แสงทองจับขอบฟ้าเหนือขุนเขา ที่ผมมองออกไปจากแพชาวดง ที่ลอยอยู่กลางท้องน้ำในอ่างเก็บน้ำอันกว้างใหญ่ไม่ไกลจากเขื่อนศรีนครินทร์ อากาศเย็นสบายกับข้าวต้มมื้อเช้าร้อนๆเข้ากันดีเหลือเกิน..
วันที่สองของการคืนถิ่นศรีสวัสดิ์ ดินแดนที่ผมเคยปฏิบัติราชการอยู่หลายปี ทำให้ผมนึกถึงบทเพลงแรกในชีวิตที่คิดและเขียนขึ้นที่นี่ เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๔๐..
“.แมกไม้ทิวครึ้มดื่มด่ำทวี หากได้ไปที่ศรีสวัสดิ์ไสว ท่องเที่ยวทั่วถิ่นถวิลพงไพร มีเขื่อนกว้างใหญ่ นามว่าศรีนครินทร์..” เนื้อเพลงท่อนต่อไปได้พูดถึงเขาตับเตาที่คดเคี้ยว แต่ช่วงเช้าของวันนี้ ผมยังไม่ขับรถลงเขา แต่จะลงแพขนานยนต์เพื่อขึ้นไปที่ตัวอำเภอ...
เก้าโมงกว่าๆ ผมขับรถลงแพ ตัวแพขนานยนต์ดูใหญ่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือท่าแพดูมีมาตรฐานมากขึ้น ขณะที่จอดรถบนแพ มีกติกาอยู่ว่าต้องดับเครื่องแล้วลงจากรถ
“สัญลักษณ์กล่าวขานแพขนานยนต์ ทั่วทุกคนพ้นไปไม่ได้หรอกหนา นั่งชมทิวทัศน์ คลื่นซัดฝูงปลา ล่องลอยธารา บ่ายหน้าสู่อำเภอ....” เพลงศรีสวัสดิ์ของผม ผสมด้วยจังหวะบีกิน ดังแว่วอยู่ในความทรงจำทำให้มองทิวทัศน์ได้อย่างเพลิดเพลิน
แพเทียบท่า..สิ่งแรกที่คิดถึงก็คือ โรงเรียนบ้านโป่งหวาย..โรงเรียนขนาดเล็กเมื่อ ๒๐ ปีก่อน ตอนนี้จะเป็นอย่างไรหนอ ผมเคยมานิเทศติดตามการเรียนการสอนบ่อยมากๆ
รถเลี้ยวเข้าโรงเรียนบ้านโป่งหวาย ผมขนลุกซู่เลย..หน้าโรงเรียนเขียนว่าโรงเรียนรางวัลพระราชทาน..รีบจอดรถแล้วศึกษาดูงานอย่างรีบเร่ง เพราะเป็นโรงเรียนที่ทำเรื่องศาสตร์พระราชา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา
ผู้บริหารชื่อ นางสาวสายหยุด ห้าวเจริญ..เป็นผู้บริหารที่ได้รับรางวัลครูผู้มีอุดมการณ์ในระดับชาติ ท่านมาดำรงตำแหน่งได้หลายปี วันนั้นมีเด็กไม่ถึงร้อย ตอนนี้ ๑๔๐ คนแล้ว
พื้นที่โรงเรียนมี ๔๐ กว่าไร่ ใช้ประโยชน์ได้หมด ปลูกไม้ยืนต้นและไม้ผล โดดเด่นมากในเรื่องผักปลอดสารพิษ สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนจึงดูร่มรื่นเขียวขจีเห็นแล้วรู้สึกสุขใจยิ่งนัก สมแล้วที่เป็นโรงเรียนในกองทุนการศึกษาของพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙
ผมเดินทางต่อไปยังที่ว่าการอำเภอศรีสวัสดิ์..ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก เพื่อจะได้เห็น สปอ.ในฝันของผม ที่ล่มสลายไปเพราะมีเขตพื้นที่การศึกษาขึ้นมาแทน
ตกใจอีกเหมือนกัน..ทำไมโรงเรียนที่ผ่านมาดูดีขึ้น แต่สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอถึงรกร้างวังเวงได้ถึงเพียงนี้ ทำไม?ถึงไม่มีหน่วยงานใดมาใช้ให้เกิดประโยชน์..
นึกถึง..วันที่สำนักงานสร้างเสร็จใหม่ ๆ ผมกับน้องๆดีใจ ช่วยกันตกแต่งและปลูกต้นไม้โดยรอบ ใครมาเห็นก็ชื่นชม ก็เหมาะสมแล้วที่ผมได้หัวหน้านักพัฒนา
ท่านเป็นหัวหน้าการประถมศึกษา..คนแรกของผม “ท่านทวีศักดิ์ พัดศรีเรือง” ท่านทำเรื่องการศึกษา ได้เป็นที่ประจักษ์ของจังหวัดกาญจนบุรี แต่วันนี้ภาพที่เห็น..
จึงเป็นอุทาหรณ์ให้สอนใจ ว่าไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน แม้แต่คำพูดที่ว่า การศึกษาคือความเจริญงอกงาม แท้จริงอาจไม่ใช่ก็ได้ แต่ที่แน่นอนกว่าก็คือ..
ท่านหัวหน้าเคยให้รางวัล“วันครู”แก่ผม ชื่อรางวัล “บุคคลขยันแห่งปี” ตอนนั้นก็แค่รู้สึกว่าหัวหน้าใช้จิตวิทยาบริหาร แต่มาวันนี้..มันไม่ใช่เพียงตำนานเสียแล้ว เพราะผมกลับขยันขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น หรือเป็นเพราะรางวัลที่ท่านหัวหน้ามอบให้....
ผมเดินไปดูบ้านพักที่เคยอยู่ รีบไปดูต้นไม้ที่ปลูกไว้ มีต้นสัก ต้นขนุน ต้นมะกอก ใหญ่โตมโหฬารทุกต้น ขับรถไปดูโรงเรียนบ้านด่านแม่แฉลบ ที่ลูกชายเคยเรียน ก็ยุบควบรวมไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็ใช้เป็นโรงเรียนสาขาของโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ
บ่ายมากแล้ว ขับรถกลับลงมาในเส้นทางเดิม ลงเขาตับเตาแล้วย้อนขึ้นไปบนภูเขาลูกใหม่ จุดหมายปลายทางคือโรงเรียนบ้านบนเขาแก่งเรียง ซึ่งผมเคยเป็นครูอยู่ที่นี่..
เมื่อ ๒๐ ปีก่อน เป็นโรงเรียนที่ได้ชื่อว่า สวยที่สุด มีคนมาศึกษาดูงานมากที่สุดของ สปช. ตอนนั้นเส้นทางลูกรังกว่า ๑๐ กม.ขับรถยากมาก แต่ตอนนี้ลาดยางอย่างงาม
โรงเรียนยังสวยเหมือนเดิม..ผมก็ไปดูบ้านพักครูเหมือนเดิมอีก ยังอยู่ดีแต่ที่ผิดแปลกไปคือต้นขนุนกับต้นสนที่ผมปลูกไว้สูงใหญ่ดูเด่นเป็นสง่าเหลือเกิน ชื่นใจจัง
รู้สึกขอบคุณโรงเรียนบ้านบนเขาแก่งเรียง ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมอยากเป็นผู้บริหารสถานศึกษา งานที่นี่สอนให้ผมรู้รักความสะอาด และอยากเขียนตัวหนังสือให้สวยแบบเขาบ้าง...
ขากลับลงมาเพื่อจะแวะทานกาแฟที่ตลาดเอราวัณ สังเกตสองข้างทางที่เคยเป็นรีสอร์ทหรู แต่วันนี้ดูซบเซา อาจเป็นเพราะพิษเศรษฐกิจ ผิดกับฝั่งตำบลท่ากระดานที่กิจการแพพักดูจะคึกคักมากกว่า..
เย็นมากแล้ว..ขับรถกลับเข้าเมือง ไม่ลืมแวะบ้านครูสมปอง ที่อยู่ไม่ไกลจากตลาดเอราวัณ ครูสมปองมีบ้านรับรองหลังเล็กๆอยู่ริมน้ำ..เคยมืดค่ำแล้วกลับอำเภอไม่ได้ ผมกับหัวหน้าจึงต้องพักนอนที่บ้านพักหรือกระท่อมริมน้ำแควน้อย..
วันนี้..บ้านหลังนั้นก็ยังอยู่..แต่รายล้อมด้วยบ้านพักตากอากาศหรูหราของครูที่ทำธุรกิจใหม่..ขอบคุณในน้ำใจของครูสมปองในครั้งนั้น..ที่ผมไม่มีวันลืมเลือน
“..แมกไม้ทิวครึ้มดื่มด่ำอารมณ์ อยากให้ไปชม งามสมที่ได้เสนอ วัดวาอาราม ถ้ำมากมี ท่านที่เจอะเจอ ต่างใฝ่ฝันเพ้อ ละเมอหวนคืน ศรีสวัสดิ์..เอย”
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๒