "อู อุๆๆ..." เหมือนเสียงหมาป่าหอน ขณะเดียวกันให้ค่อยๆปล่อยลมหายใจออก พร้อมกับแทงมือไปข้างหน้า

ประโยชน์ของท่าคอหัวเราะ เมื่อเปล่งเสียงอู จะกระตุ้นให้บริเวณลำคอสั่น ท่านี้จะช่วยแก้ปัญหาเจ็บคอ คออักเสบ ปวดคอ สำหรับคนที่มีปัญหาเนื่องจากต้องใช้เสียงเยอะ เช่น ครู นักร้อง เมื่อทำท่านี้บ่อยๆจะช่วยทำให้คอโล่ง ช่วยรักษาโทนเสียง

หลักคิดของท่านี้คือ ระหว่างที่พุ่งมือไปข้างหน้า ช่วยกระตุ้นให้รู้สึกมีพลัง กล้าแสดงออก เชื่อมั่น หนักแน่น และมุ่งมั่น พร้อมก้าวไปข้างหน้า

• เสียงเอ/ใบหน้าหัวเราะ ท่านี้จะทำแบบสบายๆ โดยยืนตามสบาย ค่อยๆยกมือขึ้นมาตามถนัด สูดลมหายใจลึกๆ แล้วขยับทุกนิ้วทั้งหัวแม่มือ ชี้ กลาง นาง และก้อย ตามองตรง ระหว่างนั้นให้เปล่งเสียง "เอ เอะๆๆ..." ออกมา เหมือนหยอกล้อเด็ก นอกจากจะได้ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่นิ้วมือแล้ว ท่านี้ยังช่วยฝึกบริหารสมองด้วย

ประโยชน์ของท่าใบหน้าหัวเราะ คนสมัยนี้ชอบคิดมาก บึ้งตึง จึงทำให้เครียด ปวดหัว ปวดสมอง เมื่อเปล่งเสียงเอ ใบหน้าจะมีลักษณะเหมือนกำลังฉีกยิ้มโดยอัตโนมัติ เหมือนเรากำลังเล่นจ๊ะเอ๋กับเด็กตัวเล็กๆ เสียงเอจะทำให้เรายิ้มง่ายขึ้น เมื่อจิตใจผ่อนคลาย ร่างกายก็หัวเราะ

ความเครียดทำให้จิตใจของคนเปราะบางมากขึ้น เมื่อเจอปัญหา หรือคำพูดที่เสียดแทงใจ หลายคนรับไม่ได้ กระบวนการหัวเราะบำบัดจึงสร้างภูมิคุ้มกันให้จิตใจดังนี้ค่ะ

• หัวเราะให้กับปัญหา แม้จะต้องหัวเราะทั้งน้ำตาก็ตาม ลองฝึกหัวเราะให้กับปัญหาบ่อยๆ แล้วเราจะค่อยๆ มีภูมิต้านทานมากขึ้น เมื่อเจอปัญหาครั้งต่อไป เราจะรับมือได้อย่างไม่หวั่นไหว

• หัวเราะกับปมด้อยของตัวเอง ระหว่างทำกิจกรรม ทุกคนในกลุ่มจะรุมด่าเพื่อนทีละคนเวียนจนครบทุกคน ด่าในคำที่ไม่ชอบ ล้อปมด้อย หรือข้อผิดพลาดที่เคยฝังใจ และให้คนที่โดนด่าพูดคำว่า "ฉันไม่สน ฉันไม่แคร์" โดยระหว่างนั้นให้หัวเราะออกมาดังๆ ด้วย เมื่อต้องออกไปใช้ชีวิตในสังคม แล้วโดนคนอื่นด่า ล้อเล่นแรงๆ บ่อยๆ จะกลายเป็นเรื่องตลกสำหรับเราทันที

• ไม่จริงจัง แต่ใส่ใจกับชีวิต ทุกวันนี้ที่คนฆ่าตัวตายเพราะไม่เท่าทันชีวิต และจริงจังกับชีวิตมากเกินไป การเตือนสติตัวเองด้วยการ "ไม่จริงจังกับชีวิต แต่เลือกใส่ใจกับชีวิต" จะเป็นเหมือนเกราะป้องกันสิ่งเร้าภายนอก ให้เราหนักแน่นมั่นคง พร้อมรับกับปัญหาอย่างมีสติ

• เดินออกมาจากปัญหาของตัวเองชั่วคราว คนที่เจอปัญหามักจะมองเห็นแต่ตัวเอง จึงทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ แต่ถ้าลองเดินออกมาจากปัญหาของตัวเองชั่วคราว แล้วลองมองเข้าไปใหม่ จะทำให้คุณมองเห็นทางแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น

• คิดในด้านบวก การหัวเราะบำบัดคือการฝึกจิตใจ เพราะทำอย่างมีสติ บวกความคิดสมหวัง ความตั้งใจดีเข้าไปด้วย สำหรับคนที่ป่วย เมื่อจิตใจรู้สึกดี ก็มีความเชื่อมั่น ร่างกายก็ฮึดสู้ คราวนี้แหละไม่ว่าโรคร้ายแรงแค่ไหน ก็ไม่ต้องกลัวแล้วละค่ะ
• ใช้อารมณ์ความรู้สึกแบบเด็ก การมองปัญหาและใช้ความรู้สึกแบบเด็กในบางครั้ง จะทำให้เรารู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตได้

           จำได้ไหมคะว่าตอนที่เรายังเด็ก เราสามารถหัวเราะลั่นเสียงดังเอิ๊กอ๊ากกับเรื่องธรรมดา เล่นจ๊ะเอ๋กับใครก็ได้ เพราะไม่ต้องแบกหัวโขนไว้บนหัว ลองสวมบทบาทผู้ใหญ่หัวใจเด็กดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่าเสียงหัวเราะนั้นนำความรื่นรมย์มาสู่ชีวิตคุณเพียงใด

ที่มา : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 191

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ความสุข
หมายเลขบันทึก: 68748
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ท่านดาไล ลามะ เป็นตัวอย่างที่ดีของโลกเลยค่ะ ที่แสดงให้เห็นว่า เราหัวเราะจะทำให้โลกทั้งโลกหัวเราะไปกับคุณค่ะ http://www.sciencedaily.com/releases/2006/12/061212213922.htm