โรคซึมเศร้าเรื้อรัง (Dysthymia) กับสื่อการรักษาทางกิจกรรมบำบัด


ขอขอบพระคุณอาจารย์ศุภลักษณ์ เข็มทองที่ได้ถ่ายทอดความรู้ในการประเมิน การบำบัดรักษาโรคทางจิตเวช และส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านการทำกิจกรรมในชั้นเรียน รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาร่วมกันระดมความคิด เพื่อเผยแพร่สื่อการบำบัดรักษาโรคทางจิตเวชในทางกิจกรรมบำบัด
โรคซึมเศร้าเรื้อรัง (Dysthymia) เป็นอย่างไร

โรคซึมเศร้าเรื้อรัง (Dysthymia) เป็นโรคที่มีความรุนแรงน้อยกว่าโรคซึมเศร้าแบบรุนแรง (Major Depressive Disorder) แต่จะมีอาการต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี อาการไม่รุนแรงถึงขนาดทำอะไรไม่ได้ เพียงแต่จะรู้สึกไม่อยากอาหารหรือกินมากไป นอนไม่หลับหรือนอนมากไป เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หมดแรง ขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่ค่อยมีสมาธิ การตัดสินใจแย่ลง และรู้สึกหมดหวัง

สาเหตุของโรคซึมเศร้า

1. เกิดจากการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมองหรือสารเคมีในสมอง การเปลี่ยนแปลงสมดุลของสารเคมี ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในสมอง สารสื่อประสาทบางชนิดทำให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้า ซึ่งหากมีมากเกินไปจะทำให้มีอารมณ์เศร้ามากกว่าปกติ

2. ผู้ที่มองโลกในแง่ร้าย ขาดความมั่นใจในตัวเอง การคิดในแง่ลบจะเหนี่ยวนำให้เกิดอารมณ์ในด้านลบตามมา

3. ความเครียด เช่น การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ปัญหาการเงิน ปัญหาเรื่องการงาน ปัญหาในครอบครัว

4. ผู้ที่เก็บกดไม่สามารถแสดงอารมณ์ออกมา เช่น ดีใจ เสียใจ รวมถึงอารมณ์โกรธ

ความแตกต่างระหว่างโรคซึมเศร้าเรื้อรังกับโรคซึมเศร้าแบบรุนแรง

     ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเรื้อรังแตกต่างจากผู้ป่วยโรคซึมเศร้ารุนแรง ตรงที่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเรื้อรังยังทำหน้าที่ต่าง ๆ ได้ตามปกติ หลายคนสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพเป็นที่พอใจของหัวหน้า ได้เลื่อนตำแหน่ง แต่ไม่รู้สึกพึงพอใจหรือคิดว่าตนเองไม่สมควรที่จะได้รับ เป็นคนขาดชีวิตชีวา ส่วนใหญ่มักเริ่มมีอาการตั้งแต่วัยเด็กตอนปลายหรือวัยรุ่น ซึ่งคนที่ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าเรื้อรังนี้สามารถเปลี่ยนเป็นโรคซึมเศร้าแบบรุนแรงได้

วิธีป้องกันโรคซึมเศร้า

1. หมั่นดูแลตนเองให้มีสุขภาพดี ออกกำลังกาย พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ กินอาหารถูกสุขลักษณะ ไม่ใช้สารเสพติด ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละครั้ง

2. ด้านจิตใจ ฝึกให้เป็นคนคิดบวก มองโลกในแง่ดี ไม่คิดร้ายกับใคร ไม่กล่าวโทษตัวเอง ควรหางานอดิเรก คลายเครียด เข้าชมรมต่าง ๆ ที่เหมาะกับวัย หรือเป็นจิตอาสา ทำสิ่งที่ทำให้รู้สึกตัวเองมั่นใจ มีคุณค่า

3. ควรหาเวลาออกไปทำกิจกรรมที่สนุกสนาน ไม่เคร่งเครียดหรือทำงานหนักเกินไป ไม่ไปอยู่ในสถานการณ์หรือดูข่าวร้ายที่ทำให้จิตใจหดหู่

สื่อการรักษาทางกิจกรรมบำบัด

- สำหรับผู้รับบริการที่มีภาวะซึมเศร้าผู้บำบัดควรใช้สติของตัวเอง (Therapeutic Use of Self-Conscious) เป็นสื่อในการบำบัดอย่างแรก พูดคุย สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีให้ผู้รับบริการเปิดใจ ไว้ใจ ถ้าผู้รับบริการอยากพูดระบายความในใจ ผู้บำบัดควรรับฟังอย่างลึกซึ้ง รับฟังอย่างไม่ตัดสิน เข้าใจถึงสภาวะและสถานการณ์ของผู้รับบริการ

- ใช้ Calming and Grounding strategies เพื่อให้ผู้รับบริการมีอารมณ์สงบ และมั่นคงมากขึ้น เช่น การฝึกเทคนิคการหายใจแบบต่าง ๆ เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ ปลดปล่อยความเศร้า การเคาะอารมณ์ การฟังเพลงบำบัด

- การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy : CBT) ทำให้ผู้รับบริการเข้าใจความคิดและพฤติกรรมของตนเองว่าเป็นอย่างไร แล้วนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทั้งความคิดและพฤติกรรม เพื่อให้ผู้รับบริการเกิดความสมดุลของร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม

- ใช้กิจกรรมเป็นสื่อ เพื่อสื่อสารความมั่นใจ เข้าใจ ตั้งใจ โดยกิจกรรมที่ให้ผู้รับบริการทำควรจะเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้รับบริการมีจิตจดจ่อ ซึ่งหากเป็นกิจกรรมที่มีการขยับกล้ามเนื้อก็จะยิ่งดี เพราะจะทำให้ร่างกายได้หลั่งฮอร์โมนที่ทำให้มีความสุขออกมาด้วย โดยกิจกรรมนั้นควรจะอยู่ในท่าทางที่ผู้รับบริการรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย และมีสมาธิ เช่น การเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างช้า ๆ ตามผู้บำบัด

- ใช้ศิลปะเป็นสื่อ เช่น การเป่าสีจากหลอดลงกระดาษ เป็นการฝึกสมาธิและการออกกำลังกล้ามเนื้อปอดให้แข็งแรง ซึ่งจะส่งผลให้ระบบหายใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น กิจกรรมเป่าสีจะทำให้ผู้รับบริการมีจิตจดจ่อกับงานศิลปะที่ทำ ไม่คิดฟุ้งซ่าน อีกทั้งยังเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือในการจับหลอด และฝึกการใช้ตาประสานกับการใช้มือ เมื่อได้ผลงานออกมาแล้วก็จะช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตัวผู้รับบริการเองด้วย

เอกสารอ้างอิง

1. พญ. สุนิดา โสภณนรินทร์. โรคซึมเศร้า โรคฮิตหรือแค่คิดไปเอง [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 2563 มีนาคม 23]. เข้าถึงได้จาก: https://www.phyathai.com/article_detail/2876/th/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2_%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AE%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%87

2. โรคซึมเศร้า [อินเทอร์เน็ต].ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์ [เข้าถึงเมื่อ 2563 มีนาคม 23]. เข้าถึงได้จาก: http://www.piyavate.com/article/frontend/article_detail/id/54

3. ผศ.ดร.ก.บ. ศุภลักษณ์ เข็มทอง. กิจกรรมบำบัดภาวะซึมเศร้าทุกช่วงวัย [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 2563 มีนาคม 23]. เข้าถึงได้จาก: https://www.gotoknow.org/posts/675941

4. เทรนด์เป่าสี-ระบายภาพ ศิลปะบำบัดป้องกันโรคซึมเศร้า [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 2563 มีนาคม 23]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaipost.net/main/detail/6006

    หมายเลขบันทึก: 676286เขียนเมื่อ 23 มีนาคม 2020 23:20 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 มีนาคม 2020 00:13 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


    ความเห็น (0)

    ไม่มีความเห็น

    พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
    ขอแนะนำ ClassStart
    ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
    ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี