เชียงใหม่ปิดเมือง ... สิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เจอในช่วงชีวิตนี้

การเลือกมาใช้ชีวิตอยู่ในเชียงใหม่ คือ "ความฝัน"
เป็น "ความฝัน" ที่ค่อย ๆ ขยับไปทีละก้าว
จนในที่สุดก็มีบ้านอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
ท่ามกลางความรักที่มีต่อภูมิประเทศและภูมิอากาศ

แต่ ๕ - ๖ ปีย้อนหลังมานี้ ภาวะฝุ่น PM.2.5 ถาโถมอย่างหนัก
เชียงใหม่จากเมืองน่าอยู่ตลอดปี เหลือน่าอยู่แค่ ๘ เดือน
คือ ฤดูฝน กับ ฤดูหนาว ใช้ชีวิตอยู่ชาชิน
ไม่มีรัฐบาล ผู้ว่าฯ คนไหนจะแก้ปัญหานี้ได้สักคน
คนเผาก็เผากันไป เผาทั้ง ๆ ที่รู้ และทั้ง ๆ ที่รู้แต่เผา
"ความยากจน"
และ "ความไม่ตระหนัก" ใช่ไหมที่ทำให้เกิดปัญหานี้
"นายทุน"
เลือกทำลายป่า รุกล้ำที่ป่าสงวน แต่อ้างว่าเป็นการพัฒนา
"คนจน"
เผาป่าเพราะไม่มีเงินจะกินข้าว แต่อ้างเป็นวิถีชีวิต

จนมาถึงวันนี้ ภาวะฝุ่น PM.2.5 ไม่เคยหยุด วนกลับมาหาแบบนี้ทุกปี
นี่เป็นการตายผ่อนส่งในการเป็นพิษของระบบทางเดินหายใจของคนที่นี่

แต่ ...

ปลายปี ๒๕๖๒ - ตอนนี้ ต้นปี ๒๕๖๓
ไวรัสจากชื่อ "โคโรนา" เปลี่ยนชื่อเป็น "โควิด-19"
ระบาดมาจากประเทศที่คนไทยได้เงินท่องเที่ยวจากเขามากที่สุด
เขาให้เงินเราไม่พอ เขาให้โรคระบาดแถมมาด้วย
ต่อให้ได้เงินท่องเที่ยวมากแค่ไหน ก็ไม่คุ้มค่ากับโรคระบาดในรอบร้อยปีนี้มั้ง
รัดถะ เห็นเงินก็ตาโต ทำทุกอย่างที่จะได้เงินเขามา
แต่ลืมคิดไปว่า ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ หรือ ของฟรีไม่มีในโลก
ต้องยอมลงทุนด้วยชีวิต สังคม วัฒนธรรมของประเทศตัวเอง

..

..

ทุก ๆ ร้อยปีจะมีโรคระบาดที่คร่าชีวิตมนุษย์จำนวนมหาศาล
ที่มีคนบอกว่า ธรรมชาติกำลังปรับสมดุลของประชากรมนุษย์โลก

นับตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงตอนนี้ มีพฤติกรรมของคนไทยหลายอย่างที่เกิดขึ้น
เราต้องติดตามข่าวสารทุกวันว่า มีคนติดแล้วกี่คน ที่ไหนบ้าง
มีการตายเกิดขึ้นไหม เราอยู่ตรงบริเวณนั้นด้วยไหม
หรือ ทุก ๆ วันเวลาเดินไปไหนก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย หรือไม่อนามัยทุกวัน
ข่าวปลอม ข่าวไม่จริงก็พอ ๆ กับข่าวจริง จนมึนหัวทุกวัน
ไม่รู้จะเชื่อข่าวไหนดี

จนในที่สุด รัดถะเริ่มคุมไม่อยู่ เหลือวิธีที่พอจะทำได้ คือ การปิดเมือง
เพื่อลดพื้นที่การระบาดให้น้อยลง รณรงค์ให้คนอยู่กับบ้าน กักตัวเอง ๑๔ วัน
กรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่มก่อน

และเมื่อวานนี้ (๒๒ มีนาคม ๒๕๖๓) เชียงใหม่ก็เดินตามรอยคนกรุงเทพฯ

..

..

เชียงใหม่ประกาศปิดเมือง ตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๘.๐๐ น.
จนถึงวันจันทร์ที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๓ เวลา ๒๔.๐๐ น.

ก่อนหน้านี้ สิ่งที่เราต้องทำเวลาไปทำงาน คือ อยู่ในเมืองให้น้อยที่สุด
ถ้าจะเป็นต้องอยู่ก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยไว้ตลอด แบบนี้เรายังพอทำงานได้
แต่คนที่เรียนที่สอนภาคฤดูร้อน ต้องปรับเปลี่ยนการสอนเป็นแบบห้องเรียนออนไลน์กันแล้ว

มอประกาศงดการเรียนการสอน แต่ให้สอนแบบออนไลน์แทน
ส่วนสำนักงานต่าง ๆ ให้อำนาจแก่ผู้บังคับบัญชาสูงสุดตัดสินใจ
เน้น Work from Home ก็ได้

วันนี้ วันจันทร์ที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๓ ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรสอนนิสิตพระ
ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วัดสวนดอก ตอนช่วงเช้า
ใจหนึ่งก็กังวลเรื่องไวรัสโควิด-19 แต่อีกใจหนึ่ง มันเป็นหน้าที่ของครู
ที่ต้องถวายความรู้พระ เงินค่าตอบแทนเป็นแค่ของนอกกาย

แต่ก็ถือว่าเป็นการหยอดน้ำมัน เพราะไม่ได้รับเชิญมาสอนข้างนอกมอนานแล้ว
ลองคิดดู วันนี้คือวันก่อนปิดเมือง เวลา ๑๘.๐๐ น.นี้ เชียงใหม่จะปิดเมืองล่ะ
ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ก่อน

สิ่งที่น่าประทับใจประการหนึ่ง คือ นิสิตพระมอบพระพุทธรูปให้ ๒ องค์
เป็นพระตั้งโต๊ะบูชา ๑ องค์ (ชื่อ พระเจ้าทันใจ) ส่วนอีกองค์เป็นพระเครื่อง
ที่ลงอักขระภาษาล้านนาเอาไว้

..

..

รู้สึกเหมือนกับว่า บ้านเราได้รับสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช่วยปกปักรักษาแล้ว
แม่ไหว้ด้วยความรู้สึกที่ดี เป็นขวัญกำลังใจของที่บ้านอย่างมาก
เพื่อต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคทั้งหลายให้สำเร็จ

..

กับอีกด้านหนึ่ง ระหว่างทางกลับของวันนี้ ผมจะแวะซื้อของตุนตามห้างต่าง ๆ ก่อนปิด
แวะร้านหนังสือประจำก่อน ร้านหนังสือจะต้องปิดพรุ่งนี้ตามคำสั่งผู้ว่าฯ
แต่ยังจะมีขายออนไลน์ได้ ถ้าลูกค้าต้องการ

แวะ Lotus เกือบถึง ๕ โมงเย็นแล้ว ปรากฏว่า ร้านที่อยู่ภายนอกเก็บข้าวเก็บของกันแล้ว
เอาผ้าคลุมเหมือนปิดตอนดึก ๆ แต่นี่แค่ ๕ โมงเย็น เพราะต้องปิดร้านให้ทัน ๖ โมงเย็น
ตามประกาศ

แวะ Macro ที่จะมีเครื่องตรวจไข้ที่มาจ่อตรงหน้าผากก่อนเข้า
เข้าไปเห็นพวกเจ้าหน้าที่กำลังปิด Section ที่จังหวัดประกาศห้ามจำหน่าย
พวกเครื่องใช้ไฟฟ้า กาละมัง แต่ที่สงสัย คือ เครื่องเขียน
ทำไมเครื่องเขียนมันเป็นสินค้าควบคุมนี่ สงสัยจริง ๆ
ผมแวะซื้อแฟ้มใส่เอกสารทันก่อน ๖ โมงเย็นดี เกือบไม่ได้ซึ้อ

กลับบ้านก่อน แล้วค่อยออกไปซื้อของที่แม่สั่งไว้ที่ Big C ใกล้บ้าน

..

..

สิ่งที่เห็นได้ตอน ๒ ทุ่ม ก็คือ มีรถที่ลานจอดไม่ถึง ๑๐ คัน ปกติน่ะ ยังเต็มลานอยู่เลย
เหมือนคนมาแวะซื้อของแล้วกลับบ้านต่างอำเภอไปเลย เพราะพรุ่งนี้ไม่ต้องไปทำงาน

ในห้าง สินค้าควบคุมก็ถูกขึงด้วยเชือกในการห้ามขายไปแล้ว เดินได้แต่พวกของกิน ของใช้

คิดดูเถอะว่า ไม่เคยคาดคิดเลยว่า ช่วงชีวิตหนึ่งจะได้มีโอกาสสัมผัสบรรยากาศแบบนี้

เชียงใหม่ปิดเมือง ...
ของในห้างถูกจำกัดการซื้อ ...
คนรีบกลับบ้าน รถไม่ติด ...
ร้านรวงปิดหมดไปอีกเกือบ ๓ สัปดาห์ ...
มีคนใส่หน้ากากอนามัยไปทั้งเมือง ...
มหาวิทยาลัยไม่เคยปิดทำการสักที นี่เป็นครั้งแรกที่ปิดได้ยาวขนาดไม่มีคนไปทำงาน ...

..

..

ไม่ว่าวันนี้จะเป็นวันอะไร

พระอาทิตย์ก็ยังสอนพวกเราว่า

เรายังคงมี "ความหวัง" เสมอ

ตกได้ ก็ย่อมต้อง ขึ้นได้

ชีวิตก็แบบนี้

..

บุญรักษาทุกท่านให้อยู่รอดปลอดภัย

..

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ข้อสงสัยของคนขวางโลก



ความเห็น (2)

-สวัสดีครับ-ณ วันนี้เราต้องดูแลตัวเอง-โรคนี้เกิดจากต่างแดนไกล แต่ไม่ไกลตัว-เราต้องรอด….ขอรับ

เขียนเมื่อ 

สู้ สู้ ครับ คุณเพชรและครอบครัว ;)…