เช้าวันที่ 10 ธ.ค.  มี morning knock โดยไกด์ประจำรถ V3 ตอน 05.30 น. กินข้าวเช้าที่โรงแรมท่าปายสปา  และออกเดินทางไปที่วัดน้ำฮูเพื่อนมัสการ หลวงพ่ออุ่นเมือง (พระซึ่งมีน้ำในเศียรตลอดปี)  หลังจากขึ้นไปกราบองค์พระและถวายสังฆทานแล้ว  คณะเราได้แวะซื้อหินนำโชคประจำราศีของตัวเอง  และได้กราบพระสุพรรณกัลยาอีกด้วย

                      

                              องค์พระที่มีน้ำในเศียร

                      

                          รูปเคารพพระสุพรรณกัลยา

         ไกด์ต้อนคณะเราขึ้นรถเพื่อไปเที่ยวที่ถ้ำลอดต่อ   การเดินทางเพื่อเข้าไปในถ้ำนั้นต้องนั่งเรือไม้ไผ่ (ตามรูป) นั่งได้ลำละ 4 คน  และมีไกด์ท้องถิ่นถือตะเกียงนั่งนำหน้าเรือเพราะในถ้ำมืดมาก   แต่น้ำไม่ลึก ขาเข้าคนลากเรือพายเรือเข้าไปได้สบายเพราะเป็นตามน้ำ  เข้าไปได้สักพักก็ถึงถ้ำลอด  การชมถ้ำต้องปีนบันไดขึ้นไป  เดินชนกันไปชนกันมากับนักท่องเที่ยวอื่น ๆ ซึ่งมากันเยอะเนื่องจากหยุดยาว  

                        

                            เรือไม้ไผ่พร้อมคนลากแต่ละลำ

                        

                                          หินรูปแพนเค้ก

                        

                                       หินรูปรากฟัน

                         

                                         หินรูปจระเข้

                         

                           ภาพรูปกวางในผนังถ้ำ (รอยสีดำ)

         เราเจอหินที่เหมือนแพนเค้กสวยงาม  จากนั้นก็เจอภาพเขียนเป็นรูปกวางในถ้ำ  ไกด์ส่องไฟให้ดูเป็นภาพกวางสีดำที่ผนังถ้ำ มีหินที่เหมือนรูปหัวช้าง  รากฟัน  รูปจระเข้  (ต้องจินตนาการด้วย)  

         ลงจากถ้ำลอดก็นั่งเรือไปอีกนิดเจอถ้ำตุ๊กตา  ที่เรียกว่าถ้ำตุ๊กตาเพราะว่าหินข้างในเหมือนตุ๊กตาตัวเล็กหลาย ๆ ตัวรวมกัน  ออกจากถ้ำนี้ก็ถึงคิวถ้ำผีแมน (unseen ที่ 2)  ถ้ำนี้อยู่ไกลออกไปอีกพอสมควร  ระหว่างนั่งเรือไปก็ได้ยินเสียงค้างคาวในถ้ำร้องกันระงมเสียงเล็ก ๆ  ใกล้ถึงถ้ำผีแมนกลิ่นเหม็นตุ ๆ ก็โชยเข้าจมูก   เป็นกลิ่นฉี่ค้างคาวและนก   ยิ่งแรงมากขึ้นเมื่อถึงปากทางขึ้นถ้ำ  เราปีนบันไดไปซักพักก็ขอบาย  เหม็นจนแทบทนไม่ได้   คณะเรา 4 คนจึงส่งหน่วยกล้าตายคือพี่อ้อขึ้นไปสำรวจและถ่ายภาพในถ้ำแทน  สมาชิกเรา 3 คนขอรอข้างล่าง   มีนักท่องเที่ยวอายุมาก ๆ ไปด้วยก็ทนไม่ได้ต้องยกธงขาวเช่นกัน

                      

         บรรยากาศในถ้ำผีแมน (ฝีมือวรรณาผู้กล้าของทีม)

         เสร็จจากถ้ำเราก็ออกมาเพื่อนั่งรถตู้ไปเที่ยวภูโคลน (unseen ที่ 3) กันต่อ  ไกด์เล่าว่าโคลนที่นี่เป็นโคลนสุขภาพที่นำมาทาใบหน้าและตัว   คณะท่องเที่ยวส่วนมากก็ไปพอกโคลนที่หน้าเพื่อความใสปิ๊ง  ต้องพอกไว้ประมาณ 20 นาที  ให้ล้างก่อนที่โคลนจะแข็ง  เรา 4 คนไม่พอก (หน้าใสอยู่แล้ว)  จึงไปเก็บภาพไข่ต้มที่แช่น้ำแร่ + ใบชา  ใบละ 50 บาทแทน   

                             

                                          บ่อโคลน

                      

                                    ไข่ใบละ 50 บาท

         ออกจากภูโคลนก็ตรงไปที่หมู่บ้านกระเหรี่ยง  และเนื่องจากรถตู้ V3 ของเรามากันครบเร็วที่สุด  จึงออกรถไปก่อน  ไป ๆ มา ๆ ไกด์ที่น่ารักของเราก็พาเราไปที่ห้วยเสือเฒ่าแทน (ผิดเส้นทางและนอกโปรแกรม)   สรุปสุดท้ายรถคันเราไปขึ้นเรือเพื่อตรงไปที่หมู่บ้านกระเหรี่ยงเป็นคันสุดท้าย   ที่หมู่บ้านกระเหรี่ยงฟ้าเพียงดินนี้มีดาราอยู่ 2 คนคือ มะเยา กับ มะจัง  ซึ่งใส่ห่วงที่คอคนละ 25 และ 24 อันตามลำดับ   ที่เขาใส่ห่วงที่คอและเข่าเพราะสมัยก่อนเขาเชื่อกันว่าเป็นการป้องกันเสือมากัดและขย้ำ   ได้กำไรเงินมา 1 อัน

                       

                             มะจัง  หนึ่งในดาราของที่นี่

                        

     บรรยากาศของหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาว ฟ้าเพียงดิน

         จากหมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาวที่นี่ก็เย็นพอสมควร   ถึงเวลาอาหารเย็นในอำเภอเมืองปาย  เรียบร้อยกันก็ไปพระธาตุดอยกองมูในยามค่ำคืน  สวยมาก ๆ  ที่นี่เราได้เดินวนรอบพระธาตุ 2 แห่งซึ่งสร้างติดกัน  พระธาตุหนึ่งเก็บพระสารีริกธาตุของพระโมคคัลลานะและอีกแห่งเก็บของพระสารีบุตร   การเดินรอบคือเดินไปทางขวาพร้อมด้วยถังดอกไม้ ธูปและเทียน   โดยเริ่มวนกันตั้งแต่พระประจำวันเกิดของตัวเอง  เดินรอบ 3 รอบและค่อยมาอธิษฐาน   คณะรถตู้ V3 ได้ร่วมกันปล่อยโคม (อยากลองปล่อยมานานแล้ว) เป็นที่ประทับใจกันถ้วนหน้า

                           

                             พระธาตุดอยกองมูยามค่ำคืน

                            

                                      โคมที่ปล่อยขึ้นท้องฟ้า

        วันนี้ต้องรีบกลับที่พักคือ โรงแรมรุคส์ฮอลิเดย์ (click)  เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่น 04.00 น. เพื่อนั่งรถขึ้นปางอุ๋ง

18 ธ.ค.49