เด็กและเยาวชนพิจิตร  เป็นประเด็นร้อนแรง ที่ผู้ว่าฯพิจิตรคนใหม่ล่าสุด "ปรีชา เรืองจันทร์"  สนใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนักภาวะความไม่ปลอดภัย ความเสี่ยงหลายๆด้าน ทำให้ต้องมีการพูดคุยกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   คุณหมอสุรเดช เดชคุ้มวงศ์  นักวิชาการสาธารณสุข และอีกหมวกหนึ่งเป็น เลขานุการมูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร เป็นคุณเอื้อ คุณประสาน คุณอำนวย เรียกว่าบูรณาการในตัวคนคนเดียวจริงๆ ในการจัดการประชุมครั้งนี้ ใช้ห้องประชุม พมจ.พิจิตร มีผู้เข้าร่วมหลากหลายทั้ง สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพิจิตร  ศาลเด็ก  กลุ่มแสงตะวัน กลุ่มแสงตะเกียง มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม   สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร สำนักเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดพิจิตร  สถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร  โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม   โรงเรียนพิจิตรอินเตอร์  และเจ้าภาพเป็นสำนักงานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิจิตร   ส่วนผมมาในตัวแทนมูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร มาช่วยบันทึกกระบวนการประชุมครับ

เริ่มกระบวนการ คุณหมอสุรเดช ชี้แจงประเด็นการพูดคุยไว้ 3 ประเด็น      คือ

1. สถานการณ์ปัญหาเด็กและเยาวชนจังหวัดพิจิตรเป็นอย่างไร?       

2. สิ่งดีดี (คน,เรื่อง,จุดแข็ง) มีอะไรบ้างที่เป็นตัวอย่าง?

3. อนาคตที่อยากจะเห็นร่วมกัน(ฝันที่เป็นจริง) คืออะไร?

     สรุปแล้วสถานการณ์ปัญหา(หลุมดำ) ที่ ลปรร. ทั้งมุมของเด็กและผู้ใหญ่ ฟังแล้วน่าตกใจมาก เพราะมันมากมายเหลือเกิน ลองนับดูนะครับมีอะไรบ้าง? ปัญหา = เด็กติดเกมส์ออนไลน์  เหล้าบุหรี่  รถซิ่งกวนเมือง   วัตถุนิยม   โดดเรียน   ทะเลาะวิวาท  ติดยาเสพติด  ขาดคุณธรรม     เอดส์   ท้อง/แท้ง  ถูกละเมิดทางเพศ   ขาดจิตอาสา   ก้าวร้าว  รุนแรง  ไม่เคารพผู้ใหญ่   

สาเหตุของปัญหาเกิดมาจาก =  ขาดการดูแลจากครอบครัว(กำพร้า ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่)  อยากรู้อยากลอง  รุ่นพี่แนะนำ ตัวอย่างดีดีมีน้อย    แหล่งมั่วสุมมีมาก(ร้านเกมส์ ม่านรูด หอพัก โรงเรียน)  ขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งทำกิจกรรมมีน้อย (ลานกีฬา  ลานดนตรี)  ชุมชนอ่อนแอ  อำนาจนิยม(โกรษ เกลียด รุนแรง) กลไกการดูแลของรัฐและท้องถิ่นไม่ทั่วถึง

ทั้งหมดคือสถานการณ์ด้านลบ (มุมมืด) ที่เกี่ยวข้องกันทั้งหมด เด็ก และผู้ใหญ่  ชุมชน ครอบครัว  หน่วยงานราชการ  ต่างมีส่วนทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตามสถานการณ์มันเป็นเหรียญสองด้าน มีด้านมืด ก็มีด้านสว่าง  โดยสิ่งดีดีที่เกิดขึ้นและทำกิจกรรมที่ผ่านมา คือ   มีโอกาสร่วมกันทำกิจกรรม ประกวด การละเล่นต่างๆ ร้องเพลง แต่งเพลงเด็ก  บทกวี   กีฬา  เล่นดนตรี(พื้นบ้าน+สากล)   แข่งเรือ เทือกเรือ  ตลกอมยิ้ม  ดีเจน้อย ฑูตพลังงาน    ทายาทเกษตร ยุวเกษตร  บ้านดิน  ดูแลผู้สูงอายุ อาสาสมัครซับน้ำตาให้น้องช่วงน้ำท่วม หน้าหนาว  มีหน่วยงาน(พี่เลี้ยง)  รัฐ ท้องถิ่น เอกชน ให้การสนับสนุน เช่น อบจ.  อบต.  สปรส.  สสส.   อพปร.  มูลนิร่วมพัฒนาพิจิตร กลุ่มแสงตะเกียง  กลุ่มแสงตะวัน  สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพิจิตร  พมจ.พิจิตร  

โดยเป้าหมาย(ภาพฝันที่ทุกคนอยากเห็น) คือ   "เด็กดี เก่ง มีความสุข ครอบครัวอบอุ่น  ทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนา"  

* พัฒนาศักยภาพทางด้าน IT  (คอมฯ, อินเตอร์เน็ต, เกมส์ออนไลน์)

* อยากเห็นหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนสนับสนุนเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออก

* เริ่มจากตัวเองก่อน เป็นตัวอย่างแก่เพื่อนๆ กล้าคิด กล้าทำในสิ่งที่ดี มีบทบาทหน้าที่ทำงานมีความสามารถ  สามัคคี สร้างสรรค์ร่วมด้วยช่วยกัน

* ปลูกจิตสำนึกทางด้านธรรมะ เข้าวัด นั่งสมาธิ

* ค้นหาตัวอย่างดีดี  ครู  พี่เลี้ยง   เด็ก  

* ประธานชุมชน (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.) ช่วยดูแล

* สร้างสำนึกรักและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กับคนทุกคน มีความเป็นประชาธิปไตยกับคนรุ่นใหม่

ทันทีที่ได้ข้อสรุปเตรียมพูดคุยเสนอกับท่านผู้ว่าฯ เวลาประมาณ 16.30 น. คุณหมอสุรเดช กับ หัวหน้าสำนัก พมจ.พิจิตร ก็ขึ้นไปเชิญผู้ว่าฯ "ปรีชา เรืองจันทร์"  เข้าร่วมประชุมด้วย  (โดยก่อนหน้านี้นัดหมายว่าจะนำตัวแทนแต่ละหน่วย แต่ละฝ่ายเข้าร่วมพูดคุยเท่านั้น แต่ด้วยที่ทุกคนเองก็ต้องการเข้าพบและพูดคุยกับผู้ว่าฯที่ห้อง  จึงเชิญท่านมาที่ห้องประชุม พมจ. ดีกว่า)   พอท่านมาถึงห้องประชุม   ก็สูตรสำเร็จแหล่ะครับ ทุกคน   ...ยืน...เคารพ...สวัสดี...ท่านนั่ง....เรานั่งตาม      ว่าแล้วตามสไตล์ของท่านผู้ว่าฯ เป็นกันเองมาก ไม่มีพิธีรีตองอะไรหรอกครับ ก็ด้วยความเคยชินแหล่ะเน๊อะ ทำตามจิตสำนึก   

ไม่ทันที่คุณหมอจะสรุปประเด็นที่ได้มีการพูดคุยกันก่อนหน้า  ท่านผู้ว่าฯ คว้าไมค์ พูดฉับฉับตามฉบับผู้ว่าฯไฟแรง  ฉายภาพความเป็นผู้ว่าฯ พิจิตร วิสัยทัศน์ มากมาย   ทุกคนนั่งฟังเสียงเงียบกริบ  ใจความบางช่วงบางตอนครับ

"......ผมมาพูดในฐานะคนพิจิตร วันนี้มาเห็นคนรุ่นใหม่ที่อยากทำงาน ...ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง..... ฝันเฟื่องอย่างเดียวไม่ได้....  ถามว่าพิจิตรงามเพราะอะไร? เราต้องมามองว่าเราอยู่ในพุทธรรมอ้อมกอดแม่น้ำ 2 สาย  คือ แม่น้ำน่าน และ แม่น้ำยม มีหลวงพ่อเพชร หลวงพ่อเงิน  เค้าเลยว่าเป็นพิจิตร นี่คือความอบอุ่นทางด้านพุทธศาสน์ ...งามด้วยใจ งามไม่มีที่ติ.... เราไม่เคยเอาหลวงพ่อเงินมาไว้ในใจเลย เอาไปทำทางด้านพุทธพาณิชย์  ถ้าตรงนี้เราดึงกลับมาได้ไหม?  ผมผ่านร้อนผ่านหนาวมาหมดแล้ว ไม่มีทางที่พิจิตรจะพัฒนาได้เทียบเท่า พิษณุโลก สุโขทัย    .....ที่ผมเห็นจุดแข็งพิจิตรเป็นลูกเมืองเหล่านั้น เหมือน จ.ลำพูน อาศัย จ.เชียงใหม่ ในความเจริญ....    ....ผมฉายให้เห็นวิสัยทัศน์ก่อนว่า ทำอย่างไรให้พิจิตรเป็นเมืองงามทั้งผู้อยู่และผู้มาเยือน... ผมผู้ว่าฯ ปรีชา เรืองจันทร์ เป็นลูกชาวนา ทำนา กินข้าว รู้เลยว่าข้าวพันธุ์อร่อยที่สุดในพิจิตร  ก้อพันธุ์ขาวกอเดียวไง   อร่อยที่สุดแล้ว ท้าพิสูจน์ได้เลย     ....เรามีปัญหาถูกเรียกร้องตลอดผมก็ไปช่วยคุยอยู่ ทำนาแล้วไม่ได้เงิน.... ชาวบ้านเราปรับสภาพไม่ทัน ทำนาก็ทำนาอย่างเดียว แทนที่จะสับเปลี่ยน ปลูกข้าวโพด ปลูกผัก  หมุนเวียนกันไป  ไม่ต้องตะเกียกตะกายมาก ทุกอย่างมันอยู่ที่ "ใจ"  ทำไม่ยากหรอก เราทำได้ไม่ถึงเอง  ...คิดไม่ใช่เอาแต่คิดต้องคิดดี  ทำไม่ใช่เอาแต่ทำต้องทำดีด้วย...."

"....เรื่องเยาวชนผมแคร์มาก เพราะลูกหลานจะเป็นกำลังที่ดีในอนาคต  ผมมีวิธีคิด วิธีทำอยู่แล้วสมัยเป็นผู้ว่าฯที่ .เพชรบูรณ์ ทำมาแล้วได้ผลดีด้วย  มีเวทีเปิดให้มาพูดคุยกัน มีการแสดง ลานกีฬา อันนี้ผมคุยกับนายกฯอบจ.แล้วเห็นดีด้วย  ล้อมกรอบครอบครัวให้เข้มแข็ง ตอนนี้ครอบครัวเดี่ยวมีเยอะ สามีภรรยาอยู่ด้วยกันเฉยๆไม่ได้จดทะเบียนโดยเฉพาะนักธุรกิจ  เผื่อไว้โกง!!!   ...สังคมเปราะบางมาก เด็กมีปัญหาเยอะ เด็กที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ เด็ก ม. 2 - ม. 3 ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ก็ดี...  ไอ้กิจกรรมที่เราคิดไว้ ดีเจ ธรรมะ  ดนตรี  ศิลปะ  ประกวดเต้น ฯลฯ อะไรพวกนี้ก็ทำไปสิ      ...ที่คิดอยู่เนี้ยะยังไม่มีตังก์นะ แต่ถ้าจะทำผู้ว่าฯ มีปัญญาหาให้ได้.... .....ที่พูดเอาหัวใจมาพูด ไม่ใช่เอาปากพูด..... เวลาคิดก็คิดให้ดังๆ ทำให้เค้ารู้ว่าคิดอะไรอยู่ ช่วยกันคิด ทำ ถ้าทุกคนยอมรับ อย่างข้าราชการถ้าผู้ว่าฯทำ ทุกคนก็ต้องเอาด้วยทั้งนั้นแหล่ะ  แต่จริงๆแล้วต้องช่วยเหลือกัน..."

"...กิจกรรมที่ผมอยากเห็นคือ มีสมัชชาเด็ก โดยมีผุ้ใหญ่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล แนะนำ เทคแคร์ มีกิจกรรมสาธารณะที่ไหนก็ได้ อย่างถ้าอยากเรียนรู้ป่า พิจิตรเราก็มีอุทยานแห่งชาติไชยบวร เป็นแหล่งป่าที่เดียวในพิจิตร หรือจะเข้าแคมป์ที่บึงสีไฟก็ได้ ไม่จำเป็นต้องไปต่างจังหวัดเลย  ...ประกวดดนตรี แข่งกีฬาก็ทำเลย  ตอนนี้แผนกีฬาผมทำเสร็จแล้ว พิจิตรเป็นจังหวัดที่ 3 ต่อจาก นนทบุรี  เพชรบูรณ์  สิ่งเหล่านี้ก็ทำได้... การทำงานกับเด็ก เป็นเรื่องละเอียดอ่อน บางครั้งเค้าคิดอะไรมากกว่าเราเยอะ..."

สุดท้ายผู้ว่าฯ "ปรีชา เรืองจันทร์"  ฝากไว้ว่า....

- การประชุมโดยมีเด็กเข้าร่วมอย่างนี้ไม่ควรใช้เวลาเย็นมาก

- หาตัวอย่างให้เด็กได้เลือก ดี เลว คือจะทำอย่างไรให้เด็กเลือกดี

- เหล้าบุหรี่ ที่พิจิตรเลิกขาย ขายไม่ได้ ตัวอย่างผู้ว่าฯอย่างผม ไม่กิน ไม่สูบ ผมกินน้ำเปล่า น้ำอัดลม กาแฟไม่ต้องมาเสิร์ฟ

- เศรษฐกิจพอเพียงเอามาใช้ในใจ ไม่ใช่ฟังเฉยๆ เอาตามพ่อ 

- ค่ายครอบครัวต้องทำให้ได้ กินข้าวกันทุกวัน

- ทุกวันนี้สังคมไทยผู้ใหญ่รังแกเด็ก งานเลี้ยงไม่มีเหล้าได้ไหม? งานศพไม่มีการพนันได้หรือเปล่า?  ...ธุรกิจทำได้แต่อย่ารังแกเด็ก... ถ้าทำผมถือว่าเป็นกาลกิณีของบ้านเมืองเลยนะ...

              "....ในฐานะที่เป็นผู้ว่าฯไม่สามารถสั่งการได้ทั้งหมด โดยเฉพาะความดีความชอบ ข้าราชการวันธรรมดาทำงานเหนื่อยแย่อยู่แล้ว ก็มาใช้วัน เสาร์-อาทิตย์ มาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก มีพื้นที่ทำกิจกรรม อาสาสมัคร คิด ทำร่วมกัน ไปคิดมาว่าอยากทำอะไร ไม่ต้องมาถามว่าจะเบิกจ่ายงบประมาณอะไรยังไง ให้ไปทำอย่างเดียว เดี๋ยวข้อมูลที่ได้มาจากน้องๆ ผมจะนำมาสังเคราะห์ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้มีแกนการประสานงานร่วมกัน มีโครงสร้าง กิจกรรม ทำต่อเนื่องไม่ใช่ไฟไหม้ฟาง...."

   ผู้ว่าฯ พูดรวดเดียวจบเลยครับ  ไม่ทันที่หมอสุรเดชฯจะสรุปใจความสำคัญอะไร? ยังกะผู้ว่าฯร่วมนั่งคุยมาก่อนหน้านี้ด้วย ในการนี้ผู้ว่าฯ ได้ขอชื่อ เบอร์โทร ผู้ประสานงานหลัก โดยเลือก "คุณนิ่ม" ประธานสภาเยาวชน ให้กลับไปทำแผนให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ (22 ธ.ค. 49) ทันทีแล้วค่อยมาคุยกันต่อ   ผมถึงกับโอ้โห!!! รีบขนาดนั้นเลยเชียว แล้วเค้าจะทำเสร็จไหมเนี้ยะ แต่ไม่เป็นไรท่านคงรีบทำงาน อยากให้เกิดผลไวไว  มองได้ทั้งสองด้านนะครับ ถ้าเป็นแผนที่ดีออกมาครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งจังหวัด มีหน่วยงานเข้าร่วมทำงานอย่างจริงจังต่อเนื่องก็คงดี แต่ถ้าไม่เป็นไปตามนั้น ความรีบร้อนจะนำไปสู่การเข้าหญ้าป่าพงที่ไหนก็ไม่รู้นะครับงานนี้  หวังว่า ทาง พมจ.พิจิตร ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงคงช่วยกันทำงานกันอย่างเต็มที่แน่นอน ก็แหมไฟรนตูดซะขนาดนี้ อ้าวววววววววเป็นกำลังใจให้ครับ