เวลาผม..เหลือน้อยลงทุกวัน

  วันนี้เราทำสิ่งดีๆแล้วหรือยัง หากยังดีไม่พอ จะทำอย่างไร  

เมื่อก่อนไม่เคยคิด...

แต่เริ่มคิดก็เริ่มรู้สึก ต้องทำอะไรเพื่อให้สมกับที่เกิดมาเป็นมนุษย์

วันหนึ่งลองคำนวณเวลาที่เหลืออยู่ ...ที่จะมีชีวิตอยู่ เอา ๓๖๕ วันคูณกับ ๖๕ ปี ซึ่งได้เท่ากับ ๒๓,๗๒๕ วัน นั่นหมายถึงเวลาทั้งหมดที่เราจะมีชีวิตอยู่

ถึงวันนี้ คงต้องเอาวันวารที่ผ่านมาลบออก เหลือหมื่นกว่าวันเอง นั่น...หมายถึงว่า มีเวลาเหลืออยู่เพียงเท่านั้น

ทบทวนตัวเองว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรที่ดีที่สุดแล้วหรือยัง และมีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ ...ความคิดแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อนึกถึง มรณาณุสติ อยู่ทุกเวลาที่ตื่น

ตัดสินใจเปลี่ยนวิถีตนเอง...เมื่อเริ่มคิด   เปลี่ยนวิถีตนเองเพราะรอช้าไม่ได้ เป็นจุดหนึ่งที่ผมตัดสินใจลาออกจากราชการ กลางปีที่ผ่านมา

ผมอาจไม่ใช้คำฮิตว่า "เบื่อระบบ" แต่ผมมองว่าผมเองปรับตัวกับระบบไม่ได้ ต้องออกมาเรียนรู้เพื่อหาประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ จากที่ตื่นมารีบไปทำงานแปดโมงครึ่ง จะคิด จะทำอะไรดูจะติดขัดไปหมด คิดดีไม่ได้ทำ ได้ทำในสิ่งที่รับตามนโยบาย แตกแถวเพื่อ นวัตกรรมใหม่ก็บอกว่าไม่สนอง พยายามอธิบายก็น้อยคนจะเปิดใจ  จนเวลาถึงกลับบ้านสี่โมงครึ่งเป็นนิจ...รู้สึกชีวิตเฉาจัง

เดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางของชีวิต....ค้นหาคำตอบให้ตนเอง เปิดโอกาสให้ตนเองได้อิสระ เพื่อการเรียนรู้ที่ไม่จำกัด (ในเวลาที่เรามีจำกัด)

ถามตนเองอยู่เสมอ

วันนี้เราทำสิ่งดีๆแล้วหรือยัง หากยังดีไม่พอ จะทำอย่างไร

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พอดี

คำสำคัญ (Tags)#ชีวิต#ความดี#การตัดสินใจ

หมายเลขบันทึก: 67902, เขียน: 18 Dec 2006 @ 08:38, แก้ไข, 23 Mar 2012 @ 22:20, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 30, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (30)

โอ๋-อโณ
เขียนเมื่อ 18 Dec 2006 @ 08:48

มาให้กำลังใจว่า เท่าที่ติดตามมา คุณเอก ใช้เวลาอย่างมีคุณค่าเพื่อสังคมแล้วนะคะ แต่ยังไม่ได้ให้เวลาที่มีคุณค่ากับชีวิตตัวเองให้เพียงพอ

มองโลกกว้างแล้ว ต้องมองโลกใกล้ๆในตัวเองด้วย คุณเอกเป็นคนหนึ่งที่น่าจะสร้างผลผลิตที่ดี มีค่าให้กับโลกนี้ได้นะคะ (เข้าใจไหมเอ่ย...)

เป็นกำลังใจให้ค่ะ คงต้องตั้งต้นค้นหาและเอาจริง....ถามใจตัวเองแล้วนะคะ

เรียนพี่โอ๋ ครับ

มองโลกกว้างแล้วมองโลกใกล้ๆตัว และ การสร้างผลิตดีๆ มีค่า ...หากเข้าใจไม่ผิด ผมเองก็คิดครับ

ผมมีโอกาสเห็นหลายๆท่าน ตั้งใจทำดี เพื่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ เหมือนกับหลายท่านๆใน Gotoknow ผมยังมองว่าผมได้ไม่เสี้ยวท่านเหล่านั้น

ขอบคุณครับผม

ตอนนี้ผมขอตั้งใจ เพื่อจะเรียน...(คิดว่าให้พร้อมด้วยสติปัญญาอันสมบูรณ์) และ เครื่องหมายของสังคมที่ให้ความสำคัญ เพื่อเป็นฐานการทำงานใหญ่ๆในอนาคตครับ

ผมกำลังหาทุนเรียนต่ออยู่ครับ

nidnoi
เขียนเมื่อ 18 Dec 2006 @ 09:01
คิด....คิด....คิดอะไรอยู่นะ
หยุดคิดซักพัก
แล้วใช้ชีวิตบางช่วงบางเวลา   ตามใจตัวเองบ้างก็น่าจะดีนะ
.

พี่นิดหน่อย

ผมกำลังคิดว่าไม่รู้ว่าบันทึกผมเครียดไปมั้ย...แต่ผมสุขใจที่สุด มีความรู้สึกอิสระที่สุดวันนี้

นี่หละครับเรื่องราวในบันทึก...ผมตามใจตนเองครับ ตามวิถีของผม

พรหมลิขิต
เขียนเมื่อ 18 Dec 2006 @ 10:02
ยอมรับจริงๆเลยครับ กับการตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตที่ตัวเองต้องการของอาจารย์ มีอะไรดลใจหรือครับ??? ผมเองทำงานอยู่ภาคประชาสังคมมา 3 ปีแล้วก็รู้สึกคล้ายๆกับ อาจารย์ รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีความหมาย แต่ ณ ตอนนี้ผมกำลังก้าวเท้าไปสู่ระบบที่อาจารย์หันหลังออกมา (ทั้งที่ไม่อยากเลย) ด้วยวิถีชีวิต พ่อ แม่ มันผูกรัดเสียจน "จำใจต้องทำ"   ผมอ่านบันทึกของอาจารย์ก็ทำให้เห็นตัวอย่างดีดี และแน่นอนผมรู้แล้วหล่ะครับว่าควรเลือกเส้นทางเดินของชีวิตยังไงดี ....ก้อแบบอาจารย์ไงครับ....       ขอบคุณครับสำหรับแสงเทียนน้อยๆส่องทางให้ผม
  • เจอจั่วหัว แบบนี้ เล่นเอาตกใจไปเหมือนกันนะครับคุณจตุพร
  • อย่าเล่นพิเลนแบบนี้นะครับใจหาย
  • สู้ต่อไป อ้ายมดแดง
Vij
เขียนเมื่อ 18 Dec 2006 @ 13:14

เข้ามาเพราะความคิดถึงค่ะ

เวลาแห่งชีวิตเราเหลือน้อยลงทุกวัน อ่านแล้วชวนให้คิด...วันนี้ก็ผ่านไปครึ่งวันแล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์กับชีวิตและสังคมเลย นั่งคิด ๆ อยู่ ก็ผ่านไปแล้วสองวินาที ทำไมเวลาเดี๋ยวนี้มันเร็ว ๆ จัง จะทำอย่างไรดีนะ...

หากเราวิ่งตามวันเวลา...โดยไม่มีการวางแผนให้กับชีวิต เรามักจะเหนื่อยเพราะเราไม่สามารถที่จะวิ่งตามมันทัน มันมักจะวิ่งล้ำหน้าเราไปเสมอ วางแผน วางแผนชีวิตให้ดี แล้วจะรู้ว่าวันเวลาคุ้มค่าหรือไม่กับที่มันหายไป วางแผนใหม่กับวันเวลาที่ยังเหลืออยู่จะรู้ว่ามันคุ้มค่าจริง ๆ แต่อย่ายึดติดเอาวันเวลามากำหนดชีวิตและลมหายใจ ให้เราเป็นอิสระ...กระโดดออกมาจากเครื่องพันธนาการที่เรียกว่าวันเวลา โดยการหาความสุขจากวันเวลาเหล่านั้นเสียบ้าง ให้ตัวเองอยู่กับตัวเองบ้างเพื่อทบทวนความสุขนั้น...อยู่ตรงไหน

มีความสุขกับงานที่ตนรัก อิสระ คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการค่ะ เป็นกำลังใจในวันเวลาดี ๆ กับความคิดที่อิสระ...ละมุนละไมในชีวิต

คุณพรหมลิขิต

เราเหมือนผงธุลีเล็กๆในจักรวาล ครับ  ...อีกไม่นานก็รวมเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาลอันกว้างใหญ่

พระท่านบอกไว้ว่า มนุษย์เกิดมาชาติหนึ่งมีโอกาสได้ทำกรรมตามแรงบุญของตนเอง ตามเสบียงบุญที่มี ดังนั้นแล้วถือว่ามีโอกาสดีที่เราจะทำกรรมดี

เวลามีน้อยนิดจริงๆ

จริงอยู่ว่าอยู่ที่ไหน ระบบใดก็เป็นคนดีได้ เก็บเสบียงบุญได้

แต่ผมก็มาคิดอีกว่า งานในระบบ(เดิม) ที่ผมทำอยู่ ใช้เวลาส่วนตัว ส่วนหนึ่งถูกดึงไปหมด ทั้งๆที่ผมมีฝันอยู่เต็มไปหมด ที่ยังต้องไขว่คว้าหาฝัน เราถูกพันธนาการด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง...ชีวิตเพิ่งเริ่มเป็นผู้ใหญ่ก็ถูกผูกมัดไว้กับเงื่อนไขใหม่ๆตลอดเวลา

ด้วยการเปลี่ยนความคิดใหม่...ก้าวไปสู่จุดศูนย์กลางของตนเอง ตั้งคำถามแล้วตอบ  หากไม่ใช่ ก็จ้องเปลี่ยน ถามว่าต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่ ผมก็ต้องตอบว่าเดี๋ยวนี้ เพราะเวลาเดินไปข้างหน้าตลอดเวลา

ผมนั่งดู นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มาเที่ยวเมืองไทย ทุกคนมีความสุขที่ได้สัมผัสเรียนรู้กับโลกกว้าง แต่มองดูเรา กลับมานั่งทำงาน และทำๆ แบบรับนโยบาย ที่เราต้านทานไม่ได้ ...แล้วก็ทุกข์

คิดดูว่าหากรอจนเกษียณคงอายุมากไปที่จะทำอะไรหลายๆอย่างที่คิดไว้

พอเพียงในจิต ครับ ....ไม่ต้องมีอะไรมาก ขอให้ชีวิตมีความสุข ความสุขคือ ความเป็นอิสระ เดินทางหาฝันได้เมื่อใจคิด และที่สำคัญที่สุดคือการทำเพื่อผู้อื่น การเป็นคนดี คิดดี ทำดี และพูดดี....

หลังจากตัดสินใจไม่รอช้า ...ครั้งนั้น ผมก็รู้ว่าผมคิดไม่ผิด ผมมีความสุขมากครับ ผมให้เวลาคุณภาพกับคนที่ผมรัก ผมทุ่มเทงานที่ผมรักและถนัดได้เต็มที่

ผมได้พักผ่อนยามที่ผมเหนื่อย ผมได้ผ่อนคลายกับสายลม ธรรมชาติที่ผมเกิดมาจากมัน ผมได้ทานอาหารไม่เร่งรีบ เป็นอาหารธรรมชาติที่ผมและแม่ช่วยกันทำ ผมมีโอกาสออกกำลังกายเต็มที่ ไม่ต้องเครียดว่าวันพรุ่งนี้จะต้องนั่งโต๊ะทำงาน แบบปิดสมอง ทำเป็นมนุษย์เงินเดือน

วันนี้วิถีผมเป็นแบบนี้...เศรษฐกิจครอบครัวไม่รวยและไม่จน แต่สุขครับ พอกิน พอใช้ ไม่เดือดร้อน

เชื่อมั่นในความดี  ความดีส่งผลให้ผมตลอดเวลาตั้งแต่ผมคิดครับ

ผมเขียนถอดใจเลยนะครับ.....

เป็นความคิดของผม เป็นตัวของผม ที่คุณพรหมลิขิตอยากรู้

คุณออตครับ

เป็นอริยสัจครับ ...

ผมมองมรณานุสติ ตลอดเวลา ทำให้ไม่ประมาทในการใช้ชีวิต และมุ่งเป้าชีวิตให้มีคุณค่าที่สุดอย่างไร

ด้วยความเป็นมนุษย์ผู้มีใจรักการเรียนรู้เพิ่มปัญญาให้ตนตัว ..ไม่ยากหรอกครับที่จะอยู่กับโลกใบนี้อย่างมีความสุขที่แท้จริง

ผมก็ต้องเรียนรู้กับวิถีเหล่านี้ ผมพัฒนาตนเอง ซึ่งโลกของความรู้ ที่แปรเปลี่ยนเป็นปัญญาก็อยู่ในสังคมเสมือนนี้ด้วย

ไม่เคยท้อครับ เพียงแต่ผมตัดสินใจเดินเข้าสู่ศูนย์กลางของตัวเอง

และผมก็มีความสุขแบบที่ผมมี ผมเป็นครับ

ให้กำลังใจคุณออตเช่นกัน

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 18 Dec 2006 @ 16:54
  • แวะมาให้กำลังใจเลือกหนทางที่ดีที่สุดของชีวิตครับน้องเอก
  • ขอให้มีความสุขกับการทำงานครับ

อาจารย์ Vij

ผมก็คิดถึงเช่นกัน จนเห็นรูปถ่ายเมื่อเช้านี้ เลยรีบทักทาย ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง

เวลาเร็วจริงๆครับ...ผ่านไปแต่ละวินาที หายใจทิ้งไปเรื่อยๆ

เราน่าจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตนเอง กับคนรอบข้างในเมื่อมีเวลา มีแรง สมอง แรงกาย

บางคนบอกว่าคิดแบบนี้เครียด ผมว่าไม่หรอก ผมผ่อนคลายมากต่างหาก เพราะผมเข้าใจว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

อยู่ที่เราต่างหาก จะเข้าหาคำตอบของความสุข ในนิยามไหน ยั่งยืนมั้ย

ปลดพันธนาการ ทะลุกรอบ ทะลุความคิดเดิม แล้วเข้าใจอะไรมากขึ้นเยอะครับ

ผมก็ยังต้องพัฒนาตนเองเรื่อยๆครับ...

เรียนรู้และอยู่อย่างมีคุณค่า

 

 

อาจารย์ขจิต

วันนี้ผมไปรับของบริจาคที่เมืองปาย ที่พี่สาวน่ารักคนหนึ่งฝากมากับรถนักท่องเที่ยวเพื่อนของพี่สาวที่น่ารัก

ผมเห็นน้ำใจ ผมเห็นความปรารถนาดีที่มนุษย์พึงมีให้กัน โดยที่ผมและพี่สาวคนนี้ไม่รู้จักกัน

แต่สิ่งที่เรารับรู้ได้ คือ น้ำใจ และความดีที่มีอยู่ในตัวตน

ผมมีความสุขครับ....อิ่มเอม และได้บันทึกสิ่งดีๆที่ทำในวันนี้ลงในสมุดแห่งความดีอีกแล้ว

ขอบคุณอาจารย์ขจิตที่ให้กำลังใจนะครับ

 คุณพรหมลิขิต (อีกครั้ง)

ผมได้อ่านบันทึกของคุณแล้ว ลักษณะงานที่ทำกับชุมชน น่าสนใจมากครับ

ผมขอให้กำลังใจนะครับ

 

BallRx
เขียนเมื่อ 19 Dec 2006 @ 10:15

อ่านแล้ว ได้ข้อคิดมากมายครับ

ชอบ blog อาจารย์มากครับ

ขอบคุณอาจารย์ BallRx

เป็นจุดหนึ่งของชีวิต และความคิดของผม...

ซึ่งแต่ละคนก็ต่างคิด ต่างวิถี ล้วนแล้วแต่ค้นหาความหมายของการอยู่ทุกคน

ผมก็เป็นคนหนึ่ง ที่ค้นหา ...และมุ่งมุ่นในวิถีที่ผมเลือกอยู่

พัฒนาตนเองทั้งกาย จิต จิตวิญญาณ

ผมให้กำลังใจอาจารย์ด้วย และขอบคุณที่มาเยี่ยมผมสม่ำเสมอ

ผมมี Blog  ต่างเรื่องราวอยู่ ๔ blog

สำหรับ Blog นี้เขียนแนวธรรมะเป็น main หลักครับ

 

Nonename Nonenone
เขียนเมื่อ 23 Dec 2006 @ 13:17

ขออภัยค่ะ ที่นี่ค่ะ

http://gotoknow.org/blog/hopechurchkpp/68956

สวัสดีปีใหม่ ครับคริสตจักรความหวัง กำแพงเพชร

ขอบคุณครับ

Bright Lily
เขียนเมื่อ 29 Dec 2006 @ 10:52
  • ขอบคุณข้อเตือนใจนะคะ
  • เพราะฉะนั้น พี่จึงทำให้ตัวเองมีความสุขกับทุกๆ วัน
  • ความสุขที่ว่านั้น คือ ทำให้ตัวเองทุกข์น้อย ไม่เบียดเบียนตัวเอง เมือตัวเองมีความสุข ก็กระจายให้คนอื่นๆ ด้วยค่ะ 

สวัสดีปีใหม่ครับพี่อร

พี่ทำตัวให้"สุข" ทุกวัน ดีแล้วครับ แล้วนำความสุขที่พี่มีเผื่อแผ่ให้คนอื่นๆด้วยนะครับ

เป็นกำลังใจให้ในวันปีใหม่ ปีใหม่ และปีต่อๆไป

ขอบคุณครับผม

นม.
IP: xxx.29.39.1
เขียนเมื่อ 06 Jan 2007 @ 15:44

-กำลังใจที่ดีคือกำลังใจในตนมิใช่กำลังใจจากผู้ใด

-ไม่มีใครสอนให้ใครดีได้นอกจากตนสอนตน

-ไม่มีวุฒิปริญญาก็ใช่ว่าจะไร้การศึกษา

ดังนั้น ผมคิดว่าอยู่ที่ไหนก็ได้ ขอให้ที่ที่เราอยู่และสิ่งที่เราเป็น เป็นสิ่งที่เราพอใจ

ด้วยความนับถือยิ่ง

นม.

ยูมิ
เขียนเมื่อ 08 Jan 2007 @ 06:29
มาเยี่ยม  อ่านแล้วนึกถึงเหลาจื๊อออกจากหอสมุด  ขี่ควายท่องเทื่ยวเข้าสู่ธรรมชาติ

เรียน อาจารย์ น ม.

ทุกอย่างคิดจากตัวเอง...ครับ และพร้อมเสมอกับการให้กำลังในตัวเอง ศรัทธาในสิ่งที่ทำ อยู่ที่ไหนก็ได้ไม่สำคัญเลย

เดินเข้าหาศูนย์กลางของชีวิต...ทำให้ดีที่สุดในเงื่อนไขที่เหลืออยู่ และภาระกิจที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้า

ขอบคุณอาจารย์ครับ

สวัสดีปีใหม่ครับ

อาจารย์ umi

น่าจะเป็นภาพที่อาจารย์คิดไว้ เหลาจื้อก็ไม่ได้ไปไหนไกลครับ ก็อาจย้อนกลับเข้าห้องสมุดหา Explicit K. เป็นครั้งคราว

ท่องยุทธภพค้นหา Tacit K จากตนเองและเหล่าจอมยุทธที่เยี่ยมยอด พัฒนากำลังจิต กำลังกายตนเอง เพื่อพัฒนาสังคม

คารวะครับท่าน!!!!

ยังอ่านไม่หมดทุกความคิดเห็นนะคะ

แต่จากที่อ่านจากบทความที่คุณจตุพร เขียน
สำหรับตัวเองแล้ว

 ขอบอกกับคุณจตุพร  ว่า  ยินดีด้วยค่ะ  กับก้าวใหม่ในการเข้าสู่จุดศูนย์กลางของชีวิต

เชื่อแน่ว่า ความตั้งใจดีจะทำให้เราไปถึงจุดหมาย

การค้นพบความจริงของชีวิต  การจะได้อะไรสักอย่างมา  มันไม่ได้มาง่ายๆ นะคะ    

ดิฉันมีโอกาสได้รู้จักคนผู้หนึ่ง  ซึ่งดิฉันชื่นชมทุกคนที่มีความกล้าในการที่จะปฏิบัติเพื่อแสวงหาสัจจธรรม   เขาสำเร็จการศึกษาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ในสาขาที่คนส่วนใหญ่ถือว่าเป็นสาขาที่ทำรายได้ได้สูง   แต่เขาไม่เลือกที่จะทำงานแบบอย่างโลกสมมติ   เขาใช้ชีวิตของเขาทั้งชีวิต  ศึกษาค้นคว้าวิจัยธรรมะ ...ซึ่งไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม  ... สำหรับดิฉันแล้ว   หากคุณมีศรัทธาที่จะก้าวเดิน  และไม่ถอยความเพียรแล้ว   แม้ตอนนี้ยังไม่เห็นฝั่ง   แต่ก็เชื่อว่าฝั่งยังมี   และสักวันเราจะไปถึงฝั่งนั้นค่ะ

เป็นกำลังใจและเอาใจช่วยนะคะ

ผมก็ดีใจที่ผมมีทุนที่จะคิดเรื่องที่ดีๆต่อเนื่องไป ...ที่สุดแล้วการคิดอะไรก็ตาม ก็มีพื้นฐานที่เป็นเรื่องของความดีงาม ผมเชื่อว่า ทำดี(คิด พูด ทำ ดี) เป็นทางสู่ความสำเร็จ เริ่มจากประสบความสำเร็จใจตัวเราและประสบความสำเร็จในวิถีที่เราต้องการ

เวลาเหลือน้อย อย่างที่ผมบอก

เกลียดกันทำไม โมโหกันทำไม ทำไมไม่ใช้เวลาที่จำกัดทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิตและคนรอบข้าง

การเดินเข้าสู่ศูนย์กลางของชีวิต อาศัยคำถามมากมาย และตอบตัวเองเรื่อยๆตามเหตุผล

และ...มันเป็นเช่นนั้นเอง

บางทีเราต้องยอมรับความจริง เพื่อที่เปิดใจให้พร้อมที่จะเรียนรู้และอยู่เป็นมนุษย์ให้ได้อย่างสมศักดิ์ศรีครับ ด้วยจิตอันสุขเกษม

ผมขอบคุณคุณปทุมารียา Anonymous   นะครับ

และ ผมก็รู้สึกว่า เวลาในหนึ่งวันผ่านไปเร็วมาก
Man In Flame
เขียนเมื่อ 10 Apr 2007 @ 00:17

 

  

                 TZUCHI

 

1241228836_m

727850228_m

          I Am Terror

ขอบคุณครับ