ครูอ้อยออกจากบ้านไปทำงานทีไร  จะเห็นภาพที่เป็นสัจธรรม  หรือ  ภาพที่สะท้อนชีวิตทุกทีไป  หรือว่า...เป็นเพราะครูอ้อยเกิดมานานเสียเหลือเกิน

หลังจากที่สัมมนาเสร็จแล้ว  ชีวิตของคนกรุงเทพฯส่วนหนึ่งที่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะ  ต้องรอสักนิด ก่อนที่จะกลับ 

rush hour  คือชั่วโมงเร่งด่วน  ของคนในกรุงเทพฯ  ถ้าเดินทางตอนนี้จะติดแหงกบนท้องถนน  เปลืองน้ำมันแย่เลย

rush hour ในกรุงเทพ แบ่งเป็นช่วง 3 ช่วงคือช่วงเช้าระหว่าง 07.25 - 08.15  ช่วงนี้ท่านรอก่อน  อย่าเจ๋อออกมาเชียว.....เป็นเรื่อง

ช่วงที่ 2 คือ  ตอนกินข้าวกลางวัน...ไม่รู้ว่าเขาไปไหนกัน  รถติด  เวลา 11.30 - 13.30  ช่วงนี้โปรดแสตนบายอยู่กับที่  มิฉะนั้น  ท่านจะไม่ได้กินข้าวมือนั้น

ช่วงสุดท้ายคือ...ช่วงเย็น  เวลา  15.30 - 17.30 น.ท่านจงอยู่ที่ office ก่อน  เป็นปลอดภัยจากการจราจรติดขัด และสิ้นเปลืองน้ำมันด้วย

ครูอ้อยเลิกประชุมสัมมนาจึงนั่งเล่นอินเทอร์เนตก่อน   ในขณะที่นั่งเล่นนั้น  ก็เห็นเงา...ตะคุ่มนอกหน้าต่าง  ครูอ้อยขยับแว่นสองสามที  จึงรู้ว่ามีการทำงานนอกหน้าต่าง......นั่นเอง

 

ครูอ้อยเห็นแปรงสำหรับเช็ดกระจกด้วย  นี่เธอกำลังประกอบอาชีพอย่างหนึ่ง  มันคือ....อาชีพเช็ดกระจกกับตึกสูงๆ

โถ! เป็นอาชีพที่ต้องการความเชี่ยวชาญ  ความชำนาญ  ความกล้าหาญ  ความเชื่อมั่น ฯลฯ   สูงมาก...สมควรให้เธอได้รับเงินค่าตอบแทนที่สูงตามไปด้วย

ครูอ้อยนั่งดู  และคิดถึงครอบครัวของเธอ  เธอต้องมีความจำเป็น  ที่จะต้องทำอาชีพแบบนี้   นี่มันเป็นอาชีพที่เสี่ยงภัยที่จะมาถึงตนเองได้ง่ายนะ

แต่เธอก็ทำ...พี่เสี่ยงภัยถึงชีวิต..เพื่อเธอ

เธอทำในสิ่งที่ดีแล้วถ้าเธอเลือกไม่ได้

ดีกว่า....ที่เธอจะเลือกอาชีพทุจริต 

ดีกว่า....ที่เธอจะเลือกอาชีพเป็นภัยต่อสังคม

ดีกว่า....ที่เธอจะเลือกอาชีพที่เบียดเบียนผู้อื่น

ขอสรรเสริญ...และเห็นใจ...อาชีพที่...พี่เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต..เพื่อเธอ