จะเริ่มเรื่องราวของการที่มาถึงจุดนี้ได้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เราพึ่งจะเรียนจบมาใหม่ ๆ เมื่อประมาณปร 2556 ตอนนั้นเป็นนักศึกษาจบใหม่ ที่จบมาจาก มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ในตอนนั้นก็ว่างงานไม่งานทำเลย ก็แค่อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไร ด้วยคามบังเิญมี อาจารย์จากวิยาลัยในอุดรแห่งหนึ่งมารับสมัครนักเรียนถึงที่บ้านเรา น้องสาวเราก็สมัครเรียนที่นั้นพอน้องสาวเราสมัครเรียนที่นั้นแล้ว เขาก็หันมาถามเราว่าเรียนจบอะไรมา เราก็ตอบไปว่า "ผมจบ ป.ตรี เอกคอมพิวเตอร์ธุรกิจมา ครับ" เขาก็เลยบอกว่า พอดีเลย ต้องการอาจารย์ที่จบคอมพอดี เราก็เลยตัดสินใจเข้ามาเป็นอาจารยสอนในโรงเรียนกับที่น้องสาวเรามาเรียนพอดี ก็เลยได้ขึ้นชื่อว่าครู ก่อนเลยตั้งแต่เียนบมา ทั้งที่ไม่มีประวบการณ์ด้านสอนเยสักนิด กังวลว่า จะทำยังใงดี เพราะตนที่ตอบตกลงว่าจะมาเป็นอาจารย์ก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้ไว้ก่อนเลย คิดแค่ว่า อยากมีงานทำก่อน ถ้าทำไม่ไหวก็ค่อยลาออกเอา แต่พอเข้ามาแล้ว การสอนที่เราต้องจัดเตรียมบ้าง เรื่องข้อสอบ การสอนเด็กให้เข้าใจ เป้นงานที่คนที่เป็นครูต้องเข้าใจและมีอยู่แล้ว เมื่อเราตัดสินใจมาแล้วก็เลยต้องค้นคว้าว่าต้องทำอย่างไรบางก็เลยเริ่มหาวิธีการสอน คำพูดที่ต้องใช้ในห้องเรียนเวลที่จะสอน เราศึกษาและอ่านหนังสือเกี่ยวกับการสอนเยอะพอสมควร เพื่อที่จะได้สอนเด็กได้ พอเวลาผ่านไปครึ่งเทอม ก็เริ่มเข้าใจว่าการสอนนักเรียน ก็ทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกัน เพราะตอนที่เราสอนก็จะเกิดความรักความผูกพันธ์ กับเด็กของเรา เป็นความผูกพันธ์ที่มีเฉพาะ คนที่เป็น อาจารย์เท่านั้นที่จะสามารถเข้าใจได้  พอเราเข้าใจแบบนี้แล้วเราก็ตั้งใจสอนอย่างเต็มที่ เท่าที่ตัวเราเองจะสามารถทำได้ เพราะเมื่อเราตั้งใจทำอะไรสักอย่างถ้าตั้งใจแล้วเราก็อยากทำให้เต็มที่ เพราะถ้าวันนั้นไม่ตั้งใจทำเต็มที่ วันนี้จะย้อนกลับไปแก้ขไเรื่องเดิมไม่ได้อีกแล้ว

   นั้นคือเหตุผลที่คนอย่างผม ที่ไม่ได้จบสายการสอนโดยตรง แต่เข้ามาเป็นอาจารย์สอนได้ก็เพราะเหตุบังเอิญจากตอนนั้นครับ และในทุกวันนี้เราก็ทำหน้าที่ในการเป็นครู อาจารย์ คอยสอน คอยแนะนำให้กับลูกศิษย์ของเรามาเสมอ เพราะผมทำด้วยความรู้สึกรักและเชื่อในตัวเองว่าทำได้ ปุจจุบันก็ยังทำหน้าที่นี้ต่อไป จนกว่าจะถึงเวลาที่ในสักวันหนึ่งเราเปลี่ยนอาชีพไป ทำงานทำหน้าที่อย่างอื่นไป แต่ในตอนนี้ก็จะขอทำหน้าที่ของครู ที่ดีต่อไป