ช่วงชีวิตที่ผ่านมา มีหลายสิ่งที่ผ่านเข้ามาทำให้ผมค่อย ๆ เติบโตขึ้น ด้วยโอกาสนี้ผมจึงอยากจะขอขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นบทเรียนให้กับชีวิตของผม ถ้าเป็นเกมส์ก็เหมือนเราผ่านด่านไปเรื่อย ๆ บางด่านอาจจะง่าย บางด่านอาจจะยากเกินไป บางด่านอาจจะต้องเล่นหลายรอบ แต่สิ่งที่สำคัญอาจจะไม่ได้เป็นการผ่านไปด่านต่อไปได้ แต่คงเป็นระหว่างทางที่เราผ่านด่านมากกว่า งั้นมาดูแต่ละด่านดีกว่านะครับ

---- GAME START -----

ขอบคุณอย่างที่ 1 ... "แม่" ... เนื่องจากถ้าไม่มีเขาคนนี้ เกมส์ชีวิตของผมก็คงไม่ได้ Log in เข้ามาแน่นอน แม่เหมือนเป็นผู้ช่วยในการผ่านด่านของผม ทั้งในด้านของความรู้พื้นฐาน ไปจนถึงแหล่งเงินทุนสำคัญ (สำคัญจริง 555) 

ขอบคุณอย่างที่ 2 ... "พ่อ" ... ถ้าไม่มีพ่อ ก็คงไม่มี Log in เข้ามาอีกเหมือนกัน พ่อผมพูดน้อย แต่จริงใจนะ พ่อจะเป็นคนหากับข้าวให้กิน และ เป็นคนไปรับไปส่ง ตอนเรียนพิเศษ หรือไปทำงานที่โรงเรียน (ถึงจะได้ทำนิดเดียว)

ขอบคุณอย่างที่ 3 ... "น้า" ... คนนี้แม้ว่าจะไม่ช่วยให้ผม Log in เกมส์ชีวิตได้ แต่เป็นบุคคลสำคัญในช่วงวัยนี้ของผมเลย น้าเป็นคนเลี้ยงผมตั้งแต่ยังเป็นนักรบฝึกหัด ในช่วงอายุนี้ เขาคือบุคคลที่ช่วยในเรื่อง คุณธรรม จริยธรรมของผมอย่างแท้จริง (ให้ MVP ไปเลยครับผม)

ขอบคุณอย่างที่ 4 ... "พี่สาว" ... พี่สาวผมเป็นคนที่ดูแลผมดีมากในช่วงที่พ่อกับแม่ไม่อยู่ เป็นคนที่มีส่วนสร้างความอ่อนโยนในตัวผมเหมือนกันการวาดภาพ มีช่วงหนึ่งพี่มีโอกาสสอนการบ้านผมด้วย (ตอนนั้นงง ๆ) และอีกหลาย ๆ

ขอบคุณอย่างที่ 5 ... "พี่ชาย" ... บุคคลนี้มีอิทธิพลกับผมในเรื่องของความชอบของผม การที่ผมชอบกีฬา อ่านการ์ตูน และชอบเล่นเกมส์ เป็นพลังที่ได้รับจากเขาล้วน ๆ เลย เมื่อก่อนเล่นเกมตลับ ผมก็เล่นเป็นเพื่อนเขานั้นแหละ (ต้องเป่าก่อนนะ ถ้าเล่นไม่ได้)

นี้อาจจะเรียกได้ว่า เป็นครูฝึกในช่วงแรกก่อนผมจะตะลุยด่านเลยก็ว่าได้ ต่อไปเรามาดูกันสิว่า ระหว่างทางผมไปเจออะไรบ้าง 

ขอบคุณอย่างที่ 6 ... "เตียงนอน" ... ถ้าไม่มีสิ่งนี้ พลังงานกายคงจะไม่ฟื้นกลับมาแน่นอน และอีกอย่างทำให้ผมรู้อบอุ่นในช่วงตอนเด็ก เพราะได้นอนกับพ่อและแม่เลย (บางทีอุ่นจนร้อนเลย)

ขอบคุณอย่างที่ 7 ... "ห้องน้ำ" ... ไม่ว่ามีความทุกข์แค่ไหน ก็ยังตอนรับผมเสมอ ตอนเด็กผมมักจะโดนเตือนเรื่องการใช้ห้องน้ำเพราะผมอาบน้ำนานมาก ๆ (ความจริงคือเล่นน้ำมากกว่า) ทุกคนในบ้านเลยมักหาทาง โดยการอาบน้ำให้ หรือ เอาบางอย่างมาล่อ

ขอบคุณอย่างที่ 8 ... "ห้องครัว" ... อาหารต่าง ๆ ที่ทำให้ผมโตมาได้ทุกวันนี้ ก็มาจากห้องนี้แหละ ตอนเด็กผมชอบไปดูทุก ๆ คนทำกับข้าว 
(หิวก็บอกเถอะ)

ขอบคุณอย่างที่ 9 ... "ห้องนั่งเล่น" ... ที่ทำให้ทุกคนอยู่รวมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เตรียมอาหารบ้าง นั่งดูโทรทัศน์บ้าง 
(สงครามเปลี่ยนช่องเริ่มแล้ว)

ขอบคุณอย่างที่ 10 ... "บ่อปลาหน้าบ้าน" ... ทำให้ผมรู้จักการช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตอื่น ในเวลาว่าง ๆ แม่จะชวนผมไปเปลี่ยนน้ำในบ่อปลา ซึ่งผมก็จะชอบเป็นเอาปลาออกจากบ่อ และไล่จับปลาที่มันกระโดดออกมาตกพื้น (บางตัวก็ช่วยไม่ทัน T T)

ขอบคุณอย่างที่ 11 ... "ต้นไม้ในบ้าน" ... ช่วยสร้างความรื่นรมในใจของผม บ้านผมต้นไม้เยอะเนื่องจากแม่ชอบปลูก ผมเองก็เลยชอบไปด้วย ดังนั้นเวลาวาดรูปหรือทำอะไรก็ตามสีเขียว ก็เป็นสีหนึ่งที่ผมชอบใช้ (เขียวอี๋)

ขอบคุณอย่างที่ 12 ... "รั้วบ้าน" ... ตั้งแต่ผมเกิดจนถึงปัจจุบัน รั่วบ้านผมยังไม่เปลี่ยนเลยครับ (เก่าแท้) ตอนเด็ก ๆ หลายครั้งที่ไม่มีคนอยู่บ้าน ดังนั้นเลยล๊อกกุญแจหน้าบ้านไว้ ผมจึงจำเป็นต้องปีนรั่วเข้าไปในบ้าน แล้วก็นรออยู่ในบ้าน หรือตอนโตขึ้นมาหน่อยตอนฝึกขับรถมอเตอร์ไซค์ ก็รั้วบ้านนี้แหละที่เป็นตัวช่วยหยุดรถไม่ให้พุ่งเข้าบ้าน 555+

ขอบคุณอย่างที่ 13 ... "หลอดไฟ" ... แสงสว่างของหลอดไฟช่วยปัดเป่าความมืดในบ้าน หลายครั้งที่ผมรู้สึกกลัวในตอนกลางคืน ก็มีสิ่งนี้แหละที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย เมื่อก่อนบ้านผมชอบไฟดับมากช่วงฝนตก ฝนก็จะแก้ปัญหาด้วยการหลับไปเลย (ตื่นมาไฟยังไม่มาก็มีนะ)

ขอบคุณอย่างที่ 14 ... "โทรทัศน์" ... นี้เหมือนเป็นสื่อบันเทิงในช่วยที่ผมเริ่มออกไปผจญภัยในโรงเรียน เจ้ากล่องสีเหลี่ยมนี้เหมือนเป็นทุก ๆ อย่าง มันทำให้ผมตื่นเช้าและหลับดึกด้วย (รายการยามดึก) ตอนเด็กผมตื่นคนแรกในบ้าน เพื่อมารอดดูการ์ตูน (เจ้าขุนทองมาแล้ว เย้ ๆ) ลากยาวไปจนถึง ช่องเก้าการ์ตูน สิ่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมรู้จักการ์ตูนเลยก็ว่าได้ ถึงแม้เดี๋ยวนี้บทบาทของเจ้ากล่องสี่เหลี่ยมมันจะลดลงก็ตาม

ขอบคุณอย่างที่ 15 ... "พัดลม" ... สวรรค์ของฤดูร้อนคือเจ้าสิ่งนี้แหละครับ พัดลมเมื่อก่อนเครื่องเล็กมาก บางทีก็มีแอบร้อนบ้าง แต่คงเป็นเพราะอากาศเมื่อก่อนเย็นกว่าปัจจุบันแค่พัดลมก็เย็นสบายละครับ (เปิดไล่ยุงก็ได้นะ)

ขอบคุณอย่างที่ 16 ... "น้ำอุ่น" ... ถ้าไม่มีสิ่งนี้ การอาบน้ำในช่วงฤดูหนาวคงเป็นไปไม่ได้เลยถ้าน้ำที่ใช้อาบมันยังคงเย็นอยู่ (ห้องน้ำคืออะไรเหรอ ?) น้ำอุ่นยังช่วยทำให้ผมได้กินเครื่องดื่มอุ่นอีกด้วย การได้กินไมโลร้อนซักแก้วตอนเช้าในหน้าหนาวมันเยี่ยมไปเลยครับ

ขอบคุณอย่างที่ 17 ... "ไฟ" ... เป็นสิ่งที่สำคัญมากจริงคร้บทั้งในด้านของการประกอบอาหาร และการทดลองของผม ตอนเด็กผมชอบนำสิ่งของต่าง ๆ มาเผาเล่นดูว่าจะเป็นอย่างไร (ดีนะมันไม่ไหม้บ้าน) จำไม่ได้ว่าเผาไปกี่อย่างแต่เปลวไฟมันดูสวยดีครับ ไฟช่วยให้ความอบอุ่นอีกด้วย ตอนช่วงที่หนาวผมจะไปนั่งใกล้ ๆ กับเตาถ่านและรอข้าวหลามสุก ตาของผมก็จะเป็นเผา บางทีก็ข้าวเปล่า ๆ บางที่ก็ใส้ถั่ว

ขอบคุณอย่างที่ 18 ... "เสื้อผ้า" ... เป็นสิ่งป้องกันความร้อนและความหนาว แต่ละชุดผมชอบเก็บไว้ เพราะมันมีความทรงจำของชุดแต่ละชุดอยู่ เสื้อบางตัว หรือกางเกงบางตัว ถึงตอนนี้ก็ยังหาได้จากตู้เสื้อผ้าของผม แต่แม่ผมชอบที่จะบริจากเสื้อผ้าพวกนี้ให้กับคนอื่นที่เขาไม่มีเงิน (ตอนเด็ก ๆ ก็มีสงสัยบางว่าเสื้อผ้าหายไปไหน) เสื้อผ้าเองก็สอนเรื่องการแบ่งปันเหมือนกันนะครับ

ขอบคุณอย่างที่ 19 ... "ตู้เสื้อผ้า" ... ที่คอยเก็บชุดต่าง ๆ ของผมไว้อย่างดี หลายครั้งตอนเปิดตู้เสื้อผ้าก็ทำให้ ผมนึกถึงกระดานระบายสีของผม ตอนอยู่อนุบาลผมจำอะไรไม่ได้เลย มารู้ตัวอีกทีตู้เสื้อผ้าก็มีแต่สีเทียนเต็มไปหมด (ที่บ้านผมก็ไม่ลบออกด้วยนะ) และอีกอย่างมันยังเป็นที่อยู่ของเพื่อน ๆ ก็คือผึ้งนั้นเอง พวกมันไปทำรังอยู่หลังตู้ครับ จนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ที่เดิมนะครับ 

ขอบคุณอย่างที่ 20 ... "คอมพิวเตอร์" ... นี้เป็นเหมือนการที่นิวตันเห็นแอปเปิ้ลหล่นแล้วคิดกฏทางฟิสิกส์ได้เลย ผมเห็นมันครั้งแรกที่บ้านเพื่อนของผม ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกครับ (นึกว่าโทรทัศน์) แต่พอโตมากขึ้นที่โรงเรียนก็สอนในคาบคอมพิวเตอร์  คอมพิวเตอร์เป็นมากกว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับผม นี้คือสมาชิกคนสำคัญที่ทำให้ผมเป็นผมทุกวันนี้เลยครับ ผมเริ่มชอบมันจริง ๆ หลังจากไปร้านปริ้นงานกับแม่ ความสนุก ความตื่นเต้น ยังคงเป็นมีอยู่ตั้งแต่ตอนนั้นครับ

ขอบคุณอย่างที่ 21 ... "อนุบาลพิมานเด็ก" ... เป็นโรงเรียนแห่งแรกของผม ผมเริ่มมีเพื่อน ๆ ก็จากที่นี้แหละครับ ที่แห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงที่สร้างความพร้อมของผมก่อนผมจะเริ่มเข้าไปลุยในด่านประถมศึกษา ผมจำได้เรื่องราวไปคราวๆเองครับ จำได้ว่าตอนนั้นชอบกินหวานเย็นมาก ผมสนุกมาก ๆ ที่ได้ไปโรงเรียน (ได้หลับกลางวันกับเพื่อน ๆ ด้วย)

ขอบคุณอย่างที่ 22 ... "สวนสัตว์เชียงใหม่" ... นี้เป็นสถานที่ที่ผมชอบมาก ๆ จนโตขนาดนี้แล้วก็ยังรู้สึกชอบอยู่ ถ้าเป็นเกมส์นี้ก็คงเหมือนด่าน Bonus ที่ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับมันแน่นอน ผมจำได้แม่นเลยว่า เข้าไปต้องเจอเจ้าฟรามิงโก้ก่อน สถานที่นี้ทำให้ผมรู้ว่าโลกของเรายังมีเพื่อน ๆ อยู่ร่วมกันอีกเยอะ และตราบใดที่เราไม่เบียดเบียนเขา เขาก็ไม่เบียดเบียนเราหรอกครับ (ตอนนั้นชอบเพนกวินมากเลย)

ขอบคุณอย่างที่ 23 ... "สวนน้ำพรพรมพาราไดซ์" ... เป็นสวนน้ำที่มีชื่อเสียงมากครับ แต่ปิดตัวลงไปนานแล้วครับ ที่แห่งนี้ทำให้ผมรู้จักสิ่งที่เรียกว่าสไลเดอร์เป็นครั้งแรก เลยเป็นการฝึกฝนความกล้าไปในตัว ต่อมาส่งผลให้ผมไม่กลัวน้ำ และชอบเล่นน้ำยิ่งไปอีก (อาบน้ำนานกว่าเดิม)

ขอบคุณอย่างที่ 24 ... "Starcraft" ... นี้อาจจะเป็นเกมส์คอมพิวเตอร์เกมแรกของผมเลยก็ว่าได้ ผมได้เรียนรู้การวางแผนเบื้องต้น การฝึกกดคีย์บอร์ดแรก ๆ ของผมมาจากเกมส์นี้เลยครับ (พิมพ์สูตรช่วยเล่นต่าง ๆ) ด้วยความที่เมื่อก่อนเกมส์ในเครื่องมีไม่เยอะ ก็เลยได้เล่นจากไม่เป็นเลยจนเล่นเป็นครับ

ขอบคุณอย่างที่ 25 ... "Dragonball" ... ที่ทำให้รู้ว่าถึงจะสู้แบบไหน โงกุนของเราก็กางเกงไม่ขาด (ไม่ใช่ละ) การ์ตูนเรีื่องนี้สอนผมให้ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย และความดีสักวันหนึ่งมันก็จะเห็นผลซักวัน เหมือนที่โงกุนมีเพื่อนมากมาย

ขอบคุณอย่างที่ 26 ... "วิชาภาษาไทย" ... ที่ทำให้ผมอ่านออก เขียนได้ พูดได้อีกด้วย นี้เหมือนเป็นกุญแจหลักอีกดอกหนึ่งในการเปิดคลังความรู้เลย การที่ผมอ่านบทความ ดูภาพยนตร์รู้เรื่องได้นั้นก็เพราะภาษาไทยนี้แหละครับ (ถึงจะชอบเขียนผิดบ่อย ๆ ก็เถอะ)

ขอบคุณอย่างที่ 27 ... "โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แผนกประถม" ... ที่ให้ประสบการณ์ในการตื่นตีห้าถึงโรงเรียนเจ็ดโมง และสังคมที่หาในบริเวณไหนไม่ได้ ผมชอบโรงเรียนนี้เพราะ นี้ถือเป็นด่านที่ยากที่สุดในชีวิตของผมเลยก็ว่าได้ การที่ต้องทนกับเพื่อนที่นิสัยแย่ หรือการอดทนต่อสังคมที่มีแต่เพื่อนที่เป็นคนรวย ๆ มันยากมากครับ แต่ผมก็ผ่านมันมาได้ (เสียน้ำตาไปเยอะแต่ก็ไม่เสียใจนะครับ)

ขอบคุณอย่างที่ 28 ... "วิชาศิลปะ" ... ในการเสริมสร้างจิตนาการอันไร้ขีดจำกัด และถ่ายทอดบางอย่างออกมาเป็นภาพวาด ผมว่าบางทีรูปภาพก็ถ่ายทอดได้ดีกว่านะครับ ผมเคยได้วาดรูปวันแม่ลงหน้าปกนิตยสารโรงเรียนด้วยครับ (ดีใจมากเลย)

ขอบคุณอย่างที่ 29 ... "Pokemon" ... เป็นทั้งเกมส์และการ์ตูนอีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบมาก สิ่งที่ผมได้รับคือ ในโลกไม่มีอะไรเป็นผู้ชนะและผู้แพ้ไปตลอด โปเกม่อนบางตัวอาจจะชนะตัวนี้แต่แก้ตัวนั้น มันเป็นแบบนี้เสมอเหมือนกันการเป่า ยิง ฉุบ เลยครับ (ปิกาชู ฉันเลือกนาย)

ขอบคุณอย่างที่ 30 ... "วิชาคณิตศาสตร์" ... ที่ช่วยให้ผมรักในการคำนวน ผลลัพธ์ของตัวเลขไม่เคยหลอกเราเลย มีแค่คำตอบเดียว แต่คนเรานี้สิครับมีหลายคำตอบ (ว่าไปนั้น) ผมรู้สึกดีใจมากถ้าผมสามารถคำนวนได้ตรงกับเฉลยครับ

ขอบคุณอย่างที่ 31 ... "แม่สูตรคุณแม่ 4" ... ที่ทำให้ผมได้เล่นเกมส์ในคืนนั้น วันนั้นผมขอแม่ไปพิมพ์งานด้วย (ความจริงจะไปเล่นเกมส์) พอจะลงรถ แม่กับพี่บอกผมว่า ท่องแม่สีให้ได้แล้วค่อยลงไปเล่น ผมพยายามท่องอยู่ 2- 3 รอบก็ทำได้ ดีใจมาก ๆ ครับ

ขอบคุณอย่างที่ 32 ... "Red Alert 2" ... ที่ช่วยให้ใจสงครามมากขึ้น เกมส์นี้เป็นเกมส์แนวสงครามครับ แต่บางแผนที่ต้องสู้กับในเมืองด้วย บางทีผมก็คิดนะว่ามีชัยชนัของเราในเกมส์ต้องแลกกันทหารของเรากี่คนกันแน่ (แล้วถ้าในชีวิตจริงล่ะ)

ขอบคุณอย่างที่ 33 ... "Bodyslam" ... ที่ทำให้ผมเป็นชาวร๊อค 555+ จริง ๆ แล้วเพลงแรกที่ผมชอบถึงกับต้องซื้อเทปมาฟังเลยคือ เพลงซื่อสัตย์ครับ แต่ Bodyslam บางเพลงก็ให้กำลังใจในการใช้ชีวิตดีครับ (ถูกใจวัยรุ่น)

ขอบคุณอย่างที่ 34 ... "Silly Fools" ... ที่ทำให้นึกถึงเสียงที่ทรงพลังของนักร้องนำ (พี่โต) เป็นวงที่ผมเปิดอ่านเนื้อเพลงตรงปกเทป อ่านไปก็ชอบไปครับ 

ขอบคุณอย่างที่ 35 ... "Linkin Park" ... ที่ทำให้ผมเริ่มรู้จักเพลงต่างชาติ ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นชาวร๊อคที่แท้จริงแล้วครับ ฟังแต่อย่างนี้แหละ ถามว่ารู้เรื่องรึเปล่าบอกเลยว่า ไม่ แถวร้องไปเรื่อยอีก (ใครร้องได้ยุคนั้นนี้ ยอมเลยครับ)

ขอบคุณอย่างที่ 36 ... "Worm" ... เป็นเกมส์หนอนน่ารัก ๆ ยิง ๆ กันที่ทำให้ผมรู้ว่า มิตรภาพในเกมนี้ไม่มีอยู่จริง เกมส์นี้ทำให้ผมรู้จักพี่ ๆ ที่อยู่แถว ๆ บ้าน และกลายเป็นว่าต้องนัดกันเล่นเกมส์นี้ประจำ (เอาไอซ์ก่อน ๆ - -)

ขอบคุณอย่างที่ 37 ... "Jurassic Park" ... ช่วยทำให้รู้ว่า ไดโนเสาร์หน้าตาเป็นอย่างไร  มันถือเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นมาก ๆ ครับ ที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่เฝ้าโลกเรามาก่อนเป็นหลายล้านปี (T-rex สุดยอดมาก) 

ขอบคุณอย่างที่ 38 ... "Armageddon" ... เป็นหนังที่ทำให้รู้ว่าการเสียสละเป็นเรื่องที่สำคัญ และหนังเรื่องนี้เองที่จุดเริ่มจุดประกายในความชอบวิทยาศาสตร์ขอผมด้วย (พ่อพระเอกผู้เสียสละ)

ขอบคุณอย่างที่ 39 ... "One Piece" ... ที่ทำให้เห็นว่าเพื่อนกันต้องไม่ทิ้งกัน การ์ตูนเรื่องนี้ผมดูครั้งแรกที่ช่อง itv แต่มันดันออกไม่จบ (ตอนนั้นเปิดสลับกับช่อง 9) แต่พอโตมาก็มีโอกาสได้ดูจนได้ ความรู้สึกตอนดูก็เหมือนเดิมกับตอนเด็กเลยครับ

ขอบคุณอย่างที่ 40 ... "Naruto" ... ที่ทำให้ผมรู้จักการแบ่งปัน และตัวพระเอกยังแอบคล้าย ๆ ผมช่วงหนึ่งด้วย ตอนอยู่ประถมผมเคยยืมหนังสือการ์ตูนเพื่อมาให้เพื่อนอ่าน (โดนหลอกแล้ว) แต่เพื่อนผมก็ดีนะครับ บอกว่า เดี๋ยวช่วยไหม/ขอบคุณนะ ค่อยใจชื่นขึ้มาหน่อย

ขอบคุณอย่างที่ 41 ... "เกมส์เมอร์นิวส์" ... นิตรสารเกมส์ออนไลน์ในยุคนั้นท้ัง ๆ ทีบ้านผมไม่มีอินเทอร์เน็ต (เคยเอาเกมส์ไปลงแต่เล่นไม่ได้) แล้วที่สำคัญ 20 บาท ในตอนนั้นถือว่าแพงมากสำหรับเด็ก ถ้าผมจะซื้อ ผมจะต้องอดขนมในวันนั้นเลย ซึ่งแม่ผมไม่โอเคแน่นอนครับ จากนั้นก็เลยหยุดซื้อเลยครับ

ขอบคุณอย่างที่ 42 ... "สมุด" ... ที่ทำให้ผมได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ ทุกคนคงจะรู้จักเกมส์กระดาษนะครับ (โดยเฉพาะผู้ชาย) ซึ่งสิ่งนี้แหละทำให้ผมกลายเป็นนักสร้างเกมส์ที่ดีที่สุดของห้อง ณ เวลานั้นเลยครับ

ขอบคุณอย่างที่ 43 ... "รายการวิทยุ" ... ที่ทำให้ผมหาเพลงที่เพราะ ๆ ได้ในแต่ละคืน ในช่วงที่ผมเริ่มนอนคนเดียว ก็ไม่รู้สึกกลัวๆอยู่เลย นำวิทยุมาช่วยเป็นเพื่อนยามดึก  (เปิดถึงเช้าเลยครับ)

ขอบคุณอย่างที่ 44 ... "วิชาวิทยาศาสตร์" ... ที่ทำให้ค้นพบสิ่งสนใจในชีวิตของผม ตอนประถมผมรู้สึกตื่นเต้นมากครับ เมื่อถึงคาบนี้ การที่เราได้เห็นครูทดลอง (อยากทดลองบ้าง) หรือการได้อ่านหนังสือจากห้องสมุด วิทยาศาสตร์ช่วยอธิบายโลกของเรา และมีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา

ขอบคุณอย่างที่ 45 ... "โทรศัพท์บ้าน" ... ที่ให้ผมรู้จักอินเทอร์เน็ตครั้งแรก ตอนนั้นเกมส์ออนไลน์เริ่มเข้ามาในไทยแล้ว ซึ่งผมตื่นเต้นมาก ที่บ้านญาติของผมเล่นเกมพวกนั้นได้ สาเหตุมาจากเจ้าโทรศัพท์นี้แหละครับ (ใครโทรมาเน็ตหลุด - -)

ขอบคุณอย่างที่ 46 ... "คุณครูทุกท่านในระดับประถม" ... ที่อดทนกับความขี้เกียจกับผมในวัยเด็ก ผมไม่ได้เกเรนะครับ แต่ชอบไม่ส่งงาน โดนตีไปก็เยอะ โดนคัดก็เยอะ แต่สิ่งเหล่านี้เหมือนสร้างให้ผมมีความรับผิดชอบที่พร้อมจะเข้าไปสู่ระดับมัธยม 

ขอบคุณอย่างที่ 47 ... "Ragnarok Online" ... เกมส์ออนไลน์ที่ทุกคนต้องรู้จัก ผมเองก็เป็นเหมือนเด็กทุกคน แต่ไม่มีโอกาสได้เล่น เพื่อให้เพื่อนยอมรับผมเลยไปโกหกเพื่อนว่าเล่น สุดท้ายก้โดนจับได้อยู่ดี เกมส์สอนผมว่า การโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดี คนที่โกหกก็จะทุกใจเปล่า ๆ (เพลงประกอบเพราะมากครับ)

ขอบคุณอย่างที่ 48 ... "ฟุตบอล" ... ความสามัคคี ความรักในกีฬาก็จะเริ่มจากสิ่งนี้แหละครับ จากลูกบอลจากฟาขวดน้ำ (ใครใส่รองเท้าห้ามเล่นนะ) ไปจนถึงบอลพลาสติก บอลจากหนัง การรู้แพ้รู้ชนะ น้ำใจ ฟูตบอลสอนผมเยอะแยะเลยล่ะครับ

ขอบคุณอย่างที่ 49 ... "Portfolio" ... ที่ทำให้ผมฝึกนำเสนองานเป็นครังแรกในชีวิต ก่อนขึ้นมัธยมผมต้องนำเสนอแฟ้มผลงนเป็นครั้งแรก ผมกังวลมากเลยครั้บ เพื่อนบางคนทำมา 2 แฟ้มก็มี ของผมทั้งบาง และดูไม่สวยเหมือนของเขา ทุก ๆ ก็บอกว่าไม่ต้องกลัวมั่นใจไว้ ปรากฏว่า ผมก็พูดได้ครับ ผิด ๆ ถูก ๆ แต่ก็ทำได้แล้ว (ตื่นเต้นมาก)

ขอบคุณอย่างที่ 50 ..."เพื่อนในระดับชั้นประถม" ... เพื่อนหลายคน บางคนก็อยู่มาด้วยกันตั้งแต่อนุบาลก็มีครับ เพื่อนใหม่ก็เยอะ ช่วงเข้ามาใหม่ ๆ ผมก็ไม่มีเพื่อนหรอกครับ (พูดน้อยมาก) จนมาเจอเพื่อนที่มีน้ำใจ ใจดีกับผม ซึ่งก็ทำให้ผมไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เพื่อนที่ชอบแกล้งก็มีครับ แต่ผมก็อดทนและหาทางเป็นเพื่อนกับเขานั้นแหละ 

ขอบคุณอย่างที่ 51 ... "Diablo II" ... เกมส์แนวผจญภัยเกมส์แรกในชีวิตเลยครับ พี่ชายเป็นคนแนะนำเกมส์นี้ เมื่อก่อนผลัดกันเล่นครับ ผมต้องตื่นคนแรกของบ้าน เพื่อนมาเล่นก่อน เกมส์นี้ให้ความสามารถในการวิเคราะห์ การคำนวน และการสังเกตต่าง ๆ ปัจจุบันมีภาคใหม่ออกมาผมก็ยังเล่นอยู่นะครับ 

ขอบคุณอย่างที่ 52 ... "ตู้โทรศัพท์หยอดเหรียญ" ... ที่คอยเป็นเพื่อนเวลา แม่มารับช้า ตอนประถมนี้เป็นสิ่งเดียวที่ผมจะติดต่อกับที่บ้านได้ ถ้าลืมของ หรือบอกให้มารับ ตอนนั้นใครมีบัตรโทรศัพท์เท่มากเลย แต่เวลาว่าง ๆ ผมก็จะชอบกดเช๊คเวลา (*181#)

ขอบคุณอย่างที่ 53 ... "มะลิ(สุนัข)" ... ที่มอบความสุขให้ มะลิเป็นสุนัขในบ้านตัวแรกที่ผมได้สัมผัสตั้งแต่มันตัวเล็กจบมันเสียชีวิต มะลิเป็นสุนัขของน้าครับ พันธ์ุไทยครับ แต่ไม่รู้ว่าสายพันธุ์ไหน ตัวสีขาวทั้งตัว (คิดถึงดีแฮะ)

ขอบคุณอย่างที่ 54 ... ชินจัง ... ที่สร้างเสียหัวเราะให้กับผม ความซนชินจัง เป็นอะไรที่น่ารักดีเหมือนกันนะครับ แต่นอกเหนือจากนั้นคือเราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นด้วย (น่าอิจฉาบางอย่างเหมือนกัน)

ขอบคุณอย่างที่ 55 ... รถเดือน(รถรับ-ส่งนักเรียน) ... ที่ค่อยส่งผมไปโรงเรียน 13 ปี เนื่องจากผมต้องมาเรียนในเมือง ก็เลยได้ขึ้นรถเดือน มันเป็นการเดินทางที่มีความสุขมาก ทั้งพี่ น้อง ที่ขึ้นรถมาด้วยกัน หรือเจ้าของรถเดือนเองก็ตาม (ตอนเช้านี้ แยกย้ายกันนอนนะ)

ขอบคุณอย่างที่ 56 ... หมูกระทะ ... ที่ทำให้รู้ว่าความเร็วเป็นเรื่องที่สำคัญ (ไวกลางก็ได้หมูไป) เป็นการกินบุฟเฟ่ต์สมัยแรก ๆ ของเชียงใหม่เลยครับ เมื่อก่อนราคาไม่เกิน 100 บาทครับ หมูกระทะยังช่วยสอนเรื่องน้ำใจให้ผมด้วย อย่างเช่นเวลาไปตักหมูหรือน้ำ เป็นต้น

ขอบคุณอย่างที่ 57 ... "Gameboy" ... ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการเรียน เป็นเครื่องเกมที่ผมอยากได้มากเลยครับ เห็นเพื่อนที่โรงเรียนเอามา (ตาเป็นประกาย) ผมก็คงทำเหมือนเด็กคนอื่นคือไปขอที่บ้านซื้อให้ แต่ราคามันสูงมาก ผมก็อดทนรอนะครับ จนเขาไม่เล่นกันแล้ว 555+

ขอบคุณอย่างที่ 58 ... "ร้านเกมส์" ... ที่เป็นสถานที่อยากไปมาก ๆ ในช่วงวันหยุด ตอนที่กำลังเริ่มขึ้นมัธยม ผมชอบเล่นเกมส์มาก เพราะว่า เมื่อก่อนผมเล่นกับพี่แค่สองคน แต่ตอนนั้นหลาย ๆ เกมส์สามารถเล่นได้มากกว่า 2 คน การได้พบสังคมแบบใหม่ แลกเปลี่ยนความรู้ซึงกันและกัน และที่สำคัญได้เจอคนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน (3 ชม. ฟรี 1 ชม.) 

ขอบคุณอย่างที่ 59 ... "ร้านอาหารตามสั่ง" ... ที่ให้ผมฝึกออกแบบเมนูอาหารและได้รู้จัก อาหารมากมาย เมนูที่ผมชอบมากในตอนนั้นคือ ข้าวหมูกระเทียม ซึ่งในเวลานั้นไปร้านไหนต้องกินให้ได้ แล้วแต่ละร้านก็ทำออกมากไม่เหมือนกันเลยครับ (ใช้ตรวจสอบ)

ขอบคุณอย่างที่ 60 ... "โรงพยาบาล" ... ที่ทำให้รู้ว่าความหวังและทรมานเป็นอย่างไร ผมคนหนึ่งที่ช่วงมัธยมต้น ป่วยบ่อยมาก เลยมีโอกาสได้ไปโรงพยาบาล แค่กลิ่นของสถานที่นี้ก็รู้สึกหดหู่มากแล้ว หลาย ๆ มาก่อนผม แต่ก็ต้องรอหมอ ซึ่งบางคนก็ดูจะไม่สบายเอามาก ๆ ซึ่งในตอนนั้น
โรงพยาบาลก็ยังไม่ดีเท่าไหร่ (หมอชอบดุอีก)

ขอบคุณอย่างที่ 59 ... "มือถือ Nokia" ... ที่ทำให้สามารถคุยกับใครก็ได้เมื่อต้องการ มือถือที่ดีที่สุดแห่งยุคเลยครับ ทั้งแข็งแรง และมีเกมส์ในเครื่องที่สนุกมาก ๆ ผมก็ใช้มือถือของค่ายนี้มาตลอด เมื่อก่อนผมใฝ่ฝันอยากได้รุ่น N-gage มาก (เพราะมันเล่นเกมส์ได้เยอะ)

ขอบคุณอย่างที่ 61 ... "รูปถ่าย" ... ที่บันทึกความทรงจำไว้ แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน เมื่อก่อนจะถ่ายรูปที่ต้องค้นดูก่อนว่ามีฟิล์มเหลือรึเปล่าและที่สำคัญ ถ่ายแล้วถ่ายเลย ลบไม่ได้ ไม่เหมือนกับปัจจุบัน บางทีผมก็ไปค้นเจอรูปก่อนที่ผมจะจำความได้ (ไปเมื่อไหวก็ไม่รู้)

ขอบคุณอย่างที่ 62 ... "ร้านอาหารหน้าโรงเรียน" ... ที่เป็นแหล่งพลังงานให้กับผมและให้ผมได้รู้จักรสชาติใหม่ การกินอาหารกับคนอื่น การได้เดินทางอาหารกับเพื่อน ๆ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน มันก็สนุกไม่แพ้การเล่นเกมส์เลยนะครับ (อร่อยไปหมดเลย)

ขอบคุณอย่างที่ 63 ... "Audition" ... ที่ทำให้รู้จักการจับจังหวะและความไวของนิ้ว เกมส์เต้นที่ต้องให้เรากดท่าให้ถูก ก็เป็นอีกเกมส์ครับที่ในร้านเกมยุคนั้นแข่งกัน และมีหลายเพลงเพราะอยู่นะ (เล่นเสร็จปวดนิ้วมากครับ)

ขอบคุณอย่างที่ 64 ... "Pangya" ... การนำคณิตศาสตร์มาใช้ในชีวิตจริง เป็นเกมส์ตีกอล์ฟที่ใช้การคำนวนเลขและการคาดคะเนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากครับ ผมพึ่งได้มาเล่นช่วงหลังแล้ว สมุกมากจริง ๆ ครับ ได้ฝึกการพูดคุยกับคนอื่นด้วย (ไม้บรรทัดต้องมาละครับ)

ขอบคุณอย่างที่ 65 ... "Warcraft III" ... เกมส์วางแผนในยุคหลัง ๆ ที่ทำออกมาได้ดีมากครับ เกมส์นี้สอนผมว่า การที่ประชากรมากไม่ได้การันตีว่าคุณจะชนะเสมอไป การเลือกคนให้เหมือนสมและแผนการมากกว่า พอผมเริ่มโตขึ้นแนวการเล่นก็เปลี่ยนไป คิดมากขึ้น วางแผนมากขึ้น (ไม่ใช้สูตรด้วย)

ขอบคุณอย่างที่ 66 ... "วิชาสังคมศึกษา" ... ที่ทำให้ผมเรียนรู้ความเป็นมาของที่ที่ผมอาศัยอยู่ ก่อนหน้านี้ผมจำอะไรไม้ได้เลยเกี่ยวกับวิชานี้ ตอนนั้นมันอยู่ใน สปช. สรน.) พอมามัธยม ผมชอบมากเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องเล่าต่าง ๆ ของเชียงใหม่

ขอบคุณอย่างที่ 66 ... "โรคไข้เลือดออก" ... รู้ว่าชีวิตสำคัญมาก ๆ ผมเป็นคนที่โชคดีมากเลยครับ เพราะเป็นไข้เลือดออก 2 รอบ (หมอบอกว่าถ้าเป็นอีกรอบนี้ ตายแน่นอน) ตอนนั้นติดเกมส์อย่างหนักถึงขนาดที่ ยุงกัดแล้วยังไม่รู้เรื่องเลย แม่ผมบอกให้เปิดพัดลมก็ไม่เปิด เรียบร้อยสิครับ ในช่วงที่นอนโรงพยาบาล คิดอย่างเดียวเลยครับ ผมต้องหาย อาการผมแย่ลงเรื่อย ๆ แต่นี้อาจจะเป็นความโชคดีจริง ๆ ก็ได้ครับ ผมดีขึ้นเรื่อย ๆ 

ขอบคุณอย่างที่ 67 ... "อินเทอร์เน็ต" ... ที่เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ ให้ผมได้ค้นคว้างานต่าง และพูดคุยกับเพื่อน ๆ ผมอยากมีอินเทอร์เน็ตตั้งแต่เริ่มเข้ามัธยมใหม่ ๆ แต่หมู่บ้านผมสัญญาณไม่ถึง เลยทำได้แต่รอ แต่ในที่สุดก็มีเหมือนคนอื่น 

ขอบคุณอย่างที่ 68 ... "วิชาลูกเสือ" ... ที่เสริมสร้างทักษะชีวิตให้กับผม การผูกเชือก การประกอบอาหาร การเดินทางไกล เป็นกิจกรรมที่ไม่ได้มีโอกาสได้ทำบ่อย และได้ทำร่วมกับเพื่อนในห้องอีก (การแสดงรอบกองไฟ)

ขอบคุณอย่างที่ 69 ... "เพื่อน ๆ ในระดับชั้นมัธยมต้น" ... ที่สร้างเสียงหัวเราะ ความสนุกสนานในห้องเรียน ห้องผมเป็นห้องที่ดื้อมากครับ (จากที่ครูเขากันมา) แต่เพื่อนห้องนี้เขารักกันมากนนะครับ 

ขอบคุณอย่างที่ 70 ...  "DOTA" ... ที่เป็นผู้สอนในเรื่องการทำหน้าที่ของตนเองให้ดี และมารยาทในการเล่นเกมส์ของผม เกมส์นี้เป็นอีกเกมส์หนึ่งนี้ผมชอบที่สุด และเล่นได้เรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อเลย ณ เวลานั้น เป็นเกมส์ที่เพื่อนของเราเล่นพร้อมกันได้ 10 คนเลยทีเดียว เมื่อเล่นผ่านระบบ Lan แต่พอเกมส์ออนไลน์ ผมก็มีโอกาสได้เล่นกับชาวต่างชาติ เป็นการฝึกการสื่อสารไปในตัวด้วย (เกมส์ในดวงใจเลย)

ขอบคุณอย่างที่ 71 ... "ผีดุ(JU-ON) " ... ที่สร้างความกลัวให้กับผม เป็นหนังผีที่กลัวที่สุดละครับ ตอนนั้นเพื่อนผมชวนไปดู (ไม่รู้คิดไงเหมือนกัน) ปรากฏว่า นอนไม่หลับไป 3 วัน จากก็ไม่ดูหนังผีอีกเลย แต่ว่าพอได้มาอ่านเรื่องย่อตอนโตก็รู้สึกสงสสารเขาเหมือนกันครับ

ขอบคุณอย่างที่ 72 ... "หมากล้อม" ... ที่ทำให้รู้การแข่งขันเป็นครั้งแรก นี้เป็นหมากกระดานที่ผมชอบเล่นมาก ก็ได้รับอิทธิพลมาจากการ์ตูนเรื่องหนึ่ง ตอนนั้นดีใจมากครับจบที่อันดับ 13 จาก 53 ความกดดัน ความตื่นเต้น ความดีใจ สุดยอดมากครับ (มีคนเก่ง ๆ เยอะมาก)

ขอบคุณอย่างที่ 73 ... "วิชาชีววิทยา" ... ที่ทำให้รู้ว่า ยังมีสิ่งที่เรามองไม่เห็นอีกเยอะแยะมากมาย ถ้าคิดถึงวิชานี้มันคือการนำสมองทั้งหมด ไปจำทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งผมก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ชอบวิชานี้ตรงที่ได้วาดรูปนี้แหละครับ (ที่เหลือก็...)

ขอบคุณอย่างที่ 74 ... "วิชาฟิสิกส์" ... ที่ทำให้ผมเข้าใจธรรมชาติเพิ่มขึ้น ผ่านการคำนวนต่าง ๆ ในการเรียนผมจึงได้มุมมองใหม่ ๆ ในการมองธรรมชาติ จากสูตรการคำนวนที่เราใช้ในมัธยม ต้นกำเนิดของมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ ผมรู้สึกตกใจในการคิดค้นสมการการคำนวนแต่ละอย่างของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังทั้งหลาย (โดยเฉพาะ ไอสไตน์)

ขอบคุณอย่างที่ 75 ... "ปากกา" ... ที่บันทึกความรู้และเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ เป็นไปได้ยากครับ ที่ผมจะจำเนื้อหาได้หมด การจดบันทึกจึงมีส่วนช่วยให้การทบทวนบทเรียนหรือการสื่อสารกับคนอื่นดีมากยิ่งขึ้น (ผู้หญิงปากกาเยอะเกิน)

ขอบคุณอย่างที่ 76 ... "ดินสอและยางลบ" ... ที่ทำให้ผมสร้างสรรค์งานแต่ละอย่างได้ ข้อเสียของมันก็คือมันสามารถลบได้ แต่ก็เป็นเรื่องดีอีกเช่นกันครับ ในการคำนวนทั้งคณิตศาสตร์หรือในทางฟิสิกส์ มันต้องลองผิดลองถูกบ่อย วิธีนี้ดีหรือไม่ดี (ถึงยางลบจะลบดินสอได้แต่ลบอย่างอื่นไม่ได้นะครับ)

ขอบคุณอย่างที่ 77 ... "การสอบตก" ... ที่ทำให้ผมรู้ว่าผมต้องพยายามขึ้นกว่านี้ การสอบตกยังช่วยบอกข้อผิดพลาดในตัวเองด้วย ในช่วงหลังสอบทุก ๆ ครั้งในโรงเรียนก็จะมีการประกาศคนกที่สอบตก และต้องไปสอบซ่อมที่โรงเรียน คำถามที่พบบ่อยเมื่อไปถึงคือ.. (นายตกกี่ตัว)

ขอบคุณอย่างที่ 78 ... "โครงงาน" ... ที่ทำให้ผมเริ่มเข้าใจกระบวนการวางแผนกับผู้อื่น การได้ร่วมทำงานกับคนอื่นอาจจะเป็นเรื่องยาก ซึ่งตอนนั้นผมกำลังเข้าสู่มัธยมปลาย ทำให้การปรับตัวหลาย ๆ อย่างยังไม่เข้าที่ (สุดยอดไปเลย)

ขอบคุณอย่างที่ 79 ... "เพื่อนในระดับมัธยมปลาย" ... ที่ค่อยให้คำแนะนำหลาย ๆ เรื่องและให้ความช่วยเหลือผม บางครั้งผมก็รู้สึกว่าเอาเปรียบพวกเพื่อน ๆ ผมนะ เพราะว่าพวกเขาเป็นคนเก่งมาก ๆ เลย เรื่องเรียนผมเก่งได้ไม่เท่าเลยครับ มันก็เลยต้องทำให้ผมต้องพยายามมากขึ้น (อะไรจะเก่งขนาดนั้น)

ขอบคุณอย่างที่ 80 ... "การเรียน รด." ... ที่ช่วยฝึกความอดทน วินัย และความแข็งแรงให้กับผม หลาย ๆ คนในโรงเรียนผมส่วนใหญ่ผู้ชายก็จะเรียนกันเกือบทุกคนครับ ช่วงที่สนุกและตื่นเต้นที่สุดคือ ตอนเข้าค่าย ได้ยิงปืน โดดหอ ฝึกการบุกการตั้งรับ เหมือนเราเล่นตำรวจกับผู้ร้ายแต่ว่าดูจริงจังขึ้น (สนุกไปอีกแแบบครับ) เรียนอาบน้ำนี้ไม่ต้องพูดเลยครับ

ขอบคุณอย่างที่ 81 ... "Hunter X Hunter" ... การ์ตูนเรื่องนี้บอกถึงเรื่องการมีจุดมุ่งหมายในชีวิต สิ่งที่แตกต่างออกไปในการ์ตูนเรื่องนี้ความโลภ ในคนเราอาจจะมีมากหรือมีน้อยก็ได้ ตัวละครหลายตัวมีเหตุมีผลที่ความต้องการของตนเอง เปรียบเทียบกันแล้ว.. (เราก็หัดมีความโลภบ้างนะ) 

ขอบคุณอย่างที่ 82 ... "เวลา" ... ที่ค่อยเตือนว่าทุกวินาทีมีค่าเสมอ บางครั้งผมต้องพลาดโอกาสบางอย่างไป เพราะคิดว่าเดี๋ยวเวลาผ่านไปมันก็คงมีอีก แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ทุก ๆ อย่าง แล้วเวลายังสอนผมว่า ช่วงเวลาที่มีความสุขมันผ่านไปไวมาก (ใช้เวลาให้คุ้ม ๆ กันหน่อยนะครับ)

ขอบคุณอย่างที่ 83 ... "สีทุก ๆ สี" ... ที่ทำให้โลกใบนี้มีสีสันขึ้นมา อันที่จริงสีทุกอย่างที่เรามองเห็นเกิดจากแสงสะท้อนกับวัตถุเข้ามาในตาเรา แต่อย่าน้อยเราก็ได้เห็นสีของสิ่งต่าง ๆ เห็นสีหน้าของเพื่อน เห็นการเปลี่ยนแปลงสีในธรรมชาติต่าง ๆ (ผมชอบสีฟ้านะ)

ขอบคุณอย่างที่ 84 ... "The Lord of the ring" ... เป็นหภาพยนตร์ที่ผมชอบมากที่สุดเลยครับ เป็นหนังไตรภาคที่ถ่ายทอดความแฟนตาซีได้สุดยอดมาก หนังเรื่องนี้ทำให้ผมเริ่มชอบและสนใจในการทำภาพยนตร์ เคยมีช่วงหนึ่งอย่างเป็นผู้กำกับเลยนะครับ (ของรักของข้า...)

ขอบคุณอย่างที่ 85 ... "ไล่ ตง จิ้น" ... ที่ทำให้ผมรู้ว่ายังมีคนอื่นที่ทุกข์กว่าเรา เป็นหนังสือชีวประวัติที่บอกเล่าถึงความยากจน และการต่อสู้ความความยากจน มีคุณครูของผมแนะนำมาให้อ่านครับ (ตอนนั้นไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือด้วย) แต่เวลาที่ผมรู้สึกท้อแท้ก็จะนึกถึงหนังสือเล่มนี้แหละครับ

ขอบคุณอย่างที่ 86 ... "เนื้อติดกระดูก Zen Fresh Zen bone" ... เป็นหนังสือแนวธรรมะเล่มแรก และเล่มเดียวที่ผมซื้อ หนังสือเล่มนี้ช่วยทำให้ผมรู้จักความพอเพียง ไม่ฟุ่งเฟือย ในหนังสือบอกไว้ว่า คนเราก็เหมือนหนังที่หุ้มกระดูก เมื่อตายก็เอาอะไรไปไม่ได้อยู่ (จำถูกรึเปล่านะ)

ขอบคุณอย่างที่ 87 ... "ไอสไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น" ... ที่ได้เห็นมุมมองของวิทยาศาสตร์อีกแบบหนึ่ง ใครจะไปคิดว่าพระพุทธเจ้าใช้วิทยาศาสตร์ในการสอนคนได้ด้วย ความเชื่อมโยงบางอย่างทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจมาก ๆ และอีกหนึ่งส่วยสำคัญให้ผมตัดสินใจเรื่อง ฟิสิกส์ (พอมาเรียนเท่านั้นแหละ...)

ขอบคุณอย่างที่ 88 ... "SportDay" ...ที่สร้างความเป็นนักกีฬาให้กับผม ตั้งแต่จำได้กีฬาครั้งแรกของผมน่าจะตอน ป.3 ครับ เป็นกองเชียร์เรื่อนมา จนเริ่มมาวิ่ง จากนั้นก็มีแช่งขันบ้าง แต่ไม่เคยได้เหรียญเลยครับ (ตัวโรงเรียนทั้งนั้น) แต่ที่รู็สึกดีที่สุดคือตอนที่ต้องได้ดูแลสีร่วมกับเพื่อน ๆ นี้แหละครับ ทั้งขบวน คัตเอ้าท์ น้อง ๆ ในสแตน ความรู้สึกเหล่านั้น ยอดเยี่ยมจริง ๆ ครับ

ขอบคุณอย่างที่ 89 ... "คุณครูทุกท่านในระดับมัธยม " ... ที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ที่จำเป็นจะต้องใช้ในอนาคต ซึ่งมันก็ได้ใช้จริง ๆ ในระดับ ม.ปลาย คงจะมีการเน้นได้ด้านเนื้อหาเพื่อนที่เราจะได้นำไปใช้ ครูบางท่านอาจจะดุไปบ้าง หรือใจดีเกินไปบ้าง แต่ผมว่า ผลลัพธ์ที่ออกมามันก็ไม่เลวเลยนะครับ (เรียนจนง่วงเลย)

ขอบคุณอย่างที่ 90 ..."ข้อสอบทุกฉบับ" ... ที่ช่วยประเมินตัวผมว่า ผมเข้าใจหรือไม่ ครูท่านหนึ่งบอกผมว่า อย่าไปลอกคนอื่นเลย ทำด้วยความสามารถของเรา ได้ไม่ได้ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ได้ทำเอง สมัยก่อนการทำไม่ได้มันรู้สึกแย่มากเลยครับ (ยิ่งเดินออกไปแล้วคำตอบไม่ตรงเพื่อนอีก) ผมไม่ชอบบรรยากาศแบบนั้นเลย จึงต้องอ่านและทำความเข้าใจมากขึ้น อย่างน้อยกระดาษไม่ว่างก็ถึงว่าใช้ได้แล้วครับ

ขอบคุณอย่างที่ 91 ... "คณะวิทยาศาสตร์" ... ที่ให้ประสบการณ์หลาย ๆ ด้านในมหาวิทยาลัย ตอนแรกที่เลือกคณะนี้เพียงแค่ว่าเราชอบ และผมพอจะคำนวนได้บ้าง แต่เข้ามาแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น ผมเจอคนที่ชอบวิทยาศาตร์มากกว่า คนที่ทุ่มเทเพื่อวิทยาศาสตร์ หรือการถ่ายทอดความชอบต่าง ๆ แก่คนอื่น ในคณะไม่ได้สอนแค่วิชาการครับ เหมือนกันแลกเปลี่ยนสิ่งที่ตนเองมี ซึ่งผมก็ได้มุมมองหลายอย่างเลย (เรือดำน้ำสีเหลือง)

ขอบคุณอย่างที่ 92 ... "เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่" ... ที่ให้แง่คิดดี ๆ มาตลอด 4 ปีที่อยู่ในมหาวิทยาลัย ผมได้พี่ที่ดี เพื่อนที่ดีน้องที่ดี ผมพอใจมากครับ ถ้าไม่มีพวกเขาผมอาจจะยังต้องเรียนเพิ่มก็ได้ (5 6 ปีก็ว่าไป) หลายครั้งพวกเขาก็สอนผมหลายอย่างที่เราไม่รู้หรือต้องปรับปรุง และสร้างช่วงเวลาดี ๆ ให้ครับ

ขอบคุณอย่างที่ 93 ... "พาหนะทุกชนิด" ... ที่ช่วยให้การเดินทางไปแต่ละที่เป็นเรื่องง่าย การที่ผมไปโรงเรียนได้ทันก่อน 8 โมงเช้า หรือออกไปอ่านหนังสือที่คณะตอนดึก ๆ หรือกลับบ้านด้วยตันเอง ก็ต้องขอบคุณเจ้านี้แหละครับ หลายครั้งที่ผมดูแลมันไม่ดีเท่าไหร่ แต่ผมก็มองมันเป็นเพื่อนร่วมเดินทางด้วยเหมือนกัน (ไปไหนไปกัน)

ขอบคุณอย่างที่ 94 ... "ชมรมวิชาการ" ... ที่ค่อยชี้แนะความรู้และการทำงานต่าง ๆ ให้ผม นี้เป็นชมรมที่สอนผมในเรื่องการทำงานอย่างแท้จริงเลยครับ เรามีโอกาสได้ทำค่ายวิชาการหลาย ๆ อย่าง อีกอย่างมันส่งผลถึงการทำอาชีพของผมในปัจจุบันด้วย ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีอีกช่วงเลยครับ
(Academic Science)

ขอบคุณอย่างที่ 95 ... "อาจารย์ทุกท่านในมหาวิทยาลัย" ... ให้ความรู้ต่าง ๆ ในเชิงลึก (บางทีก็ลึกไป) แต่ละวิชาที่เรียนทุกคนล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างมาก บางครั้งผมไม่เข้าใจก็มีครับ ที่สำคัญคือความรู้ทางด้านงานวิจัยและการทดลอง ผมถึงกับคิดในใจเลยนะครับว่า นี้คือนักวิทยาศาสตร์จริง ๆ ใช่ไหม แต่ก็สอนเรื่องความถูกต้องในการเขียนงานวิจัยด้วยเหมือนกันครับ 

ขอบคุณอย่างที่ 96 ... "ธรรมชาติ" ... ที่สร้างสรรค์ความสวยงามให้กับโลกใบนี้ และให้ใจของผลรู้สึกสงบทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ พืช แม่น้ำ หรือท้องฟ้า การได้เห็นธรรมชาติในที่ต่าง ๆ ก็ทำให้ยิ่งผมชอบมาขึ้น ถึงแม้ว่าผมจะไม่ค่อยขึ้นดอย แต่การที่ได้จ้องมองดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน แคืนี้ก็สวยงามมากแล้วล่ะครับ (สิ่งที่สำคัญมักจะอยู่ใกล้เรามากกว่าที่คิด)

ขอบคุณอย่างที่ 97 ... "ความฝัน" ... ทำให้ผมได้ทำในสิ่งที่ความเป็นจริงเราทำไม่ได้ หรือได้ย้อนเวลาไปในช่วงเวลาต่าง ๆ บางทีตื่นมาก็หัวเราะ บางที่ก็ร้องไห้ ในแต่ละคืนที่เราหลับ ผมเหมือนได้ไปเที่ยวในอีกโลกหนึ่ง เจอเรื่องน่ากลัวก็มี เจอเรื่องเหลือเชื่อก็มี แต่มันทำให้แต่ละคืนลุ้นว่าคืนนี้ขะเจออะไรเลยครับ (วันไหนเหนื่อยก็ไม่ฝันเลยครับ)

ขอบคุณอย่างที่ 98 ... "คำสอนของพระพุทธเจ้า" ... ที่เป็นเหมือนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ให้ทำตัวไม่ดี ผมก็คงเป็นเหมือนหลาย ๆ คนที่ไม่อยากตกนรก นี้คงเป็นคำขอพื้นฐานที่สุด หลักธรรมต่าง ๆ แต่ละศาสนา ก็มีจุดมุ่งหมายคล้าย ๆ กัน ผมก็ทำไม่ได้หมดหรอกครับ แต่ก็พยายามทำให้ได้ (ทำดีทำไม่ยาก แต่ต้องค่อย ๆ ทำ)

ขอบคุณอย่างที่ 99 ... "คนสำคัญ" ... คน ๆ นี้เป็นคนเปลี่ยนแปลงผมให้ดีขึ้นเหมือนกัน ในเรื่องนิสัยที่ไม่ดี และความเข็มแข็ง การเป็นผู้นำ บางทีก็ทะเลาะกันบ้าง สนุกด้วยกันบ้าง ให้คำปรึกษาต่าง ๆ และสนันสนุนในทุก ๆ เรื่อง และยอมรับในตัวผม (นานา)

ขอบคุณอย่างที่ 100 ... "ตัวเอง" ... ขอบคุณที่อดทนต่อบททดสอบต่าง ๆ และยังยืนอยู่บนโลกนี้ต่อไปได้ อวัยวะทุกอย่างที่สอดรับความต้องการในตัวผม บางครั้งต้องก็ขอโทษจริง ๆ ที่ใช้งานหนักเกินไปในบางครั้ง และการเอาชนะในหลาย ๆ สิ่งในใจของตัวผม (นายทำได้ดีแล้วล่ะ)

*** สุดท้ายนี้ มีอีกหลายสิ่งที่ผมไม่ได้พูดถึงก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ผมรู้สึกขอบคุณเพื่อน ๆ ป.บัณฑิต ห้อง 5 ทุก ๆ คน และ อาจารย์ประจำวิชาด้วยที่ให้โอกาสได้เขียนสิ่งดี ๆ หวังว่างานเขียนของผมจะมีประโยชน์กับทุก ๆ คนที่เข้ามาอ่านนะครับ ***

--- TO BE CONTINUE ---