"โลกหมุนรอบตัวเองเกิดวันเวลา และวันเวลาก่อให้เกิดความทรงจำ"

   ก่อนอื่นผู้เขียนขอกล่าวต้อนรับท่านผู้มาเยือน มาเยี่ยมชมรูปภาพในแกลเลอรี่นี้นะคะ :) ผู้เขียนเป็นเรือจ้างลำเล็กลำหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆทางภาคเหนือ ที่ที่ผู้คนต่างบอกว่าเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวมากเมืองหนึ่ง ตั้งแต่จำความได้ชีวิตของผู้เขียนก็โลดแล่นแก่นเซี้ยวอยู่ในจังหวัดนี้เพียงจังหวัดเดียวเท่านั้น แต่ถึงแม้จะได้ใช้ชีวิตอยู่แต่บ้านเกิดเมืองนอน ผู้เขียนกลับมีความทรงจำที่ดีมากมายและอยากจะถ่ายทอดความทรงจำดี ๆเหล่านี้ผ่านทางรูปภาพที่มีความหมายและความรู้สึกดี ๆ

   หวังว่าผู้อ่านจะมีความสุขในการชมรูปภาพและการอ่านบทความที่จะกล่าวถึงนี้นะคะ :)


----- "สวัสดีเชียงใหม่ สวัสดีแม่กำปอง " -----

    "ข้าเจ้าเป๋นสาวเชียงใหม่ แหมบ่เต้าใดก่อจะเป็นสาวแล้ว" เปิดมาด้วยเพลงประจำตัวของผู้เขียน เพลงที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็กน้อย
ใช่แล้วค่ะ ผู้เขียนเป็นสาวเจียงใหม่ของแท้แน่นอน ไม่มีจังหวัดอื่นผสมอยู่เลย :)
  วันนี้สาวเจียงใหม่คนนี้จะพาไปแอ่วหมู่บ้านแม่กำปองเจ้า 

  หมู่บ้านแม่กำปองเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆหมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่เมื่ออดีตคงมีแต่ความเงียบสงบ และวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านก็จะอยู่กันแบบเรียบง่าย ด้วยความที่ห่างจากตัวเมืองและห้างสรรพสินค้าพอสมควร แม่กำปองชุมชนเล็ก ๆในหุบเขาที่รายล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ สีเขียวของต้นไม้ที่ตัดกันกับสีฟ้าของท้องฟ้า ช่างเป็นวิวทิวทัศน์ที่น่าชื่นชม ทำให้หมู่บ้านแม่กำปองเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาเยือนเมืองเชียงใหม่   หากผู้อ่านอยากสัมผัสอากาศเย็น ๆ หลบหนีจากความวุ่นวาย หมู่บ้านแม่กำปองเป็นสถานที่หนึ่งที่จะทำให้ท่านได้พักกายและพักใจ ให้มีกำลังในการทำงานต่อไปค่ะ

------ " หนูกลัวผี  แต่หนูไม่กลัวศพ " --------


     ช่วงชีวิตช่วงหนึ่งของผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมฝึกงานที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหน่วยงานที่ผู้เขียนได้รับประสบการณ์มากมาย ผู้เขียนได้เรียนรู้งานด้านต่าง ๆที่เกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ตรวจคดีชีวิตที่สื่อหลายสำนักต่างพากันมาทำข่าว คดีที่ผู้เขียนจดจำได้ไม่ลืมเลือนคือ คดีฆาตกรรมสาวเชียงใหม่บริเวณอำเภอหนองป่าครั่ง คดีนี้โด่งดังมากทั้งสื่อโทรทัศน์และสื่อโซเซียล
  ในวันนั้นผู้เขียนได้ติดตามพี่ ๆตำรวจที่รับหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุนี้ เราออกจากหน่วยงานถึงสถานที่เกิดเหตุด้วยความรวดเร็ว พร้อมเสียงไซเรนของรถที่วิ่งไปอย่างรวดเร็ว และเสียงนั้นได้หยุดลงบริเวณหน้าบ้านแห่งหนึ่ง ณ เวลานั้นมีชาวบ้านจำนวนมากต่างพากันรายล้อมบ้านที่เกิดเหตุ ผู้เขียนรีบเตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ และติดตามพี่ ๆตำรวจอย่างใกล้ชิด จนเข้ามาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ พบศพของหญิงสาวนอนคว่ำหน้าในห้องนอนเล็ก ๆ สภาพน่าสงสารไม่เป็นที่น่ามองสักเท่าไหร่ แต่ด้วยหน้าที่
ที่ได้รับมอบหมายให้เก็บลายนิ้วมือ ผู้เขียนจึงต้องปิดประตูห้องที่ผู้เสียชีวิตนอนอยู่และดำเนินการปัดลายนิ้วมือบริเวณที่ได้รับมอบหมายทันที ความรู้สึกที่ได้อยู่กับศพตามลำพังในตอนนั้นไม่นึกหวาดกลัวใด ๆ แต่พอย้อนกลับไปคิดถึงแล้วกลับนึกกลัว แปลกเสียจริง สิ่งที่ผู้เขียนได้จากการตรวจคดีนี้คือ ความไม่ประมาทและการระแวดระวังภัยอันตรายจากคนแปลกหน้า มันทำให้ผู้เขียนคิดถึงคำพูดที่ว่า "ผีไม่น่ากลัวเท่าคน คนนี่แหละที่น่ากลัวกว่าผี" 


----- " สิ้นสุดชีวิตวัยเรียน เริ่มต้นชีวิตวัยทำงาน " -----

      รูปนี้เป็นรูปสุดท้ายที่ผู้เขียนได้สวมชุดนักศึกษา บ่งบอกได้ว่าชีวิตในการเรียนที่โรงเรียนและที่มหาวิทยาลัยของเราจบสิ้นเสียแล้ว 20 กว่าปีของการเรียน เราผ่านมันมาได้อย่างไรกันนะ ใจหนึ่งก็ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะนำพาชีวิตให้มาถึงณ จุดนี้ได้ แต่มันเกิดขึ้นจริง ผู้เขียนสามารถเรียนจบดั่งใจหวังทั้งของตนเองและของผู้ให้กำเนิด เป็นความภาคภูมิใจและดีใจที่ได้เลือกเส้นทางเดินชีวิตของตัวเองในทางที่ถูกต้องและเป็นทางที่นำพาไปสู่จุดหมายปลายทางที่ดี ขอบคุณทุก ๆอย่างที่เป็นเหมือนบทเรียนที่มีความหมาย เป็นความทรงจำ เป็นประสบการณ์ที่ดีในชีวิตของคน ๆนี้



-------- " ฉันจะเป็นร่มเงาให้เธอพักพิง " -----

      รูปนี้เป็นรูปที่ผู้เขียนได้ถ่ายไว้เมื่อครั้งได้เริ่มงานที่โรงเรียนในวันแรก โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยเป็นโรงเรียนที่ไม่เคยอยู่ในความคิดฝันในการประกอบอาชีพของผู้เขียนมาก่อน ในความคิดก่อนที่จะเริ่มงานที่โรงเรียนแห่งนี้ ผู้เขียนคิดว่าโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่เข้าทำงานได้ยาก ความสามารถของเราคงไม่มากพอที่จะเข้ามาทำงานในนี้ได้ โดยเฉพาะผู้ไม่มีประสบการณ์ในการสอนอย่างผู้เขียน ในวันนั้นผู้เขียนขับรถเข้ามาจอดและเดินเข้ามาสมัครงานในอาคารด้วยความงุนงง แต่ก็ได้รับโอกาสในการสอบเข้าทำงานทั้งการสอบข้อเขียน การสอบสัมภาษณ์และสอบสอนจริงซึ่งค่อนข้างยากสำหรับผู้ที่ไม่รู้เรื่องการเรียนการสอน แต่ผู้เขียนก็มุ่งมุ่นตั้งใจ จนสามารถเข้ามาทำงานในโรงเรียนแห่งนี้ได้ นับตั้งแต่นั้นมาผู้เขียนก็ตั้งใจที่จะประกอบวิชาชีพครูและค้นพบว่าตนเองมีความสุขในการทำงานกับสิ่งมีชีวิตตัวน้อย ๆในทุก ๆวัน ผู้เขียนอยากตื่นไปเจอเด็ก ๆ อยากพูดคุย ไถ่ถามถึงเรื่องต่าง ๆกับเด็กตัวน้อย เห็นเด็ก ๆวิ่งเล่น พูดคุยหัวเราะสนุกสนาน อยากเป็นครูที่ได้ดูแลเด็ก ๆได้สอนหนังสือ ได้ให้คำแนะนำ ได้เป็นที่พักพิงให้เด็ก ๆเหมือนดั่งต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาและเป็นที่พักใจทุกครั้งยามต้องการ

------- " เราคือ ครอบครัวเดียวกัน " ---------

   รูปนี้เป็นอีกหนึ่งรูปที่ผู้เขียนชื่นชอบมากที่สุดรูปหนึ่ง คือรูปภาพของคณะครูระดับชั้นป.2ในโรงเรียนที่ผู้เขียนทำงานอยู่ 

  ในทุกปีโรงเรียนของเราจะจัดงานเลี้ยงส่งคุณครูที่เกษียณอายุ เป็นการร่ำลาด้วยรอยยิ้มเสียงหัวเราะ(เช่นในรูปภาพ) หรืออาจมีคราบน้ำตาแห่งความซึ้งใจในบางครั้ง ในความหมายของครอบครัวประกอบด้วยพ่อ แม่ พี่น้อง ซึ่งเพื่อนร่วมงานของผู้เขียนคงเปรียบได้ดั่งครอบครัวแสนสุข ครูที่มีอายุรุ่นแม่ขึ้นไป รุ่นลูกดั่งเช่นผู้เขียนจะเรียกท่านว่า แม่หรือพ่อ แต่หากครูที่มีอายุมากกว่าหรือน้อยกว่า เราจะเรียกกันว่าพี่หรือน้อง เป็นการอยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัย มีความจริงใจ เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ดูแลกันเป็นอย่างดี คุณครูแม่,พ่อจะประพฤติตนเป็นต้นแบบที่ดีให้แก่ครูรุ่นลูก รุ่นลูกเองก็รักและให้ความเคารพท่าน ไม่ใช่เพียงเพราะความอาวุโส แต่หากเป็นเพราะการประพฤติปฏิบัติตนที่ดีของท่าน ความเสียสละของท่าน ความน่ารักเป็นกันเองของท่าน เราจึงเกิดครอบครัวที่อบอุ่นนี้ขึ้นมาและมันจะถูกถ่ายทอดต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น 
   ผู้เขียนรักและชื่นชมในครอบครัวป.2 ครอบครัวแห่งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ครอบครัวแห่ง
PRC.



---- " ลูกชิ้นของผมและแสงโซล่าร์เซลล์ " ----

   "ครูครับ เพื่อนเอาลูกชิ้นไปปิ้งกับแสงโซล่าร์เซลล์แล้วครับ" สิ้นเสียงเด็กน้อยที่บอกกับผู้เขียน ผู้เขียนรีบหันหลังไปดูด้วยความงุนงง 
ภาพที่เห็นทำเอาผู้เขียนต้องรีบเก็บภาพไว้ทันที ลูกเสือตัวน้อยนำลูกชิ้นที่ฝึกเสียบด้วยไม้เสียบลูกชิ้นแท่งยาวไปยืนถือให้แสงอาทิตย์ส่อง ยิ่งยื่นแขนให้สูงเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ลูกชิ้นสุกเร็วมากขึ้นเท่านั้น เด็ก ๆคงคิดเช่นนั้น มือที่กำไม้เสียบลูกชิ้นจึงยื่นไปสุดแขน ทำเอาผู้เขียนต้องทิ้งกองไฟกองน้อย ๆในเตาอังโล่ชั่วขณะ เพื่อมาเรียกเด็ก ๆให้มาเข้าแถว เพื่อปิ้งลูกชิ้นจากเตา ไม่ใช่จากความร้อนของแสงอาทิตย์ นึกถึงภาพเหตุการณ์นี้เมื่อใด ก็อดที่จะขำไม่ได้ นี่แหละหนาที่เค้าเรียกกันว่า ความไร้เดียงสาของเด็ก 



------- " โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล " -------------

   ด้วยชีวิตของผู้เขียนไม่ค่อยได้มีโอกาสออกนอกเขตจังหวัดของตนเองสักเท่าไหร่ เมื่อมีโอกาสได้ไปท่องเที่ยว จึงค่อนข้างจะตื่นเต้นและเตรียมความพร้อมมากเป็นพิเศษ การนั่งรถนานถึง 2 คืน 3 วัน ช่างยาวนานเสียจริง แต่เมื่อได้มาสัมผัสน้ำทะเลใส หาดทรายสีขาวละเอียด มองเห็นเกาะกลางทะเลรูปร่างแปลกตา ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางก็หายไป ผู้เขียนเดินทางด้วยเรือสปีดโบ๊ทไปยังเกาะน้อยใหญ่ ได้ลองดำน้ำความคาดหวังคือ เห็นฝูงปลาสวยงามที่อยู่ในท้องทะเล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงนั่นคือ วัตถุก้อนกลม ๆที่ลอยอยู่กลางทะเล ได้แต่มองดูคนอื่น ๆดำน้ำกันสนุกสนาน ด้วยความที่ไม่เคยฝึกหัดดำน้ำมาก่อน ผู้เขียนจึงยกธงขาวให้เจ้าหน้ากากดำน้ำ ไม่สามารถใช้ดำน้ำได้จริง ๆ ขอยอมแพ้ แต่ถึงอย่างนั้นผู้เขียนก็มีความสุขที่ได้มาเที่ยวทะเลในครั้งนี้ เป็นประสบการณ์ดี ๆ เป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป



------------ " อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ บอกให้เธอฟังไม่ได้สักคำ " -------------------

  ผู้เขียนขอแนะนำให้รู้จักกับลูกสุนัขตัวอ้วน สิ่งมีชีวิตตัวแรกที่ผู้เขียนเลี้ยงไว้ที่บ้าน ผู้เขียนเรียกมันว่าหมีพูห์ บางครั้งก็เรียกเจ้าอ้วน มันเป็นสุนัขพันธุ์ผสมจากสุนัขของเพื่อนผู้เขียนเอง เพื่อนบอกว่าปู่ย่าตายายมันเป็นคนละสายพันธุ์ เจ้านี่เลยไม่รู้ว่าสายพันธุ์ผสมอะไรบ้าง บางคนบอกว่ามันเหมือนตุ๊กตา บางคนบอกว่าเหมือนหมี แต่สำหรับผู้เขียนมันเหมือนตุ๊กตาหมีหน้าขนที่มีพลังร้อยคูณร้อย วิ่งซนอันดับ 1
กินจุอันดับ 2 เป็นสิ่งมีชีวิตที่จะไม่อยู่นิ่งเมื่อเห็นเจ้าของ และจะวุ่นวายมากที่สุดเมื่อใครกวาดบ้านหรือทำอาหาร แต่ถึงเจ้าหมีพูห์จะซน
กินจุและวุ่นวายมากแค่ไหน มันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างความสุขในทุก ๆวัน สร้างรอยยิ้มและสามารถเก็บความลับได้เป็นอย่างดี :)




--- " วันสุดท้ายที่เราจะเลิกเป็นแฟนกัน " ---

   " จุดเริ่มต้นความรัก นั่นล้วนมาจากใจ อาจไม่มีเหตุผล แต่ฉันรู้ว่ามันใช่ "
 ในชีวิตของผู้เขียนผ่านการให้ความรักและได้รับความรักหลาย ๆครั้ง มีทั้งดีและไม่ดีเท่าไหร่ ส่วนที่ดีก็จะถูกจัดเก็บไว้เป็นความทรงจำ 
ส่วนที่ไม่ดีก็จะถูกจัดเก็บไว้ให้เป็นบทเรียนให้เรียนรู้และแก้ไข ผู้เขียนเพิ่งแต่งงานในปีนี้(เดือนมีนาคม) หากจะว่าช่วงข้าวใหม่ปลามันก็ไม่เชิง เพราะเรารู้จักกันมาค่อนข้างนาน อยู่ด้วยกันทุกวัน เรียนรู้นิสัยใจคอซึ่งกันและกันมาค่อนข้างมากพอ จนสุดท้ายก็มั่นใจว่าผู้ชายคนนี้แหละที่เราอยากอยู่ด้วยกันไปตลอดจนแก่เฒ่า เล่าไปก็แอบเขิลไป :) 

  อยากจะขอบคุณคนข้างกายคนนี้ที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุข รักและเข้าใจในความเป็นเรา ดูแลเราและเป็นทุกอย่างสำหรับเรา ขอบคุณมาก ๆจริง ๆ



--- " ขอให้เธอมีรอยยิ้มแบบนี้ในทุก ๆวัน " --

   ผู้เขียนเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความสามารถคือ เมื่อไม่ยิ้ม ทำหน้านิ่งจะดูไม่ค่อยอยากมีคนคุยด้วย จะเรียกว่าหน้าเหวี่ยง หน้าดุ หรือหน้าไม่รับแขก เมื่อรู้จุดบกพร่องของตนเองในข้อนี้ ผู้เขียนจึงพยายามยิ้มบ่อย ๆ เพื่อให้เป็นคนที่น่าคบหามากขึ้นและต้องการจะสื่อว่าตนเองไม่ใช่คนดุ คนวีนเหวี่ยงใด ๆทั้งสิ้น ออกจะติ๊งต๊อง สนุกสนาน เฮฮาไปเรื่อย ผู้เขียนคิดว่าตนเองเป็นคนโชคดีที่เป็นคนยิ้มง่าย หัวเราะง่าย สามารถสร้างความสุขให้ตัวเองได้ คิดอยู่เสมอว่าเราควรเป็นผู้สร้างความสุขให้แก่ผู้อื่นหรือแม้แต่ตัวเราเอง เมื่อไหร่ที่เรายิ้ม เราหัวเราะ สิ่งต่าง ๆรอบ ๆก็จะดูสดใสและมีชีวิตชีวามากขึ้น  

  เพราะฉะนั้นหากผู้เขียนส่งรอยยิ้มให้ ขอให้คิดว่าผู้หญิงคนนี้กำลังสร้างความรู้สึกดี ๆส่งไปให้ และหวังว่าจะได้รับรอยยิ้มกลับคืนเช่นกันค่ะ :))

-----------------------------------------------

  แม้โลกจะหมุนไปกี่รอบ พระอาทิตย์จะขึ้นหรือตกอีกสักกี่ครั้ง รูปถ่ายก็จะยังคงเดิม เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนอดีตที่เกิดขึ้นในบางช่วงของชีวิต เป็นความทรงจำดี ๆ

  ท้ายนี้ผู้เขียนขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยือน และหวังว่าผู้เขียนจะได้รู้จักท่านผ่านรูปภาพและตัวอักษรที่มีความหมายของท่านเช่นกันนะคะ :) ขอบคุณค่ะ