ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้...สำหรับฉัน

เมื่อฉันยัง...เด็ก

          ตอนฉันเป็นเด็ก ฉันมีความใฝ่ฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส เพราะอยากแต่งตัวสวย ๆ  และอยากที่จะได้ไปเที่ยวรอบโลก ดังนั้นเมื่อต้องเลือกเรียนแผนการเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ฉันจึงเลือกที่เรียนในแผนการเรียนอังกฤษ-ฝรั่งเศส เพื่อให้ตนเองได้ฝึกภาษาต่าง ๆ ควบคู่กันไปด้วย  แต่เมื่อเวลาผ่านไป ด้วยรูปร่างภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป (ใหญ่โตขึ้น)  ทำให้ความคิดที่อยากจะเป็นแอร์โฮสเตสของฉันได้ดับลง      ฉันมักจะได้รับเลือกจากครูในหมวดวิชาภาษาไทยให้ไปแข่งขันในด้านการพูด  และการเขียน  เช่น การกล่าวสุนทรพจน์ การโต้วาที  การเขียนเรียงความ การแต่งกลอน ฯลฯ ฉันสามารถทำมันออกมาได้ดี และสามารถคว้ารางวัลมาได้เกือบทุกงาน  ฉันรู้สึกภูมิใจและดีใจทุกครั้งที่ได้รับรางวัล    สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ฉันรู้สึกว่า  ถ้าฉันหันมาสนใจในด้านการพูดและการเขียน ชีวิตฉันต้องรุ่งแน่ๆ เมื่อต้องสอบ Admission ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ฉันจึงตัดสินใจเลือกที่จะเข้าเรียนในคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเลือกคณะนี้ไว้เป็นอันดับที่ 1 แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าจะสอบเข้าเรียนต่อไม่ได้  จึงได้เลือกคณะที่คะแนนต่ำๆ ไว้อันดับที่ 3 นั่นก็คือคณะสังคมศาสตร์ ฉันมุ่งมั่นและตั้งใจว่าตนเองอยากเป็นผู้ประกาศข่าว หรือไม่ก็ DJ เพราะฉันรักในการพูด ฉันจึงได้ไปขอความเห็นจากลุง เพราะลุงเป็นผู้รอบรู้ในหลาย ๆ ด้าน แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ “อ้วนแบบนี้จะไปเป็นผู้ประกาศข่าวเนี่ยนะ ใครจะอยากดูเธอ” คำพูดของลุงที่บอกกับฉัน  มันทำให้ฉันชาไปทั้งตัว และกลับมาคิดทบทวนอยู่นาน แต่ฉันก็ไม่ละทิ้งความพยายามและไม่เปลี่ยนใจ ฉันกลับคิดว่า ถ้าทำงานในวงการสื่อสารมวลชนเบื้องหน้าไม่ได้  ก็ทำงานอยู่เบื้องหลังก็ได้ แต่เมื่อผลประกาศผลสอบ Admission ออกมา ฉันดีใจมากที่สอบติดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่ไม่ใช่ในคณะที่ฉันใฝ่ฝัน ฉันสอบได้อันดับที่ 3 ในคณะสังคมศษสตร์  ฉันไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าคณะนี้สอนอะไร และต้องเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง เมื่อเข้ามาเรียนปี 1 ฉันยังปรับตัวไม่ได้ และรู้สึกว่าไม่ชอบเรียนคณะนี้เลย ในเทอมที่ 1 ผลการเรียนของฉันจึงออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ในเทอมที่ 2 ฉันจึงตั้งใจเรียนมากขึ้น เพื่อที่จะให้เกรดเฉลี่ยรวม 2 เทอม ถึง 2.7 เพราะฉันต้องการที่ย้ายไปเรียนคณะสื่อสารมวลชน ผลปรากฏว่า เกรดของฉันสามารถย้ายคณะได้ แต่ความคิดของฉันเปลี่ยนไป ฉันไม่อยากที่จะเสียเวลามานับ 1 ใหม่อีกครั้ง และตอนนี้ฉันก็ชื่นชอบการเรียนในคณะสังคมแล้วด้วย ฉันจึงตัดสินใจที่จะไม่ย้ายคณะ และเลือกเรียนในสายสังคมสงเคราะห์ เพราะคิดว่าเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด และฉันสามารถทำมันได้ดีด้วย  

เมื่อเรียนจบ  และเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน

          เมื่อสำเร็จการศึกษา ฉันสามารถสอบเข้าทำงานในหน่วยงาน Save the Children ซึ่งเป็นหน่วยงานความร่วมมือระหว่างประเทศอเมริกา และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อหมดระยะเวลาจ้าง ฉันจึงพยายามที่จะไปสอบในตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับงานสังคมสงเคราะห์ ฉันสามารถสอบผ่าน กพ. สอบผ่านตำแหน่งพนักงานคุมประพฤติของจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน หลายต่อหลายครั้ง แต่ด้วยความที่โชคไม่เข้าข้าง การขึ้นบัญชีไว้ 2 ปี ฉันจึงไม่ได้ถูกเลือก ฉันจึงกลับมาคิดว่า หรือเราจะไม่เหมาะกับทางสายนี้ ทั้ง ๆ ที่เราก็ทำได้ดี ในระหว่างที่รอสอบที่อื่น ๆ วันหนึ่งเพื่อนสนิทของฉันได้โทรศัพท์มาหาและได้ชักชวนให้มาเป็นครูพี่เลี้ยงดูแลเด็กพิเศษที่โรงเรียนดาราวิทยาลัย ตอนนั้นในสองฉันมีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่า เราจะทำได้มั้ย ?? เด็กพิเศษจะเป็นอย่างไร ?? เราจะดูเขาได้รึป่าว ?? คิดตรึกตรองอยู่นานพอสมควร จึงได้ตอบตกลงเพื่อนไปว่า ขอลองไปทำดูก่อนนะ 1 อาทิตย์ ถ้าไม่ไหว ก็จะไม่ทำต่อแล้วนะ เพื่อนก็ตอบตกลง อาจเป็นเพราะฉันเรียนสังคมสงเคราะห์มาทำให้ฉันสามารถใช้ความรู้ความสามารถที่มีดูแลเด็กพิเศษคนนี้ได้จนเข้าเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากนั้นฉันจึงไปทำงานเป็นผู้จัดการโรงงานที่จังหวัดลำพูน ตอนนั้นคิดว่าตนเองไม่ได้จบทางนี้มาเลย จะทำได้ไหม พยายามปรับตัวอยู่นาน จนในที่สุดก็สามารถทำได้ และทำได้ถึง 2 ปี วันหนึ่งก็ได้รับโทรศัพท์ ปลายสายบอกว่า...โทรจากโรงเรียนดาราวิทยาลัย ตอนนั้นตกใจมาก และเมื่อได้ยินว่า “พรุ่งนี้ให้มาสอบสอน” เพียงเท่านั้น น้ำตาก็ไหลพราก ดีใจเป็นที่สุด ตอนนั้นฉันคิดว่าฉันโชคดีมาก รุ่นพี่ที่จบคณะสังคมเป็นครูอยู่ก่อนแล้ว เขาคอยช่วยเหลือฉันในทุก ๆ ด้าน ทั้งการทำแผนการสอน และการเตรียมสื่อการสอน ทั้งยังเป็นกำลังที่ดีให้อีกด้วย เมื่อถึงวันประกาศผล ฉันได้รับเลือกให้มาเป็นครูที่โรงเรียนดาราวิทยาลัย ฉันดีใจมาก และไม่คิดไม่ฝันว่าตนเองจะทำได้  ไม่เคยเรียนครู ไม่เคยสอนนักเรียนจำนวนเยอะ ๆ มาก่อน

วันนี้ฉันสามรถพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าฉันทำได้ พ่อกับแม่ก็ดีใจ และภูมิใจในตัวฉันเช่นกัน


ไม่มีทางเดินใดเป็นทางที่ดีที่สุด  ดังนั้นจงบอกตัวเองว่า ทุกทางที่เลือกเดินไปแล้ว...ดีเสมอ


<p></p>