แกงเลียงกุ้งสดผักรวมมิตร กับ หมูสับนึ่งปลาอินทรีย์เค็ม

ช่วงนี้กระแสลมเริ่มพัดพาความหนาวเย็นเข้ามาให้สัมผัสในช่วงเวลาเช้า ทำให้ผู้ที่ปรับตัวไม่ทันเริ่มมีอาการเป็นหวัดคัดจมูก ครัวครูแป๊วในวันนี้จึงต้องจัดเมนูอาหารต้านไข้หวัด รับประทานร้อนๆ ให้ร่างกายอบอุ่น เป็นเมนูหมูสับนึ่งปลาอินทรีย์เค็ม ซึ่งรับประทานกับอาหารชนิดใดก็อร่อย แต่ในวันนี้หมูสับนึ่งปลาอินทรีย์เค็มรับประทานคู่กับแกงเลียงกุ้งสดผักรวมมิตร อร่อยและครบถ้วนคุณค่าโภชนาการ

หมูสับใช้เนื้อส่วนคอซึ่งมีมันปนเล็กน้อยจะทำให้ได้เนื้อหมูสับที่นุ่มน่ารับประทาน ล้างปลาอินทรีย์เค็มเอาความเค็มออกเสียบ้าง นำมาสับรวมกับเนื้อหมูและกระเทียม ปรุงรสเล็กน้อยด้วยน้ำตาลทราย น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว โรยหน้าด้วยขิงอ่อนหั่นฝอย นำไปนึ่งให้สุก จะรับประทานกับข้าวสวยหรือข้าวต้มก็อร่อยทั้งนั้น ขิงอ่อนที่ซอยโรยข้างหน้านั้นเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยคุณค่า ช่วยขับลม แก้ท้องอืด จุกเสียด แน่นเฟ้อ ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายรู้สึกสดชื่น ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค แก้หวัดคัดจมูก 

แกงเลียงกุ้งสดผักรวมมิตร วันนี้ใช้บวบเหลี่ยม ใบแมงลัก เห็ดหอมสด เห็ดชิเมจิ และฟักทอง ซึ่งล้วนแต่เป็นพืชผักที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายดังที่ได้เคยนำเสนอไปแล้ว เหลือแต่บวบและใบแมงลักที่เป็นพืชผักพื้นบ้านที่อุดมด้วยคุณประโยชน์มหาศาล

บวบเป็นเมนูโปรดของหลายคนเพราะมีรสหวาน นำไปผัดใส่ไข่ ต้มจิ้มน้ำพริก หรือใส่ในแกงเลียงก็ดีทั้งนั้น ที่สำคัญบวบเป็นผักที่ปลูกง่าย ไม่มีแมลงรบกวน จึงเป็นผักที่มีสารตกค้างน้อยที่สุด บวบมีหลายพันธุ์เช่น บวบเหลี่ยม บวบหมอน บวบงู แต่ที่นิยมใช้ในแกงเลียงเป็นบวบเหลี่ยมซึ่งผลอ่อนมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย ผลอ่อนของบวบมีฤทธิ์เย็น แก้ร้อนใน ขับปัสสาวะ ขับเสมหะ บวบมีธาตุเหล็กซึ่งเป็นธาตุสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง มีสรรพคุณช่วยบำรุงน้ำนม ช่วยขับน้ำนมให้มารดาที่ให้นมบุตร บวบมีแคลเซียมที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก แมกนีเซียมและสังกะสีในบวบเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงประสาทและสมอง มีส่วนช่วยให้สมองปลอดโปร่ง นอกจากนี้บวบเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีฤทธิ์เป็นยาระบาย จึงสามารถช่วยต้านมะเร็งลำไส้ส่วนบนได้เช่นเดียวกับกล้วยน้ำว้า ข้อควรระวังคือบวบเป็นผักที่มีฤทธิ์เย็น ดังนั้นผู้ที่มีไข้ไม่ควบรับประทานเพราะอาจทำให้ไข้สูงขึ้นได้

แมงลักเป็นพืชตระกูลเดียวกับกะเพรา แต่กลิ่นต่างกัน ใบแมงลักให้พลังงานน้อยแต่มีสารอาหารมากมาย ได้แก่ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก คาร์โบไฮเดรต โปรตีนไขมัน น้ำ และไฟเบอร์ ใบแมงลักเป็นยารสร้อนมีสรรพคุณแก้หวัด ลดอาการหลอดลมอักเสบ ขับเหงื่อ ใบแมงลักยังเป็นสมุนไพรช่วยเรียกน้ำนม ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนม เพิ่มสารอาหารในน้ำนมมารดาอีกด้วย ใบแมงลักมีสารเบตาแคโรทีนสูง ช่วยทำให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามิน เอ เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการบำรุงผิวพรรณและบำรุงสายตา กรดฟีนอลลิกในใบแมงลักออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้แลดูอ่อนกว่าวัย

แกงเลียงกุ้งสดผักรวมมิตรกับหมูสับนึ่งปลาอินทรีย์เค็มจึงเป็นอาหารที่เหมาะจะทำรับประทานในช่วงปลายฝนต้นหนาว นอกจากอร่อยถูกปากยังช่วยดูแลสุขภาพอีกด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ครัวครูแป๊ว



ความเห็น (0)