ผมจะพบเจอปัญหาและอุปสรรคใหม่ๆ ให้เรียนรู้ และสู้ไม่ถอย ผมไม่เคยใช้กุญแจเพียงดอกเดียวหรือไขครั้งเดียว เพื่อขจัดปัญหาและอุปสรรคให้หมดไป แต่ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการแก้ไขด้วยความคิดใหม่ๆไปเรื่อย เหมือนปัญหาเปลี่ยน..วิธีคิดก็ต้องเปลี่ยน...

        วันเสาร์..แต่ผมก็ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า มีนัดสอนเสริมพิเศษให้ชั้น ป.๓ และ ป.๖ ผมจะสอนชั้นป.๓ เวลาแปดโมงเช้าเป็นชั่วโมงแรก แล้วค่อยสอนชั้น ป๖ ในชั่วโมงที่สอง

    ผมตั้งใจไปถึงโรงเรียนก่อนเวลาสอนครึ่งชั่วโมง จะได้มีเวลารดน้ำแปลงผักและให้อาหารไก่ เมื่อไปถึงโรงเรียน ก่อนอื่นก็ต้องเปิดห้องพักทำงานของผมก่อน..

        ล้วงกระเป๋าเอกสาร ไม่พบพวงกุญแจ  เพราะผมรีบมากจนลืมหยิบพวงกุญแจใส่กระเป๋า ถ้าเปิดห้องไม่ได้ผมจะไม่มีเอกสารสำหรับใช้สอนหนังสือ

        ผมตะโกนให้เด็กชายจ่อยนักเรียนชั้น ป.๖ มาหา แล้วบอกให้รีบไปขอยืมกุญแจสำรองที่ยามกร่าง ผู้ซึ่งเป็น รปภ.ประจำโรงเรียน และเป็นตาของเด็กชายจ่อย..

        “ตากับยายไม่อยู่ ไปทำบุญที่วัดสระเตยครับ” เด็กชายจ่อยบอกผม

        “กุญแจคงแขวนอยู่ในบ้านนั่นแหละ เธอลองไปหาดู” ผมบอกเด็กชายจ่อย

        รู้สึกโมโหตัวเอง..ที่ไม่มีกุญแจสำรองติดกระเป๋า ยังดีที่ฝากยามกร่างไว้อีกสองดอก ระหว่างที่รอกุญแจ ผมเดินไปที่แปลงผักเพื่อรดน้ำให้เสร็จเรียบร้อย

        บ้านยามกร่างอยู่ไม่ไกล ใครๆก็เรียกแกว่ายามกร่าง เพราะปฏิบัติหน้าที่ รปภ.ภาคกลางคืนประจำโรงเรียน ได้ค่าตอบแทนจากเงินส่วนตัวผมมาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๔๙

        เช้าขึ้นมา ยามกร่างจะเปิดประตูหน้าต่างทุกห้องเรียน บางวันก็รดน้ำต้นไม้ให้บ้างก่อนที่จะกลับบ้านไปทำภาระหน้าที่ของชาวนาชาวไร่และเลี้ยงวัวอีกมากมาย

        หน้าที่หลักของยามกร่างคือเปิดประตูหน้าต่างห้องเรียนนี่แหละ ที่ทำให้บ้านหนองผือ โรงเรียนขนาดเล็กอยู่รอดและมั่นคง บริหารจัดการมาได้โดยที่ไม่มีภารโรง

        เด็กชายจ่อยกลับมาพร้อมกุญแจพวงใหญ่ ซึ่งผมมองดูแล้วไม่ค่อยจะคุ้นตา แต่ละดอกก็ดูจะคล้ายๆกัน ผมคิดอยู่ในใจ สงสัยว่าเด็กชายจ่อยจะหยิบพวงกุญแจมาผิดอย่างค่อนข้างจะแน่นอน

        ผมรีบไขกุญแจด้วยอาการที่รีบเหมือนจะร้อนลน ก็มันใกล้จะถึงเวลาแปดโมงเข้าไปทุกที นักเรียนชั้น ป.๓ ก็มายืนรออยู่หน้าห้อง คงพร้อมที่จะเรียนแล้ว

        ผมคุ้นเคยกับกุญแจที่เป็นของผม เพราะผมจะทำตำหนิไว้ เพื่อให้ง่ายและรวดเร็ว แต่พวงที่อยู่ในมือวันนี้..ผมต้องค่อยๆเลือกแล้วไขไปทีละดอก..

        ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ผมเลือกกุญแจจนครบทั้งพวง แล้วก็เปิดประตูห้องทำงานออกได้เมื่อไขกุญแจดอกสุดท้ายพอดิบพอดี

        ผมรู้สึกใจเย็นลง เมื่อห้องเรียนเปิดออกและทำให้นึกถึงวรรณกรรมที่ผมเคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว..เรื่องราวของกุญแจดอกสุดท้าย..ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนเราเสมอ

        หลายครั้ง..ในชีวิตของผมก็เป็นเช่นวันนี้ ที่ไม่เคยไขประตูแห่งความสำเร็จของชีวิตได้โดยง่าย..ชีวิตมักจะพานพบปัญหาและอุปสรรคอยู่เสมอ หรืออาจเป็นปกติไปแล้ว สำหรับผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก

        ผมจะพบเจอปัญหาและอุปสรรคใหม่ๆ ให้เรียนรู้ และสู้ไม่ถอย ผมไม่เคยใช้กุญแจเพียงดอกเดียวหรือไขครั้งเดียว เพื่อขจัดปัญหาและอุปสรรคให้หมดไป แต่ต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการแก้ไขด้วยความคิดใหม่ๆไปเรื่อย เหมือนปัญหาเปลี่ยน..วิธีคิดก็ต้องเปลี่ยน...

        มิใช่เฉพาะงานบริหารเท่านั้น งานการเรียนการสอนก็มีปัญหาให้ขบคิดเช่นเดียวกัน  ต้องใช้การจัดการเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอน

        ผมจึงบ่มเพาะแรงบันดาลใจในการทำงาน สร้างสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้มีพลัง หมั่นให้กำลังใจตัวเองและบอกตัวเองว่า..”คุณภาพ” มิได้สร้างกันได้วันเดียว..ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างต่อเนื่อง..แม้ว่าจะเป็นวันหยุดก็ตาม

        สำคัญที่สุดก็คือ..จงอย่าสิ้นหวัง อย่ายอมแพ้แค่ครึ่งทาง แม้กุญแจจะพวงใหญ่แค่ไหนก็ต้องลองไขต่อไป..พยายามต่อไป..ไม่ทอดทิ้งงานเสียกลางคัน

        เพราะกุญแจดอกสุดท้ายมักปลดล็อกได้เสมอ..และผมก็เชื่อว่า ถ้าผมทำวันนี้ให้ดีที่สุดแล้ว..ผมก็จะมีวันนั้น..วันที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างแท้จริง

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๔  ธันวาคม  ๒๕๖๒