แบบจำลองการสื่อสารของอริสโตเติล (The Aristotelian Model)
อริสโตเติลเป็นนักปราชญ์ชาวกรีก ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วง 384-322 ปี ก่อนคริสตกาล นับว่า เป็นบุคคลในยุคต้น ๆ ของการศึกษาเรื่องวาทศิลป์ หรือวิชาที่ว่าด้วยศาสตร์และศิลปะในการพูด มีความสนใจเกี่ยวกับการสื่อสารและวาทศิลป์ ได้วิเคราะห์กระบวนการติดต่อสื่อสารว่ามีองค์ประกอบ สำคัญ ได้แก่ ผู้พูด (Speaker) คำพูด (Speech) และผู้ฟัง (Audience) โดยแบบจำลองการสื่อสารในยุคแรกเป็นแบบจำลองการสื่อสารที่ผู้ส่งสารนั้นส่งสารไปยังผู้ฟังเพียงอย่างเดียว ไม่มีการสื่อสาร ย้อนกลับ
อริสโตเติล อธิบายว่าการสื่อสารเกิดขึ้นเมื่อ ผู้พูด สร้างสาร หรือเรียบเรียงความคิดที่ต้องการสื่อสารในรูปของ คําพูดและส่งไปยัง ผู้ฟัง ทั้งนี้โดยผู้พูดมีเจตนาในการโน้มน้าวใจ

ภาพ แบบจำลองการสื่อสารของอริสโตเติล
ที่มา : ปรับปรุงจากกาญจนา มีศิลปวิกภัย. 2553 : 30.
จากภาพ การสื่อสารจะประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับผู้พูด (Speaker) ซึ่งจะต้อง ประกอบด้วยบุคลิกลักษณะที่ดี ได้แก่ ความรู้ ประสบการณ์ ค่านิยม ความรู้สึก และทักษะในการ สื่อสาร ฯลฯ ทั้งนี้คำพูด (Speech) จะต้องมีเหตุผลน่าเชื่อถือ (Logic) ซึ่งประกอบด้วย การเรียบเรียง การส่งสาร กรอบความคิด ภาษา และการยกตัวอย่าง เป็นต้น และผู้ฟัง (Audience) ขึ้นอยู่กับ อารมณ์ความรู้สึกที่ถูกเร้า หรือโน้มน้าวจากคำพูดของผู้พูด ซึ่งประกอบด้วย วิธีการเข้าถึง ความรู้ ประสบการณ์ ค่านิยม ความรู้สึกและทักษะในการสื่อสาร เป็นต้น ตัวอย่างเช่นการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร ซึ่งพบว่า ปัจจัยที่ผู้สมัครจะชนะ การเลือกตั้งหรือได้รับความนิยมมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ นับตั้งแต่ บุคลิกลักษณะของผู้สมัครในช่วงการพูดหาเสียง อาทิ รูปร่างหน้าตา ลักษณะท่าทางและกิริยาอาการ ต่างๆ ความมีไหวพริบและสติปัญญา ความเชื่อมั่นใจตนเองและความคล่องแคล่วในการพูด การพูดที่ เข้าใจง่ายและน่าสนใจ ตลอดจนการนำเสนอเนื้อหาด้วยเหตุผล ซึ่งเหตุผลและความน่าเชื่อถือของ คำพูดอาจมาจากการอ้างอิงจากเอกสารหรือพยานบุคคล ฯลฯ ทั้งนี้ความชื่นชมในตัวผู้พูดและการเชื่อ คำพูดของผู้พูด จนทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกอยากร่วมมือกันผู้พูดมากน้อยเพียงใด จะขึ้นอยู่กับ ความสามารถและความสำเร็จของผู้พูดในการเร้าอารมณ์ความรู้สึกของผู้ฟังเป็นสำคัญ

อริสโตเติลยังได้กล่าวถึงปัจจัยที่ช่วยให้การสื่อสารประสบความสำเร็จอีกคือ ในการพูดเพื่อการชักจูงใจนั้น ผู้พูด(speaker) ต้องเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพดีน่าเชื่อถือ (good personality) ในภาษาลาตินเรียกว่า Ethos ใช้คำพูดที่มีเหตุผลดีน่าเชื่อถือและจูงใจได้ดี (logic and persuade) เรียกว่า Logos ปลุกเร้าให้ผู้ฟังเกิดอารมณ์ความรู้สึกหรือความคิดเห็นคล้อยตามได้ (emotion) หรือเรียกว่า Pathos ซึ่งหลักการสื่อสารนี้อริสโตเติลได้จากการศึกษาเกี่ยวกับการพูดรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งหรือการพูดบนเวทีในสมัยโบราณ
นอกจากนี้สภาพเหตุการณ์และสภาพแวดล้อม (Environment) ในขณะที่กำลังสื่อสารก็ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อบรรยากาศของการสื่อสารว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งโรเบิร์ต (Robert) ได้ขยายความคิดของอริสโตเติลออกมาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้ (W.Rhys. Robert อ้างใน กิติมา สุรสนธิ,2542)
โรเบิร์ต (Robert) ได้สรุปคุณลักษณะของผู้พูด คำพูด และผู้ฟังไว้ว่า ในส่วนของผู้พูดนั้นความน่าเชื่อถือของผู้พูดจะมาจากความรู้ ประสบการณ์ ค่านิยม ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ รวมทั้งความสามารถในการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารของผู้ส่งสาร ส่วนสารนั้นจะขึ้นอยู่กับเนื้อหาของสารและการจัดเรียงลำดับสารตลอดจนวิธีการส่งข่าวสารของผู้ส่งสารอันประกอบไปด้วยแนวความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่จะพูดว่ามีความชัดเจนน่าสนใจมากน้อยเพียงใด ภาษาที่ใช้การยกตัวอย่างและอื่นๆ สำหรับผู้รับหรือผู้ฟังนั้น อารมณ์ความรู้สึกของผู้ฟังจะขึ้นอยู่กับระดับความรู้เกี่ยวกับข่าวสาร ประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนั้น ค่านิยมและความรู้สึก รวมทั้งความสามารถในการฟัง การตีความและความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆของ ผู้รับสาร เป็นต้น
อ้างอิง :
การสื่อสารเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น (Communication in Rural Development). [Online].
Available :http://elearning.psru.ac.th/courses/153/lesson1finish.pdf.
[20 มกราคม 2563]
หลักนิเทศศาสตร์.[Online]. Available : http://www.elfms.ssru.ac.th/su...wi/f
ile.php/1/FCA1101_Intro_to_Communication_Art/3_.pdf.
[20 มกราคม 2563]
มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.ทฤษฎีการสื่อสารมวลชน. [Online]. Available :
http://www.neu.ac.th/site/files_download/ca/2017-02-22_143735.pdf.
[21 มกราคม 2563]