เล่าเรื่องเมืองเขมร 3

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ


    เมื่อวันที่ 25  เดือนพฤศจิกายน  2562  เราออกจากที่พักช่วงเช้า ๆ มุ่งไปยังสิ่งมหัศจรรย์ของโลกชื่อว่าปราสาทนครวัด 


นับเป็นอลังการงานสร้างที่น่าพิศวงงงงวยของบรรพบุรุษชาวขะแม  สร้างในยุคพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เพื่อบูชาเทพเจ้าของศาสนาพราหมณ์นามว่าพระวิษณุ 


กาลต่อมากลายเป็นพุทธสถานโดยยกพุทธศิลป์เข้าไปอยู่แทนในปราสาทองค์ประธาน 


เราเข้าไปฐานชั้นแรกยังคงมีภาพแกะสลักรูปปั้นของนางเทพอักษรเรียงรายไปตามระเบียงรอบเป็นมุมฉากทั้งสี่ทิศเมื่อเราเดินเข้าไปในชั้นที่สองเริ่มมีพระพุทธรูปและมีพระสงฆ์นั่งสวดมนต์ให้พรตามคติทางพุทธ 


เมื่อเราเดินไปขึ้นบันไดที่จำกัดจำนวนคนขึ้นอยู่ 300 คน  ต้องรอให้คนทยอยลงมาแล้วจึงขึ้นไปชมชั้นที่สามนี้ได้ 


เมื่อเราขึ้นไปถึงชั้นที่สาม สังเกตปราสาทตรงกลางองค์ประธานทั้งสี่ด้านมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ตั้งอยู่  แง่คิด  ตรงปราสาทนครวัดปัจจุบันเหมือนพุทธกลืนพราหมณ์ไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อพิจารณารอบ ๆ บริเวณชั้นบนนี้ของปราสาทนครวัด  เข้าใจว่า จำลองเขาพระสุเมรมาไว้ที่นี่และเมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงตรงไปไกลเป็นเส้นตรงนั้นคือแสงส่องไปถึงปราสาทบริวารที่สร้างขึ้นมาเป็นปลายแสงปลายแห่งอำนาจ  ผมจึงวิเคราะห์ตามภาพที่เห็นรูปแบบของคนต้นคิดวางโครงสร้างปราสาทนครวัดนี้ด้วยเขาเข้าใจว่าโลกนี้แบนราบไม่ใช่โลกกลมเหมือนยุคปัจจุบันเป็นแน่แท้


        ต่อมาเราไปศึกษาปราสาทบันทายศรี หรือปราสาทสีชมพู  ผู้สร้างมีจิตที่ละเอียดจึงสร้างออกมาได้สวยงามตื่นตาตื่นใจดีแท้  ก็เป็นปราสาททางศาสนาพราหมณ์ที่สำคัญยังคงความสมบูรณ์และงดงามท่ามกลางป่าไม้ร่มรื่นดีมาก


        ต่อมาเราเข้าชมปราสาทตาพรมเป็นปราสาทที่มีต้นไม้งอกขึ้นมาปกคลุมเต็มไปหมดแต่มองในแง่ความงามมีแง่ให้ชวนคิดตามภาพแกะสลักหินมีรูปไดโนเสาร์ก็มีด้วย


        ต่อมาเราเข้าชมปราสาทบายนเป็นปราสาทที่บนยอดมีใบหน้าคนเต็มไปหมดไม่ว่าเราจะเดินไปทางไหนเหมือนมีดวงตาของคนจ้องมองแล้วยิ้มให้อยู่ตลอดเวลานั้นเอง


        ต่อมาเราเข้าชมปราสาทพนมบาเค็งอยู่ศูนย์กลางเมืองยะโสธรปุระเดิม  เราเดินเวียนทางด้านขวาวนขึ้นเขาไปทางซ้ายแล้วขึ้นบันไดไปอีกจนถึงยอดเป็นลานกว้างมีปราสาทตั้งอยู่ ตรงศาลารายจะมีรูปแกะสลักวิถีชีวิตของชาวขะแมในยุคนั้น


แง่คิด ตรงทางขึ้นมาเห็นวัวปั้นหมอบหันหน้าเข้ามาปราสาทแสดงว่าตรงกลางปราสาทยุคนั้นคือพระศิวะเพราะพาหนะของเทพเจ้าองค์นี้คือโคนั้นเอง  เราอยู่ตรงนั้นสามารถมองเห็นปราสาทนครวัดอยู่ไกล ๆ มองรอบ ๆ เห็นภูเขาที่เคยเป็นเมืองอิสานปุระ  เห็นเมืองเสียบเรียบที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงย้ายเมืองนครหลวงหนีจากการรุกรานของพวกจามไปตั้งอยู่เป็นเมืองเสียมเรียบในปัจจุบันนี้  และปราสาททุกแห่งในปัจจุบันจะมีเสียงดนตรีของผู้พิการเพื่อขอเมตตาทุนทรัพย์  


ท่านผู้สนใจอยากดูของจริงลองพิมพ์ชื่อปราสาทลงในยูทูปและชมได้เลยครับ  เราเดินทางออกกำลังกายไปจนเหนื่อยล้าแล้วอำลาดวงอาทิตย์ยามอัสดงลงมานอนพักกายพักใจในที่พักเดิมในใจกลางเมืองเสียบเรียบดังเดิม.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (0)