ถ้าหากพูดถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตคุณจะนึกถึงอะไร ? 

ดิฉันมองว่าจุดเปลี่ยนในชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราเจอกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป จุดเปลี่ยนของคนเรามีได้ทั้งประสบการณ์เชิงบวกและลบ สามารถที่จะเป็นเรื่องที่ดีและร้าย แล้วคำว่าจุดเปลี่ยนของชีวิตแต่ละคนมันสามารถเกิดขึ้นได้อย่างตลอดเวลา ไม่ว่าที่ไหน หรือเวลาใด ไม่สามารถที่จะกำหนดได้อย่างชัดเจน

อย่างแรกเลยถ้าหากเราลองมองย้อนกลับไปในการใช้ชีวิตของเราที่ผ่านมา ดิฉันเชื่อว่าทุกคนเคยเจอจุดเปลี่ยนของชีวิตอย่างแน่นอน บางครั้งจุดเปลี่ยนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยของคนอื่นแต่สำหรับเราแล้วไม่ใช่เลยและจุดเปลี่ยนของเราบางครั้งมันทำให้เราได้รู้จักกับมุมมองที่ต่างออกไปจากเดิม เปลี่ยนระบบความคิดของเราให้ไปในทางที่ดีขึ้น สอนให้เรารู้จักการใช้นชีวิตและยังสามารถเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของเราไปได้อย่างตลอดไปเลยก็เป็นได้

คุณเคยเจอจุดเปลี่ยนอะไรบางอย่างที่เข้ามาเปลี่ยนความคิดของคุณไหม ? 

เคยแน่นอนค่ะ ดิฉันก็เป็นคนที่ผ่านเรื่องราวมาตั้งมากมายเหมือนกับทุกคน ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ยาวนานพอสมควร ดังนั้นการเจอกับจุดเปลี่ยนในชีวิตนั้นเป็นเรื่องที่ดิฉันต้องมีและต้องเจออยู่แล้วนั่นคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในการใช้ชีวิต

ดิฉันเองก็มีจุดเปลี่ยนที่ทำให้กลับมาคิดไตร่ตรองให้มากขึ้นกว่าเดิม พัฒนาตนเองให้ไปในทางที่ดีขึ้น และการเปลี่ยนการใช้ชีวิตใหม่เหมือนกันค่ะในครั้งนี้ดิฉันจะแบ่งปันเรื่องที่สามารถเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตที่เกิดขึ้นในชีวิตของดิฉันไปตลอดกาลได้เลยก็คือ...เรื่องอย่าตัดสินใครเพียงความผิดแค่ครั้งเดียว

ย้อนกลับไปตอนประถมศึกษา ตอนนั้นเป็นวัยเด็กอยู่ ทุกคนรู้ไหมว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนั้น เรื่องของการขโมยของเด็กผู้หญิงนั้นเป็นเรื่องที่เขารู้กันทั้งหมู่บ้าน

เรื่องนี้เกิดขึ้นและกระจายข่าวว่าอย่างรวดเร็วมาก ชาวบ้านรู้ นักเรียนในโรงเรียนรู้ แม้กระทั่งคนต่างหมู่บ้านก็ยังรู้ และอย่างที่บอกคือทุกคนรู้กันหมด

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนมีท่าทีที่เปลี่ยนไปกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนั้น คนรอบข้างหรือญาติของเธอต่างพากันด่าทอ ว่าเป็นคนไม่ดี และสุดท้ายไม่มีใครอยากที่จะเข้าใกล้เขาเลยสักคน แม้กระทั่งแม่ของดิฉันยังไม่อยากให้ไปเล่นกับเธอเลย

แต่ถึงอย่างนั้นดิฉันก็ยังเล่นกับเธอในโรงเรียนเหมือนเดิม เพราะเราอยู่ห้องด้วยกัน เป็นเพื่อนในห้องที่เห็นกันอยู่ตลอดทุกวัน จะให้ไม่ไปคุยกับเธอก็คงไม่ได้ อีกอย่างเธอไม่เคยที่จะทำไม่ดีหรือทำแบบนั้นกับเราซะหน่อย ร้ายกับคนอื่นแต่ไม่ใช่กับเราซะหน่อย นั้นเป็นความคิดของฉันในตอนนั้น

ดิฉันไปนั่งข้าง ๆ แล้วถามเธอว่า เธอเป็นคนขโมยขนมจริงหรอ ? เธอตอบกลับมาว่าใช่อย่างเต็มปากโดยไม่คิดที่จะโกหกอะไรใด ๆ เลย เธอบอกว่าเธอไม่มีเงินซื้อเลยขโมย และตัวเองไม่กล้าขอเงินใครด้วย

ถ้าหากทุกคนรู้จักกับเธอดี ๆ แล้ว ดิฉันเชื่อว่าทุกคนต้องเปลี่ยนความคิดไปอย่างแน่นอน ทุกคนรู้ไหมเพื่อนของดิฉันคนนี้เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนหนึ่งก็ว่าได้ พ่อกับแม่ของเธอเสียชีวิตไปแล้วทั้งสองคนเลย ตัวเองก็มีพี่สาวนะ แต่พี่ไม่ได้อยู่ด้วยเขาก็ไปเรียนที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ มีน้องชาย น้องก็ไปอยู่กับญาติอีกบ้านหนึ่งไม่มีใครอยู่ด้วยกับเธอเลยสักคน

เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวจะไปอยู่ได้หรอ ต้องหุงอาหารเองก็ยังทำอะไรไม่ได้เลย แล้วต้องใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง เธอไม่กล้าอยู่บ้านคนเดียวเพราะบ้านของเธอเป็นบ้านที่อยู่ริมสุดของหมู่บ้าน เธอเลยมาอยู่กับญาติที่อยู่กลางหมู่บ้าน

อย่างที่บอกการไปอยู่บ้านคนอื่นมันไม่ได้เหมือนอยู่บ้านตัวเอง จะทำอะไรก็ต้องเกรงใจเขาไปหมดเพราะมันเป็นบ้านของเขา และการที่จะขอเงินจากคนที่เราไม่สนิทใกล้ชิด ก็คงไม่กล้าอย่างแน่นอน นั้นเป็นสิ่งที่เธอต้องเจอเหตุการณ์แบบนั้นตั้งแต่ยังเด็กหรอ...

https://twitter.com/looplor/status/426525407135817728

"ในเรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่าความจริงเธอไม่ใช่คนไม่ดี แต่กลับน่าสงสารเสียมากกว่าอีก สุดท้ายนี้ดิฉันอยากจะบอกกับทุกคนว่า อย่าเพิ่งตัดสินใครเพียงแค่ความผิดแค่ครั้งเดียว อย่าเพิ่งตัดสินใครเพียงแค่จากบางมุมที่คุณเห็น ให้เรารู้จักเขาให้ก่อนแล้วค่อยตัดสินเขาว่าเขาเป็นคนอย่างไรบ้าง"