ผมเริ่มเข้าใจว่าสังคมไทย (และคงจะทั้งโลก) ตกอยู่ใต้มายาคติ หรือความเข้าใจผิด เรื่องการเรียนรู้   

ที่เข้าใจผิดคือ คิดว่าการเรียนรู้ที่แท้จริงเกิดจากการสอนหรือการชี้แนะ    ท่านที่เข้าใจผิดเรื่องนี้ และสนใจทำความเข้าใจให้ถูกต้อง ผมขอเชิญชวนอ่านหนังสือ การเรียนรู้เกิดขึ้นอย่างไร  หรือ การสร้างการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ ๒๑  เล่มใดเล่มหนึ่ง ท่านจะได้เข้าใจว่า การเรียนรู้เป็นเรื่องของผู้เรียนเป็นหลัก    ผู้สอนช่วยได้เพียงบางส่วน    หรือกล่าวใหม่ว่าการเรียนรู้ไม่ได้เกิดจากการรับถ่ายทอดความรู้    แต่เกิดจากการสร้างความรู้ความเข้าใจขึ้นภายในตน โดยตนเองเป็นผู้สร้างและทำให้งอกงาม     ครูและผู้อื่นมีความสำคัญในลักษณะช่วยเอื้อ ช่วยโค้ช    แต่ไม่ใช่ช่วยถ่ายทอดความรู้

โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองของ กสศ.    ต้องการหนุนให้โรงเรียนจัดระบบเรียนรู้ของโรงเรียนและของครู    เพื่อให้ทำหน้าที่เอื้อการเรียนรู้ของนักเรียน ให้บรรลุ Core Learning Outcome ได้ลึกและเชื่อมโยง     โดยโรงเรียนและครูดำเนินการพัฒนาระบบเรียนรู้ของตนเอง ให้เป็นระบบที่เรียนรู้และพัฒนาต่อเนื่องด้วยตนเอง    ไม่ใช่รอให้มีกลไกภายนอกมาบอกหรือแนะนำหรือสั่งการ    ผู้ทำงานในโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองจึงต้องระวังมายาคติ    หลงไปสอนทีมงานของโรงเรียน และสอนครู    ซึ่งจะกลายเป็นการยับยั้งไม่ให้โรงเรียนและครูเป็นตัวของตัวเอง

ระบบการศึกษาของเราตกอยู่ใต้มายาคตินี้มานาน จนกลายเป็นความเคยชิน หรือเป็นวัฒนธรรม    ... วัฒนธรรมสั่งการแบบรวมศูนย์    ... และ วัฒนธรรมรอรับการสั่งการ  

การดำเนินการ โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง จึงเสมือนเป็นการเข็นครกขึ้นภูเขา    คือดำเนินการฝืนกระแสความเคยชิน  

และหากไม่ระวัง ตัวโครงการ หรือระบบการจัดการ ของโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง เองจะกลายเป็นพลังตอกย้ำมายาคตินี้ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น    แทนที่จะไปผ่อนคลายหรือขจัดมายาคติ    

หากโรงเรียนในโครงการ มุ่งดำเนินการตามแนวทางที่ทีมโค้ชไปบอกหรือแนะนำ    นั่นคือการตกหลุมมายา     เราต้องการให้ทีมงานของโรงเรียนคิด ปฏิบัติ และปรับปรุงเอง     โดยมีทีมโค้ชภายนอกช่วยโค้ช    ไม่ใช่สอน และไม่ใช่กำหนดให้ทำ   

ผมอยากเห็นโรงเรียนที่บอกว่า ที่ทีมโค้ชภายนอกแนะนั้นยังไม่พอ   หรือไม่ค่อยเหมาะต่อบริบทของนักเรียนและชุมชนโดยรอบโรงเรียน   ต้องมีการปรับวิธีการของโค้ชดังต่อไปนี้ ...    และเมื่อดำเนินการแล้วพบว่าเกิดผลต่อ Core Learning Outcome ของนักเรียนดังต่อไปนี้ ...     พฤติกรรมแบบนี้ จะนำไปสู่การเป็น “โรงเรียนพัฒนาตนเอง” อย่างแท้จริง

สมมติฐานที่อยู่เบื้องหลังโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองคือ    เพื่อให้โรงเรียนทำหน้าที่จัดการเรียนรู้แก่นักเรียนได้อย่างมีคุณภาพสูง     โรงเรียนต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา    เป็น learning school  หรือ school that learn    และแหล่งเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ จากการทำงานของตนเอง    หรือจากการมุ่งมั่นทำหน้าที่ให้ดีกว่าเดิม     ที่เรียกว่าอุดมการณ์ หรือเครื่องมือ continuous quality improvement (CQI) 

บริษัทเอกชนที่เป็นบริษัทข้ามชาติ    จะมีชาลาการปฏิบัติงาน (working platform)  ที่มี CQI อยู่ภายใน    พนักงานทุกคนปฏิบัติงานโดยมีการเรียนรู้และพัฒนาต่อเนื่องฝังแฝงอยู่โดยไม่จำเป็นต้องรู้ตัว     ระบบข้อมูลของระบบงานช่วยบอกว่าพนักงานคนไหนทำงานดี  คนไหนมีความริเริ่มสร้างสรรค์สูง     ผู้บริหารจะรู้ และหาทางสนับสนุนให้ได้ใช้ความสามารถเพิ่มขึ้น และได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น    มีความก้าวหน้า     คือความก้าวหน้าของพนักงานในบริษัทเอกชนมาจากผลงานและการเรียนรู้  

ที่น่าเสียดายคือ ระบบการศึกษาของไทยเรา ไม่เป็นระบบที่เรียนรู้    เพราะเป็นระบบรวมศูนย์ มีการสั่งการวิธีปฏิบัติเป็นสูตรสำเร็จรูปจากศูนย์กลาง     ระบบความก้าวหน้าของครูไม่ผูกพันกับผลงานสร้างการเรียนรู้แก่ศิษย์    แต่ได้มาจากการสร้าง “ผลงานวิชาการ” ปลอมๆ เอามาเสนอ 

ครูไม่ต้องเรียนรู้เพื่อทำหน้าที่พัฒนาศิษย์ให้ดียิ่งขึ้น    ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ต้องรับผิดรับชอบจากผลงาน learning outcome ของนักเรียน

มีการสร้างระบบ “ผลงาน” ปลอมๆ ขึ้นมามากมาย    เช่นนับจำนวนรางวัลที่โรงเรียนได้รับ    ซึ่งมีผลให้โรงเรียนเอาใจใส่เฉพาะเด็กที่จะสร้างรางวัลให้แก่โรงเรียน    เป็นบ่อเกิดของความไม่เสมอภาคในการจัดการศึกษา   

เราจึงหวังว่าโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองจะมีส่วนแก้ไขความผิดพลาดเชิงระบบ  ที่ครอบงำระบบการศึกษาไทยอยู่ในปัจจุบัน   โดยเป็นมาตรการแบบ bottom-up    และเนื่องจากผู้แทนของส่วนกลางของระบบการศึกษาก็เข้ามาร่วมในโครงการนี้ในหลากหลายบทบาท    เราจึงหวังว่า จะเกิดการรับรู้และเรียนรู้ในระดับศูนย์กลาง    และเกิดกลไกเปลี่ยนแปลงระดับ top-down ร่วมด้วย    ทั้งนี้ ก็เพื่อรวมพลังกันยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศให้ได้ผล      

จะเกิดผลได้อย่างแท้จริง ต้องแก้จุดบอดเชิงหลักการ  และเชิงระบบ ในเรื่องการเรียนรู้    ทั้งของบุคคล (นักเรียน)   ขององค์กร (โรงเรียน)  และของระบบ (ระบบการศึกษา)          

วิจารณ์ พานิช

๑๐ พ.ค. ๖๓