พูดถึงเพื่อนซี้ ใครหลาย ๆ คนก็คงจะมีเพื่อนซี้ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต อาจจะคนหนึ่งหรือสองคน

แต่เชื่อว่าคงไม่ได้มีกันหลายคนหรอกใช่มั้ย เราเองก็อยากจะพูดถึงเพื่อนซี้คนนึงที่ผ่านเข้ามาในช่วงหนึ่งของชีวิต

เพื่อนคนสำคัญ ที่ทำให้รู้เรารู้จักคำว่ารักมากยิ่งขึ้น แต่เพื่อนคนนั้นไม่ใช่คนหรอกนะ เพื่อนซี้ของเราเป็นแมว

ก่อนที่จะไปทำความรู้จักเพื่อนเมียวคนนี้ จะขอเกริ่นเรื่องราวความเป็นมาซักนิด ขอออกตัวเลยว่าตอนเป็นเด็กเราไม่ชอบแมว

ชอบหมามากกว่าเยอะ เพราะที่บ้านเราค้าขายอยู่ใกล้กับตลาด เป็นทำธรรมดาที่จะมีแมวจรมาเกิดและสร้างความวุ่นวาย

ให้กับที่บ้านเป็นประจำ เจอแมวเป็นต้องสาดน้ำไล่อยู่บ่อยครั้ง แต่พอเรียนจบมากลับมาอยู่ที่บ้าน น้องฝาแฝดเราที่อยู่กรุงเทพ

รับเลี้ยงแมวจรไว้ที่หอที่พักอยู่ เพราะมันมาเกิดที่ตู้เสื้อผ้า ทำให้เกิดรักแมวขึ้นมา ประจวบเหมาะกับตอนนั้นที่บ้านมีแมวมาเกิด

เป็นแมวลายหน้ากาก ขาวดำ ดูน่ารัก เพราะปกติส่วนมากจะเจอแต่ลายสลิด ทำให้สนใจขึ้นมา น้องเราก็เชียร์ให้เลี้ยง

ซึ่งใช้เวลานานมากกว่าจะตีสนิทและเข้าใกล้ได้ แมวตัวนั้นก็คือคุโรเบ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าคุโร่ เป็นแมวตัวเมีย

ตอนเราตั้งชื่อเราเอามาจากชื่อแมวในการ์ตูนที่เป็นลายหน้ากากเหมือนกัน ซึ่งเป็นตัวผู้ด้วย เราไม่รู้ว่าคุโร่ เป็นตัวเมีย

ก็เลยตั้งชื่อให้ซะแมนเลย แล้วไม่ใช่แค่หลงในความน่ารักของคุโร่นะ ตอนนั้นมีแมวท้องแก่อีกสองตัวมาคลอดลูกที่บ้าน

รวม ๆ เลยเลี้ยงแมวในสังกัด 11 ตัว แต่ด้วยความที่ไม่มีความรู้ในการเลี้ยงแมวมาก่อน ไม่ได้พาไปฉีดวัคซีนกันหัดแมว

สุดท้ายพอมีแมวตัวนึงป่วยตาย ตัวอื่นก็เริ่มพากันป่วย ตัวไหนออกอาการเราก็รีบพาไปหาหมอ แต่ด้วยความที่ว่า

แมวส่วนใหญ่ยังเด็ก อายุไม่ถึง 1 ปี จึงต้านทานโรคไม่ไหวแล้วทยอยตายไปวันละตัวสองตัว ถือเป็นเรื่องที่แย่ที่สุด

ครั้งหนึ่งในชีวิตเลยก็ว่าได้ สุดท้ายแมวตัวที่เหลือรอดก็คือคุโร่นั่นแหล่ะ 1 ใน 11 ตัว จริง ๆ หมอบอกให้ทำใจเรื่องคุโร่

ถ้าไม่ผ่านคืนนั้น ก็คงไม่รอด แต่คุโร่ก็ผ่านมาได้ แล้วด้วยความที่เราสนิทกับคุณหมอแมว พอมีลูกค้าเก็บแมวจรมารักษา

แต่บอกว่าจะเอาไปให้ใครก็ได้เค้าไม่เลี้ยง หมอจึงยกแมวตัวนั้นให้เรา เพราะเห็นเรายังเศร้าใจเรื่องที่แมวตายไปเกือบหมด

และด้วยความที่แมวตัวนั้นสีเหมือนคุโร่เลย ถ้าไม่บอกคงคิดว่าโตมาเป็นพี่น้องกันแน่ ๆ และนั่นแหล่ะ เพื่อนซี้ที่เราพูดถึง

เป็นแมวลายหน้ากากตัวผู้ เราตั้งชื่อให้ว่าโมชิ ชื่อญี่ปุ่นเข้ากับคุโร่ ด้วยความที่คุโร่โตกว่า เราเลยเรียก พี่โร่ กับ น้องชิ

นี่ไงทางขวาคือพี่โร่ ทางซ้านคือน้องชิ ตอนนั้นตัวยังพอ ๆ กัน แต่พอโตขึ้นน้องซิตัวใหญ่กว่าเยอะเลย

นี่น้องชิตอนมาวันแรก ตัวเล็กนิดเดียวเอง น่ารักมาก ๆ เลย

จากเหตุการณ์ที่เราเสียแมวไปหลายตัว จึงทำให้เราเลี้ยงน้องชิด้วยความรักมาก และกลัวทุกวัน เป็นห่วงทุกวัน

ว่าน้องชิจะเป็นอะไรไป บ้านเรามีบริเวณกว้างมาก จึงเลี้ยงแบบปล่อยมาตั้งแต่แรก แต่ก็ไม่เคยที่จะไม่เป็นห่วง

เวลาที่เรียกหาแล้วน้องชิ หรือพี่โร่ไม่มาหา เราเคยบอกเพื่อนหลาย ๆ คนว่าน้องชิเหมือนแมวกึ่งหมา ไม่ขี้เกียจ

นิสัยร่าเริง เรียกก็มา สั่งให้นั่งรอเวลาให้ของกินได้ วิ่งตามเรา ไปไหนมาไหนด้วยด้วยในบ้านเป็นประจำ เล่นซ่อนหากันก็ได้

เหมือนว่าได้เพื่อนซี้มาคนหนึ่งเลยจริง ๆ เราทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่บ้านด้วยกันอยู่ตลอด เหมือนมีเงาตามตัว

เราใช้เวลาร่วมกันทุกวันโดยไม่มีวันไหนที่ไม่รัก เป็นห่วง หรือคิดถึงน้องชิเลย ช่วงนั้นหูจะไวต่อเสียงกระดิ่งมาก

เพราะตอนเด็กน้องชิก็เคยไปสู้กับหมา กำลังจนมุม เรารีบวิ่งไปไล่หมาแบบไม่กลัวอันตรายเลย เวลานอนก็จะคอยฟัง

ถ้าได้ยินเสียงกระดิ่งก็จะอุ่นใจที่รู้ว่าน้องชิอยู่แถว ๆ นี้ เพราะกลางคืนไม่ได้นอนด้วยกัน มีแค่นาน ๆ ที หรือในช่วงที่

อากาศหนาว เพราะน้องชิชอบเที่ยวกลางคืน เราก็คิดว่าดี ตอนกลางวันจะได้นอนหลับ เพราะรถเยอะ กลัวจะโดนรถชน

ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปหนึ่งปี สองปี สามปี จนมาถึงวันที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด วันที่ไม่มีน้องชิอีกแล้ว

ปลายปี 2560 เราไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงหยุดวันพ่อ พอกลับมาถึงแม่มารับที่สนามบินเรารีบถามว่าน้องชิสบายดีมั้ย

เราถามแบบนี้ตลอด ทุกครั้งที่ไม่อยู่บ้านแล้วคุยโทรศัพกับแม่ แม่จะรู้ดีว่าเราห่วงน้องชิอยู่ตลอดมากแค่ไหน

พอถามแม่ทำเป็นไม่ได้ยิน เราก็ไม่คิดอะไร พอถึงบ้านเราก็เรียกหา แล้วแม่เริ่มมีท่าที่แปลก ๆ เราจับมือแม่เย็นมาก

เราเลยถามตรง ๆ แม่ร้องไห้แล้วบอกว่าน้องชิไปแล้ว เราช็อคมาก เพราะเราคิดว่าถ้าเป็นอะไรอย่างมากก็คงป่วย

หรือกำลังรักษาอยู่  ทุกคนที่บ้านเสียใจกับเรื่องนี้มาก แม่บอกว่าน้องชิถูกรถชนเมื่อวันก่อน คนที่ชนไม่จอดรถเลยได้ซ้ำ

ไม่รู้ว่าใครชน แต่บ้านเราขายขนมอยู่ร้านติดถนน มีคนตะโกนว่าแมวถูกรถชน พี่ ๆ ที่ร้านรีบไปดู แต่ก็ช่วยไว้ไม่ได้

ไม่มีน้องชิอีกต่อไปแล้ว ถือเป็นเรื่องแปลกมาก เพราะปกติเวลาบ่าย 3 ที่น้องชิถูกรถชน เป็นเวลาที่ส่วนมากน้องจะนอน

นอนกลางวันอยู่แถวหลังบ้านตลอด ไม่ใช่ไปเล่นที่ถนน เพื่อนซี้ที่ดีที่สุดของเรา เพื่อนที่เรารักมากที่สุดในโลก

เราร้องไห้ทุกวันอยู่ 2 อาทิตย์ และยังคิดถึงน้องชิอยู่จนถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ก็เหลือแค่พี่โร่คนเดียวแล้ว

เราเลยรักและอยากดูแลพี่โร่ให้ดีที่สุด ข้อแตกต่างของน้องชิกับพี่โร่คือ พี่โร่เป็นแมวที่ขี้กลัว กลัวทุกอย่างยกเว้นเรา 

แต่ตอนนี้เราไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ยังดีนะที่พี่โร่ไปอ้อนแม่กับคนอื่นที่บ้านแทนอยู่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนแทบจะมีเราคนเดียวที่จับพี่โร่ได้

ทั้งที่เลี้ยงมาหลายปี ส่วนน้องชิเป็นแมวที่ไม่กลัวอะไรเลยนอกจากหมอฉีดยา น้องชิเฟรนลี่ เล่นกับทุกคน

ไม่กลัวอะไรแม้กระทั่งรถ... แต่ถึงน้องชิจะจากไปแล้ว น้องชิก็ยังอยู่ในใจเราเสมอ

เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน ขอบคุณนะน้องชิ รักลูกเสมอนะ