หากจะได้น้อมนำแนวพระราชดำริคือ เข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา ไปปรับใช้ ก็คงจะดีไม่น้อยครับ แต่ก่อนจะเข้าถึง ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคุณเอื้อ คุณอำนวย จะต้องมีความเข้าใจเรื่องราวพื้นฐานต่างๆให้มีเป็นทุนเดิมเสียก่อน แล้วจึงจะเข้าถึง เข้าใจ(กันและกันอย่างลึกซึ้ง) และพัฒนาต่อไป

เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา      แนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานในการแก้ไขสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น แท้จริงแล้วมีความหมายลึกซึ้งมากกว่าข้อความตามตัวหนังสือมาก

ผมได้รับความรู้เรื่องนี้จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านวิชม ทองสงค์ ที่ครั้งหนึ่งท่านเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส อธิบายเรื่องนี้ในการประชุม AAR งานมหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติที่ 3และการเตรียมจัดงานมหกรรมจัดการความรู้เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2549 ณ ห้องประชุมศรีปราชญ์ ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช

ถ้าเข้าใจแนวพระราชดำรินี้อย่างผิวเผินก็คือเริ่มจากการเข้าใจเรื่องราว เข้าใจพื้นที่ เข้าใจประวัติศาสตร์ เข้าใจวิถีชีวิต วัฒนธรรม ฯลฯ จากนั้น แล้วเข้าถึงพื้นที่ และจากนั้นจึงจะพัฒนาเป็นลำดับถัดไป แต่ความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่านี้ ท่านผู้ว่าฯท่านอธิบายว่าขั้นเข้าใจนั้น นอกจากจะเข้าใจเรื่องราวอย่างที่ว่าเป็นพื้นฐานแล้ว ยังจะต้องให้เพื่อนพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าใจฝ่ายที่เข้าไปพัฒนาด้วย เป็นการเข้าใจกันและกันทั้งสองฝ่าย จึงจะได้ชื่อว่าเข้าใจ ฉะนั้นเวลาปฏิบัติจริง ท่านผู้ว่าฯท่านบอกว่า จะต้องเข้าถึงพื้นที่เสียก่อน แล้วจึงจะเข้าใจยอมรับกันและกัน จากนั้นจึงจะดำเนินการพัฒนา

นับว่าเป็นความรู้ใหม่ทีเดียวครับทำให้ผมเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่มากขึ้นครับ ซึ่งแนวพระราชดำริที่พระราชทานนี้ ผมว่ามีประโยชน์ในทางการจัดการความรู้มากทีเดียวครับ จะเจาะเข้ากลุ่มเป้าหมาย คุณกิจกลุ่มใด หากจะได้น้อมนำแนวพระราชดำริคือ เข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา ไปปรับใช้  ก็คงจะดีไม่น้อยครับ แต่ก่อนจะเข้าถึง ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคุณเอื้อ คุณอำนวย จะต้องมีความเข้าใจเรื่องราวพื้นฐานต่างๆให้มีเป็นทุนเดิมเสียก่อน แล้วจึงจะเข้าถึง เข้าใจ(กันและกันอย่างลึกซึ้ง) และพัฒนาต่อไป

 นำมาฝากครับ