2019-12-03 ศัพท์ ทีมักสับสน ในการใช้ ชุด A – Adding ending

Nathavuth
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
2019-12-03 Revision A

2019-12-03 ศัพท์ ทีมักสับสน ในการใช้ ชุด A –Adding ending

การใช้ถาษาอังกฤษ ที่ถือว่า ถูกต้อง ในที่นี้ เป็นไป ตามมาตรฐานของภาษา

การใช้ภาษาอังกฤษไม่กำหนดมาตฐาน ถือตามส่วนใหญ่ที่ใช้แต่ละท้องถิ่น

ความหมาย อาจยืดหยุ่น ขึ้นอยู่กับ ตำแหน่ง/หน้าที่ ในประโยค

The A-Z of Correct English Common Errors in English

ให้รายละเอียด ในเรื่อง Addingending ว่า

การใช้ คำเสริมท้าย (suffixes) กับคำศัพท์อังกฤษ

โดยทั่วไปตามปกติ สามารถทำกับคำพื้นฐานได้ โดยไม่มีความยุ่งยาก

เช่น   iron + ing = ironing

     Steam + er = steamer

         List + less =listless

หากแต่ มีคำอยู่ 4 กลุ่มที่ต้องใช้ความระม้ดระวังเป็นพิเศษ

ดีหน่อยที่ กฎการปฏิบัติ ไม่ซับซ้อน

1.  กฎของเลข 1-1-1 ใช้กับ

         คำที่มี                        1 พยางค์

         คำที่ลงท้ายด้วย         1 พยัญชนะ

         คำ นำหน้า ด้วย         1 สระ

         เช่น   ‘drop’ ‘flat’ ‘sun’ ‘win’

เมื่อเพิ่ม คำต่อท้าย ด้วยคำ ที่เริ่มต้น ด้วย “พยัญชนะ”

เข้ากับ คำจำพวก 1-1-1 จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ที่คำพื้นฐาน

เช่น   drop+ let         = droplet

         Flat + ly            = flatly

         Win + some        = winsome

เมื่อเพิ่ม คำต่อท้าย ด้วยคำ ที่เริ่มต้น ด้วย “สระ”

เข้ากับ คำจำพวก 1-1-1 ให้เพิ่มพยัญชนะเป็นสองตัวเข้ากับคำพื้นฐาน

เช่น   drop+ ed         = dropped

         Flat + est          = flattest

         Win + ing         = winning

         Sun+ *y            = sunny

โดย * นับอักษร y ว่าเป็นสระ เมื่อออกเสียงคล้าย” I” หรือ “e”

ให้ถือ qu ว่าเป็น อักษรตัวเดียว

เช่น   quit+ ing         = quitting

         quip + ing        = quipping

ไม่ต้อง ใช้คำซ้ำ (double)กับคำท้าย ‘w’ และ ‘x’

เพราะจะทำให้รู้สึกแปลก จึงให้คงใช้ว่า

         tax+ ing           = taxing

         paw + ed          = pawed

 

2.   กฎของ ‘-e’ อัศจรรย์

เป็น กฎใช้บังคับกับ ทุกคำที่ลงท้าย ด้วย ‘-e’ที่ไม่ออกเสียง

เช่น   hope– care – achieve – sincere – separate

เมื่อเพิ่ม คำต่อท้าย ด้วยคำ ที่เริ่มต้น ด้วย พยัญชนะตัวหนึ่ง

ให้ คงอักษร ‘-e’ ไว้

เช่น   hope+ ful                 = hopeful

         care + less                = careless

         sincere + ly               =sincerely

         separate + ly            = separately

         achieve + ment        = achievement

เมื่อเพิ่ม คำต่อท้าย ด้วยคำ ที่เริ่มต้น ด้วย “สระ” ให้ตัด ‘-e’ออก

เช่น   hope+ ing             = hoping

         care + er              = carer

         sincere + ity         = sincerity

         separate +ion     = separation

         achieve + ed      = achieved

อย่างไรก็ตาม ให้คงเก็บ ‘-e’ไว้ กับคำ เช่น

‘singeing (ที่แตกต่าง จากคำ singing)ที่แปลว่า เผาจนไหม้ และ

‘dyeing (ที่แตกต่างจากคำ dying) ที่แปลว่า ย้อมสี

ทำเช่นนี้ เมื่อต้องการ เก็บรักษา เอกลักษณ์ ของคำพื้นฐาน ให้ชัดเจน

เช่น คำ‘shoeing’ ‘canoeing’

จำไว้ว่า ให้เก็บรักษา ‘-e’ ไว้

เมื่อใช้กับคำที่มี “soft‘c’” และ “soft ‘g’”

เนื่องจาก ‘e’เอง เป็นอักษร ที่ทำให้ เสียง ‘soft’

         เช่น   ‘courageous’ ‘traceable’

         (หมายเหตุดูเพิ่มที่ เรื่องของ ‘soft c’ and ‘soft g’)

มีแปดคำ ที่ยกเว้น จากกฎนี้ไม่ต้องเก็บ ‘-e’ ไว้ คือ

         ‘truly’‘duly’ ‘ninth’ argument’

        ‘wholly’ ‘awful’ ‘whilst’ ‘wisdom’

 

3.   กฎ เรื่อง ‘-y’

เป็น กฎใช้บังคับกับ ทุกคำที่ลงท้ายด้วย ‘-y’

โดยให้ดูที่อักษร ที่อยู่ ก่อน ‘-y’ ในคำพื้นฐาน

ไม่ต้องห่วงเลย  ว่าจะเพิ่ม คำใดต่อท้าย

เมื่อใดก็ตาม ที่เพิ่มคำต่อท้ายกับคำที่ลงท้าย ด้วย “สระ +y”

    ให้คงเก็บ “y” ไว้

เช่น       portray+ ed            = portrayed

             Employ + ment        = employment

เมื่อเพิ่ม คำต่อท้ายเข้ากับคำที่ลงท้ายด้วย พยัญชนะ + y

    ให้เปลี่ยนอักษร ‘y’ นั้น ด้วยอักษร ‘I’

เช่น                try + al              =trial

             empty +er                 =emptier

             pity +less                 =pitiless

             lazy + ness               =laziness

ให้เก็บ ‘-y’ ไว้ เมื่อเพิ่ม ‘-ing’ หากเหลือเป็น ‘i’ สองตัว คงดูแปลก

แต่เราก็ยังใช้คำ เช่น “ski-ing”และ “taxi-ing”

เช่น                try+ ing       = trying

             Empty + ing         = emptying

มี สิบสี่ คำ ที่ยกเว้น จากกฎนี้คือ

    ‘daily’‘gaily’ ‘gaiety’ ‘laid’ ‘paid’

    ‘said’ ‘slain’ ‘babyhood’‘shyly’ ‘shyness’

    ‘dryness’ ‘slyness’ ‘wryly’และ ‘wryness’

 

4.   กฎของ เลข 2-1-1

ใช้ กฎนี้ บังคับ กับ

         คำที่มี                สอง พยางค์

         ลงท้ายด้วย        หนึ่ง พยัญชนะ

         นำหน้าด้วย       หนึ่ง สระ

ด้วยกฎข้อนี้ จะขึ้นอยู่กับ “การเน้นของคำที่พยางค์ไหน”

คำจำพวก 2-1-1 ต่อไปนี้ ต่างเน้นที่พยางค์ แรก

และการเพิ่มท้ายด้วยทั้งสระและพยัญชนะ จะไม่มีความยุ่งยาก

เช่น   gossip                  gossiping

         target                targeted

         limit                  limitless

         eager                 eagerness

แต่ขอให้สังเกต ว่า กับคำเช่น ‘kid’‘outfit’ ‘worship’

ต้องใช้อักษรซ้ำที่คำท้าย เป็น ‘kidnapped’ “outfitter’ ‘worshipping’

ควรระมัดระวัง กับ คำจำพวก 2-1-1 ที่ ต้องเน้นเสียงที่ พยางค์ สอง

จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเพิ่มคำต่อท้ายด้วย พยัญชนะ

เช่น   forget+ ful              = forgetful

         Equip + ment         = equipment

ให้ใช้อักษรซ้ำที่คำท้าย ของคำพื้นฐาน เมื่อเพิ่มท้าย ด้วย “สระ”

เช่น   forget+ ing                = forgetting

         equip + ed                = equipped

          forbid+en               = forbidden

          begin+ er               = beginner

กฎนี้ มีคุณค่า อย่างแท้จริงหากแต่ต้องระวัง กับข้อยกเว้น บางประการ

คือ      คำจำพวก 2-1-1 ที่ลงท้าย ด้วย ‘l’ นั้น

          ดูเหมือนว่า จะมีกฎ ของตัวเอง

          ไม่ว่า การเน้น จะอยู่ที่ พยางค์ แรก หรือ พยางค์สอง

          จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อเพิ่มคำต่อท้ายด้วย พยัญชนะ

เช่น     quarrel + some          =quarrelsome

          instal+ ment            = instalment

ให้ใช้อักษร ‘l’ ซ้ำ เมื่อเพิ่มคำต่อท้าย ด้วย “สระ”

เช่น     quarrel + ing                =quarrelling

         instal + ed                     = installed

         excel + ent                    = excellent

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน A Revised 161120



ความเห็น (0)